คำฟ้องและคำให้การ
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกจ้างและจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันชำระค่า เสียหายแก่โจทก์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๑๙๙,๗๗๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๒ จนกว่าจะชำระเสร็จ โดยจำเลยที่ ๒ รับผิดในต้นเงินเพียง ๑๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๔๒ จนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จสิ้น จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องลงวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๔๓ ขอให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาคดีใหม่ โดยอ้างว่าจำเลยที่ ๒ ไม่จงใจขาดนัดเพราะศาลส่งหมายเรียกแก่จำเลยที่ ๒ ที่บ้านเลขที่ ๑๐๒/๓ ถนนประชาธิปัตย์ ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งความจริงแล้วจำเลยที่ ๒ มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านพักครูโรงเรียนราษฎร์วิทยา ตำบลในเมือง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี จำเลยที่ ๒ จึงไม่ทราบวันนัด หากจำเลยที่ ๒ ให้การต่อสู้คดี จำเลยที่ ๒ สามารถชนะคดีโจทก์ได้
ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องเกินกำหนด ๗ วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งว่าขาดนัดตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๑ ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๓๘ บัญญัติว่า "ถ้าบุคคลธรรมดามีถิ่นที่อยู่หลายแห่งซึ่งอยู่สับเปลี่ยนกันไป หรือมีหลักแหล่งที่ทำการงานเป็นปกติหลายแห่ง ให้ถือว่าแห่งใดแห่งหนึ่งเป็นภูมิลำเนาของบุคคลนั้น" ปรากฏข้อเท็จจริงจากสำนวนคดีนี้ว่า เมื่อจำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ ๑ ตามสัญญาค้ำประกันรับรองความเสียหาย ระบุว่า จำเลยที่ ๒ มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านเลขที่ ๑๒๐/๓ ถนนประชาธิปัตย์
ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของจำเลยที่ ๒ ตามที่โจทก์ระบุในคำฟ้อง ทั้งตามแบบรับรองรายงานการทะเบียนราษฎร์จากฐานข้อมูลการทะเบียน สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งรับรอง ณ วันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๔๒ ก่อนวันที่โจทก์ฟ้องสามวัน ก็ระบุว่าจำเลยที่ ๒ มีที่อยู่บ้านเลขที่ดังกล่าว การส่งสำเนาคำฟ้องและหมายเรียกให้แก่จำเลยที่ ๒ โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามคำสั่งของศาลแรงงานกลางก็มีผู้รับไว้แทนจำเลยที่ ๒ ซึ่งผู้รับแทนนี้ก็เป็นบุคคลเดียวกับที่เคยรับหนังสือทวงถาม และใบตอบรับในประเทศ จึงน่าเชื่อว่าบ้านเลขที่ ๑๒๐/๓ ถนนประชาธิปัตย์ ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นถิ่นที่อยู่ของจำเลยที่ ๒ จริง
แม้จำเลยที่ ๒ จะอ้างว่าจำเลยที่ ๒ มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านพักครูโรงเรียนราษฎร์วิทยา จังหวัดเพชรบุรี ก็ตาม หากเป็นความจริงก็ต้อง ถือว่าจำเลยที่ ๒ มีถิ่นที่อยู่หลายแห่ง ดังนั้น บ้านเลขที่ ๑๒๐/๓ ถนนประชาธิปปัตย์ ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ย่อมเป็นภูมิลำเนาของจำเลยที่ ๒ ด้วยแห่งหนึ่ง ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๓๘ ดังกล่าวข้างต้น เมื่อปรากฏว่ามีการส่งสำเนาคำฟ้องและหมายเรียกให้แก่จำเลยที่ ๒ ณ ภูมิลำเนาตามฟ้อง ทั้งมีผู้รับแทนจำเลยที่ ๒ จึงเป็นการส่งหมายโดยชอบ ย่อมถือว่าจำเลยที่ ๒ ทราบวันที่ศาลแรงงานกลางนัดพิจารณาคดีนี้โดยชอบแล้ว เมื่อปรากฏว่า
ศาลแรงงานกลางพิจารณาคดีนี้และมีคำสั่งว่าจำเลยที่ ๒ ขาดนัดในวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๔๒ จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๔๓ จึงเกินกำหนด ๗ วัน นับแต่วันที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๑ คำสั่งศาลแรงงานกลางที่ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ ๒ ชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ ฟังไม่ขึ้น
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน.