Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6506/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ร้องเคยยื่นคำร้องขอคืนของกลางที่ศาลสั่งให้ริบ ศาลชั้นต้นฟังว่าผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ไม่มีอำนาจ ยื่นคำร้องขอคืนของกลาง ให้ยกคำร้องและคดีถึงที่สุด แล้วผู้ร้องยื่นคำร้องเข้ามาใหม่ขอให้ศาลยกคำร้องขึ้นไต่สวนและมีคำสั่งใหม่โดยอ้างเหตุเดียวกันว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในของกลางซึ่งเป็นประเด็นแห่งคดีที่ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดีไปแล้ว จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลนั้นอันเกี่ยวกับคดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. ทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 61, 73 และ ริบรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 70 - 2692 สมุทรปราการ ของกลาง

ผู้ร้องยื่นคำร้องลงวันที่ 5 มิถุนายน 2543 ขอคืนรถยนต์บรรทุกของกลางแก่ผู้ร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2543 ให้ยกคำร้อง ต่อมาวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2545 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอคืนรถยนต์บรรทุกของกลางอีกครั้ง

ศาลชั้นต้นตรวจคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลมีคำสั่งถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องจะยื่นคำร้องในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันไมได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 ให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ผู้ร้องเคยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 5 มิถุนายน 2543 ขอคืนรถยนต์บรรทุกของกลางที่ ศาลสั่งให้ริบตามคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1256/2542 ของศาลชั้นต้น โดยอ้างว่าเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกของกลางและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องโดยฟังข้อเท็จจริงว่า บริษัทตรีเพชรอีซูซุเซลล์ จำกัด เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์บรรทุกคันที่ศาลสั่งให้ริบ หาใช่ผู้ร้อง ผู้ร้องเป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวมาจากบริษัทตรีเพชรอีซูซุเซลล์ จำกัด แล้วนำมาให้ บริษัทพี. ซี. เค ทรานสปอร์ต จำกัด เช่าซื้อช่วง อำนาจในการยื่นคำร้องขอคืนรถยนต์บรรทุกของกลางจึงตกแก่

บริษัทตรีเพชรอีซูซุเซลล์ จำกัด ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริง ผู้ร้องเป็นเพียงผู้เช่าซื้อรถยนต์บรรทุกของกลางแล้วนำมาให้บริษัทพี. ซี. เค. ทรานสปอร์ต จำกัด เช่าซื้อช่วง ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอคืนรถยนต์บรรทุกของกลาง และคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องมายื่นคำร้องครั้งใหม่คือฉบับลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2545 อ้างว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์บรรทุกของกลางและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในกระทำความผิดของจำเลยแต่อย่างใด ขอให้ศาลยกคำร้องขึ้นไต่สวนและมีคำสั่งใหม่ เห็นว่า ข้ออ้างตามคำร้องที่ขอให้ศาลยกคำร้องขึ้นไต่สวนและมีคำสั่งใหม่ ดังกล่าวเป็นประเด็นแห่งคดีที่ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดีไปแล้ว จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาใน ศาลนั้นอันเกี่ยวกับคดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15

ที่ผู้ร้องฎีกาว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนต่อความเป็นจริง ความจริงผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์บรรทุกของกลางตามสำเนาเอกสารที่แนบมาท้ายคำร้องฉบับลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2545 นั้น เห็นว่า เมื่อคำพิพากษาให้ริบรถยนต์บรรทุกของกลางถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องจะร้องขอคืนรถยนต์บรรทุกของกลางได้โดยอ้างว่าเป็นของตนมิได้ รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ผู้ร้องจะต้องนำสืบให้ฟังได้เช่นนั้น เมื่อพยานหลักฐานที่ผู้ร้องนำสืบฟังไม่ได้ว่ารถยนต์บรรทุกของกลางเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องดังคำร้อง ก็เท่ากับฟังว่าผู้ร้องไม่ได้เป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกของกลางอันแท้จริงนั่นเอง เมื่อผู้ร้องยังคงยื่นคำร้องฉบับนี้เข้ามาใหม่โดยอ้างเหตุเดียวกันว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์บรรทุกที่ศาลสั่งให้ริบและขอคืนรถยนต์บรรทุกของกลาง จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาใน ศาลนั้นอันเกี่ยวกับคดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว ต้องห้ามตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · วิบูลย์ มีอาสา
ศาลล่าง
ศาลแขวงลำปาง (คำสั่ง) - นายชัยวุฒิ ต่อปัญญาเรือง
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายวีระชาติ เอี่ยมประไพ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้