Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2543 (เลขอ้างอิง 65301)

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กรณีตามคำร้องของผู้คัดค้านที่อ้างว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน และขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มิใช่เป็นการโต้แย้งว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ จึงไม่ใช่กรณีที่ศาลจะต้องรอการพิจารณาพิพากษาคดีไว้ชั่วคราว โดยเลื่อนและงดการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาและส่งความเห็นเพื่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มาตรา 264

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 1454เลขที่ดิน 118 แขวงคันนายาว เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 57 ไร่3 งาน 32 ตารางวา และที่ดินโฉนดเลขที่ 1758 เลขที่ดิน 84 แขวงคันนายาวเขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 5 ไร่ 3 งาน 20 ตารางวา รวม 2 แปลงเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382คำขออื่นให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาทำคำพิพากษาเสร็จและส่งไปศาลชั้นต้นเพื่อนัดฟังแล้วคดีอยู่ระหว่างนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาสืบพยานเพิ่มเติมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าเนื่องจากคดีนี้ ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาศาลฎีกาเสร็จสิ้นแล้วและเหตุตามที่ผู้ร้องอ้างนั้นเป็นเรื่องของผู้มีส่วนได้เสียจะไปว่ากล่าวกันในชั้นบังคับคดี จึงไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงการนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีนี้อีกต่อไปผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวศาลฎีกาทำคำสั่งเสร็จและส่งไปศาลชั้นต้นเพื่อนัดฟังแล้วคดีอยู่ระหว่างนัดฟังคำสั่งศาลฎีกาผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ที่ดินพิพาททั้งแปลงเนื้อที่ 57 ไร่ 3 งาน32 ตารางวา เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2532 แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าก่อนผู้ร้องจะยื่นคำร้องขอครอบครองปรปักษ์ที่พิพาท

ได้มีถนนสุขาภิบาล 2 อยู่ก่อนแล้วและขณะที่คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนเพื่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 37 ฯทำให้ที่ดินพิพาทบางส่วนจำนวนเนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน 40 ตารางวา ถูกเวนคืนเพื่อใช้สร้างถนนสาธารณะคือถนนสุขาภิบาล 2 ที่ดินดังกล่าวจึงตกเป็นของแผ่นดิน ผู้ร้องจึงไม่สามารถได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวอีกต่อไป สิทธิของผู้ร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 จึงขัดต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย การที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2537 (ที่ถูก 15 กรกฎาคม 2537) ซึ่งเป็นเวลาภายหลังจากที่มีประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนแล้ว โดยพิพากษาให้ที่ดินพิพาททั้งแปลงเนื้อที่ 57 ไร่ 3 งาน32 ตารางวา เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายและขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

พ.ศ. 2540 เมื่อที่ดินพิพาทถูกเวนคืนคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ของผู้ร้องย่อมสิ้นไปเพราะผลทางกฎหมาย และไม่เป็นคุณแก่ผู้ร้องอีกต่อไปผู้คัดค้านทั้งสองจึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญโปรดพิจารณาข้อกฎหมายในประเด็นที่ว่าคำร้องของผู้ร้องขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายหรือไม่ และคำตัดสินของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่เชื่อข้อเท็จจริงว่า นายจำรัสสาตรแสง บิดาของผู้คัดค้านที่ 2 กับนางชุ่ม สำราญวงค์ เจ้าของที่ดินได้ขายที่ดินพิพาทให้แก่ผู้ร้องเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2499 โดยหนังสือมอบอำนาจโอนขายให้เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2500 และผู้ร้องได้มายื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2532 หนังสือมอบอำนาจจึงได้ทำขึ้นเกินกว่า 10 ปีแล้ว

ไม่สามารถใช้ทำนิติกรรมใด ๆ ได้คำตัดสินของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จึงขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายและกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผู้คัดค้านทั้งสองจึงไม่ได้รับความคุ้มครองจากศาลยุติธรรมตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 30 ขอให้ศาลฎีกาปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 264 โดยส่งความเห็นตามคำร้องนี้และสำเนาโฉนดที่ดินเลขที่ 1454 เลขที่ดิน 118 แขวงคันนายาวเขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร แผนผังการรังวัดที่ดินโฉนดเลขที่ 1454 ดังกล่าวที่ถูกแนวตัดถนนสุขาภิบาล 2 และ 3 พระราชกฤษฎีกาและประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี คำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ในคดีนี้ หลักฐานการแก้ไขทางทะเบียนในหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินเลขที่ 1454หนังสือมอบอำนาจพร้อมสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่า

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 มาตรา 1304มาตรา 1306 และมาตรา 1299 ประมวลกฎหมายที่ดิน (กฎกระทรวง พ.ศ. 2497 ข้อ 8) ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540มาตรา 264 ประกอบมาตรา 6 หรือไม่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่ารอพิจารณาสั่งในวันนัด

ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ศาลชั้นต้นจึงสั่งให้ส่งคำร้องนี้มาศาลฎีกา ต่อมาผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องศาลฎีกามีคำสั่งว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คำร้องของผู้คัดค้านทั้งสองเป็นการอ้างว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่พิพากษาให้ที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382ไม่ชอบด้วยกฎหมายขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนและขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 จึงขอให้ศาลฎีกาเลื่อนและงดการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาไว้ชั่วคราว และส่งความเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามมาตรา 264 ประกอบมาตรา 6 นั้น เห็นว่า กรณีตามคำร้องมิใช่เป็นการโต้แย้งว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ จึงมิใช่กรณีที่ศาลจะต้องรอการพิจารณาพิพากษาคดีไว้ชั่วคราวโดยเลื่อนและงดการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาและส่งความเห็นเพื่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ. 2540 มาตรา 264 จึงให้ยกคำร้อง"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชาย พงษธา · กมล เพียรพิทักษ์ · จรัส พ่วงมณี
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้