Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6506/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเข้าไปบ้านของผู้เสียหายที่ 1 เพราะต้องการจะไปหา ส. ซึ่งเป็นภริยาและบุตรของจำเลยซึ่งเพิ่งคลอดจาก ส. แม้ ม. จะห้ามไม่ให้เข้าบ้านโดยอ้างว่าส. ไม่อยู่จำเลยก็ไม่ยอมฟังเพราะจำเลยไม่เชื่อว่า ส. จะไม่อยู่ในบ้านดังกล่าวการที่จำเลยเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายที่ 1 จึงมีเหตุอันสมควรเพื่อต้องการไปหาภริยาและบุตรของจำเลย จำเลยไม่มีเจตนาบุกรุก

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเข้าไปในบ้านอันเป็นอสังหาริมทรัพย์และเคหสถานของนางมยุรี ชัยยศมานนท์ ผู้เสียหายที่ 1 โดยไม่มีเหตุอันสมควร และใช้ท่อนเหล็กยาวประมาณ 1 ฟุต จำนวน 1 อัน เหวี่ยงฟาดทำร้ายบุคคลและทรัพย์สินภายในบ้านจนท่อนเหล็กถูกนายพลชัย ชัยยศมานนท์ ผู้เสียหายที่ 2 บริเวณศรีษะและลำคอได้รับอันตรายแก่กาย อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายโดยปกติสุข ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 362, 364, 365จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(1) ประกอบด้วยมาตรา 362 และ 364,391 กรณีเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 365(1)

ประกอบด้วย มาตรา 362 และ 364 ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี และปรับ 6,000 บาท ข้อนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 8 เดือนและปรับ 4,000 บาท จำเลยเคยอยู่กินฉันสามีภริยากับบุตรของผู้เสียหายที่ 1 มาก่อนเหตุที่จำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายที่ 1 ก็เพื่อต้องการจะพบภริยาและบุตร ตามพฤติการณ์ในการกระทำความผิดของจำเลยไม่ร้ายแรงนักประกอบกับจำเลยมีอาชีพเป็นหลักแหล่ง และไม่ปรากฏว่าเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีสักครั้งหนึ่งโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และคุมความประพฤติของจำเลยโดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติรวม 3 ครั้ง ตามที่พนักงานคุมประพฤติกำหนดภายในกำหนดเวลา 1 ปี

หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานทำร้ายร่างกายไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย ให้ปรับ 500 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 ข้อหาอื่นให้ยกโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังยุติว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ จำเลยได้เข้าไปในบ้านผู้เสียหายที่ 1 และจำเลยได้ชกต่อยทำร้ายร่างกายกันกับผู้เสียหายที่ 2 เป็นเหตุให้จำเลยและผู้เสียหายที่ 2 ต่างได้รับบาดเจ็บความผิดฐานทำร้ายร่างกายโจทก์ และจำเลยไม่ได้ฎีกาคดีจึงเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยได้กระทำความผิดฐานบุกรุกหรือไม่โจทก์มีนางมยุรี ชัยยศมานนท์ ผู้เสียหายที่ 1 เบิกความเป็นพยานว่า ในวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 17 นาฬิกา ขณะที่พยานกับผู้เสียหายที่ 2 และนายมาฆะ สาตะนิมิ ทนายความกำลังคุยอยู่ในห้องทำงานภายในบ้าน ขณะนั้นนางสมลักษณ์บุตรสาวของพยานและนางอังคณาหลานของพยานอยู่บริเวณหน้าบ้าน

ระหว่างที่พยานนั่งคุยนั้นได้ยินเสียงนางสมลักษณ์และนางอังคณาห้ามไม่ให้คนเข้ามาในบ้าน ขณะนั้นพยานไม่ทราบว่าใคร พยานให้ผู้เสียหายที่ 2 ออกไปดู สักครู่ก็ได้ยินเสียงโต้เถียงกันต่อมาประมาณ 10 นาที นายมาฆะได้ตามออกไปดูและพยานได้ตามออกไปดูด้วยเห็นผู้เสียหายที่ 2 นายมาฆะ นางสมลักษณ์ นางอังคณา ยืนคุยกันอยู่ภายในบ้าน พยานได้สอบถามผู้เสียหายที่ 2 จึงทราบว่าจำเลยบุกรุกเข้ามาในบ้านและได้กลับไปแล้วผู้เสียหายที่ 1 เบิกความตอบคำถามค้านว่า เมื่อแต่งงานกันแล้วนางสมใจได้แยกไปพักอาศัยอยู่กับจำเลยที่บ้านอีกหลังหนึ่งแต่ยังไปมาหาสู่ที่บ้านพยาน และจำเลยเคยมานอนค้างที่บ้านพยาน นางสมใจคลอดบุตรที่โรงพยาบาลแล้ว จำเลยก็รับไปอยู่สถานพักฟื้นประมาณ 1 เดือนหลังจากนั้นก็พากันไปอยู่ที่บ้านของจำเลยใกล้กับบ้านของพยานขณะเกิดเหตุคดีนี้บุตรของนางสมใจอายุเพียง 1 เดือนเศษเมื่อออกจากสถานพักฟื้นแล้วนางสมใจพักอยู่กับจำเลยประมาณ 2 เดือน

หลังจากนั้นจึงเลิกอยู่กินกันโดยนางสมใจ มาพักอยู่กับพยาน ทุกวันนี้นางสมใจก็ยังพักอยู่กับพยาน ระหว่างพักอยู่กับพยาน พยานไม่ทราบว่านางสมใจจะไปมาหาสู่กับจำเลยบ้างหรือไม่ หลังจากนางสมใจกลับมาอยู่กับพยานแล้ว พยานไม่ได้พูดห้ามจำเลยโดยตรงว่าอย่าเข้ามาในบ้านเพียงแต่พูดฝากไว้กับลูก ๆ ให้ช่วยบอกจำเลยและขณะเกิดเหตุคดีนี้นางสมใจยังพักอยู่กับจำเลยไม่ได้แยกมาอยู่กับพยาน พยานโจทก์ปากนี้เบิกความตอบคำถามติงว่า ขณะเกิดเหตุนั้นนางสมใจยังไม่ได้เลิกอยู่กินกับจำเลย นางสมลักษณ์ จิรอนุพงศ์ พยานโจทก์เบิกความว่าในวันเกิดเหตุจำเลยได้เข้ามาในบ้าน พยานได้ห้ามไม่ให้จำเลยเข้าบ้าน จำเลยบอกว่าจะมาหานางสมใจ พยานได้บอกว่านางสมใจไม่อยู่ แต่จำเลยไม่เชื่อ และพยายามจะดันเข้ามาในบ้าน

เมื่อพยานผลักไม่ให้จำเลยเข้าบ้านจำเลยได้เงื้อมือที่ถือเหล็กเส้นขึ้นขณะนั้นผู้เสียหายที่ 2 ได้เข้ามาห้าม โดยเข้ามาขวางระหว่างพยานกับจำเลยและได้เกิดต่อสู้กันขึ้น ต่อมาผู้เสียหายที่ 1 และนายมาฆะ ออกมาจากห้องด้านใน เมื่อจำเลยเห็นก็ได้วิ่งหนีไป จากคำเบิกความของพยานโจทก์แสดงว่าการที่จำเลยเข้าไปบ้านของผู้เสียหายที่ 1 นั้น เพราะจำเลยต้องการจะไปหานางสมใจซึ่งเป็นภรรยาและบุตรของจำเลยซึ่งเพิ่งคลอดกับนางสมใจ แม้นางสมลักษณ์จะห้ามไม่ให้เข้าบ้านโดยอ้างว่านางสมใจไม่อยู่ จำเลยก็ไม่ยอมฟังเพราะจำเลยไม่เชื่อว่านางสมใจจะไม่อยู่ในบ้านดังกล่าว การที่จำเลยเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายที่ 1 จึงมีเหตุอันสมควรเพื่อต้องการไปหาภรรยาและบุตรของจำเลย จำเลยไม่มีเจตนาบุกรุก ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบด้วยเหตุผลแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ · อภิชาต สุขัคคานนท์ · จังหวัด วิเชียรสรรค์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้