Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 65/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ศาลชั้นต้นจ่ายสำเนาคำร้องขอแก้ไขคำให้การของจำเลยให้โจทก์ในวันชี้สองสถาน โดยไม่กำหนดวันพิจารณาคำร้องขอแก้ไขคำให้การของจำเลยออกไป เพื่อจะได้ส่งสำเนาคำร้องขอแก้ไขคำให้การของจำเลยให้โจทก์ทราบล่วงหน้าอย่างน้อยสามวัน แม้จะเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ โดยไม่ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 181(1) แต่การแก้ไขคำให้การนั้นกฎหมายมิได้บัญญัติว่าข้อความที่แก้ไขใหม่จะต้องเกี่ยวข้องกับคำให้การเดิมหรือข้ออ้างเดิม คงบัญญัติเฉพาะเรื่องคำฟ้องเท่านั้น ฉะนั้น การแก้ไขคำให้การจะยกข้อต่อสู้ขึ้นใหม่กล่าวแก้ข้อหาของโจทก์ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับคำให้การเดิมหรือไม่จึงไม่สำคัญทั้งเรื่องอายุความก็เป็นข้อตัดฟ้องโจทก์ จำเลยอ้างเหตุผลมาด้วยว่า มูลหนี้ตามฟ้องโจทก์กล่าวอ้างการเช่าและใช้บริการซึ่งตามกฎหมายโจทก์ต้องใช้สิทธิเรียกร้องภายในกำหนดอายุความสองปีดังนั้น คดีของโจทก์จึงขาดอายุความฟ้องร้องตามกฎหมายแล้ว ซึ่งเป็นคำให้การที่ชัดแจ้งและแสดงเหตุแห่งการขาดอายุความชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง แล้วส่วนอายุความที่จำเลยต่อสู้นั้นต้องด้วยบทกฎหมายลักษณะใดเป็นหน้าที่ของศาลที่จะยกขึ้นวินิจฉัยเอง และโจทก์สามารถนำสืบว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความเพราะเหตุใดได้อยู่แล้ว จึงไม่เสียเปรียบเชิงคดีแต่อย่างใด หากจะย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินการแก้ไขกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบใหม่ ผลก็เหมือนเดิม คือต้องกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่เช่นเดิม เมื่อปรากฏว่าโจทก์จำเลยได้สืบพยานหลักฐานในท้องสำนวนเสร็จสิ้น พอแก่การวินิจฉัยแล้ว ศาลฎีกาไม่จำเป็นต้องย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นแก้ไขกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ว.กรรมการจำเลยได้มีหนังสือขอผ่อนชำระหนี้ต่อโจทก์ แต่หนังสือดังกล่าว ว.ลงลายมือชื่อไว้เพียงผู้เดียวโดยไม่ประทับตราจำเลย ซึ่งตามหนังสือรับรองนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครได้ระบุจำนวนและอำนาจของกรรมการจำเลยไว้ว่า ให้กรรมการสองนายร่วมกันลงลายมือชื่อพร้อมประทับตราสำคัญของจำเลย จึงมีอำนาจทำการแทนจำเลยได้ การที่ ว.กระทำการดังกล่าวโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาอ้างอิงให้เห็นว่า จำเลยได้มอบหมายหรือเชิดให้ ว. เป็นตัวแทนจำเลยมีหนังสือขอผ่อนชำระหนี้ต่อโจทก์ดังนั้นการที่ ว. ลงชื่อในหนังสือขอผ่อนชำระหนี้ดังกล่าวจึงไม่มีผลผูกพันจำเลย การที่โจทก์จัดให้มีการบริการพูดโทรศัพท์ทางไกลติดต่อไปต่างประเทศ และเรียกเก็บเงินค่าบริการในการพูดโทรศัพท์นั้นถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้ค้าในการรับทำการงานต่าง ๆ และเรียกเอาสินจ้างอันจะพึงได้รับในการนั้นตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(7) ดังนั้น สิทธิเรียกร้องสำหรับค่าบริการในการพูดโทรศัพท์ไปต่างประเทศของโจทก์จึงมีอายุความ 2 ปี

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้เช่าเครื่องโทรศัพท์เลขหมาย278-1385, 278-1596-8, 279-2601 และครอบครองเช่าเครื่องโทรศัพท์เลขหมาย 279-7563-7 จากโจทก์ ในระหว่างวันที่ 18 กุมภาพันธ์2528 ถึงวันที่ 18 ตุลาคม 2529 จำเลยใช้บริการและยินยอมให้ผู้อื่นใช้บริการพูดโทรศัพท์ระหว่างประเทศของโจทก์จากประเทศไทยไปยังประเทศต่าง ๆ โดยเรียกออกจากโทรศัพท์เลขหมายดังกล่าว เป็นค่าใช้บริการทั้งสิ้น 285,722 บาท โจทก์ได้เรียกเก็บเงินค่าใช้บริการและมีหนังสือทวงถามให้จำเลยนำเงินไปชำระให้โจทก์หลายครั้งแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 299,754 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 285,722 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า จำเลยมิได้เป็นผู้เช่าและมิได้เป็นผู้รับผิดชอบโทรศัพท์ตามฟ้อง จำเลยหรือบริวารของจำเลยไม่เคยพูดหรือใช้โทรศัพท์ระหว่างประเทศตามฟ้อง จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ มูลหนี้ตามฟ้องเป็นการเรียกค่าเช่าและค่าบริการตามกฎหมายต้องฟ้องภายในกำหนด 2 ปีฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความขอให้ยกฟ้อง ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น

จำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การก่อนวันนัดชี้สองสถาน 1 วัน คือยื่นเมื่อวันที่25 กุมภาพันธ์ 2531 ครั้นวันนัดชี้สองสถานคือวันที่ 26 กุมภาพันธ์2531 ศาลชั้นต้นจ่ายสำเนาคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การดังกล่าวแก่โจทก์ และอนุญาตให้จำเลยแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การได้ตามขอโจทก์ได้แถลงคัดค้านว่าจำเลยไม่ได้ส่งสำเนาคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การให้โจทก์ทราบล่วงหน้าก่อนศาลชั้นต้นนัดพิจารณาคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ 3 วัน เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 181(1) ไม่ชอบที่ศาลชั้นต้นจะอนุญาตให้จำเลยแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การตามที่จำเลยร้องขอได้และในวันเดียวกันนั้นเองศาลชั้นต้นได้ทำการชี้สองสถานกำหนดประเด็นข้อพิพาทข้อที่สี่ว่า

คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ในวันที่ 4มีนาคม 2531 โจทก์ได้ยื่นคำร้องคัดค้านว่าจำเลยเพียงแต่ให้การปฏิเสธว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ โดยมิได้แสดงเหตุผลให้ชัดแจ้งว่าคดีโจทก์ขาดอายุความเพราะเหตุใด ข้อปฏิเสธดังกล่าวจึงไม่เป็นประเด็น ศาลชั้นต้นจะนำข้อปฏิเสธที่ว่านั้นกำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทเรื่องอายุความไม่ได้ ซึ่งต่อมาในวันที่ 7 มีนาคม 2531ศาลชั้นต้นก็ยืนยันว่าที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้อายุความเป็นประเด็นข้อพิพาทนั้นเป็นคำสั่งที่ชอบ ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยใช้เงินจำนวน 61,800 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 15 เมษายน 2530 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท ค่าขึ้นศาลให้คิดตามจำนวนทุนทรัพย์เท่าที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นให้ยก

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินเพิ่มแก่โจทก์อีกจำนวน 223,902 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่15 เมษายน 2530 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 1,500บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ศาลชั้นต้นจ่ายสำเนาคำร้องขอแก้ไขคำให้การของจำเลยให้โจทก์ในวันชี้สองสถาน โดยไม่กำหนดวันพิจารณาคำร้องขอแก้ไขคำให้การของจำเลยออกไป เพื่อจะได้ส่งสำเนาคำร้องขอแก้ไขคำให้การของจำเลย ให้โจทก์ทราบล่วงหน้าอย่างน้อยสามวันแม้จะเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ โดยไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติมาตรา 181(1) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งแต่ศาลฎีกาเห็นว่า การแก้ไขคำให้การนั้นกฎหมายมิได้บัญญัติว่าข้อความที่แก้ไขใหม่จะต้องเกี่ยวข้องกับคำให้การเดิมหรือข้ออ้างเดิมคงบัญญัติเฉพาะเรื่องคำฟ้องเท่านั้น ฉะนั้นการแก้ไขคำให้การจะยกข้อต่อสู้ขึ้นใหม่กล่าวแก้ข้อหาของโจทก์ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับคำให้การเดิมหรือไม่ จึงไม่สำคัญ

ทั้งเรื่องอายุความก็เป็นข้อตัดฟ้องโจทก์ จำเลยอ้างเหตุผลมาด้วยว่ามูลหนี้ตามฟ้อง โจทก์กล่าวอ้างการเช่าและใช้บริการซึ่งตามกฎหมายโจทก์ต้องใช้สิทธิเรียกร้องภายในกำหนดอายุความสองปี ดังนั้น คดีของโจทก์จึงขาดอายุความฟ้องร้องตามกฎหมายแล้ว เห็นว่าคำให้การของจำเลยเป็นคำให้การชัดแจ้งและแสดงเหตุแห่งการขาดอายุความ ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง แล้ว ส่วนอายุความที่จำเลยต่อสู้นั้นต้องด้วยบทกฎหมายลักษณะใด เป็นหน้าที่ของศาลที่จะยกขึ้นวินิจฉัยเอง และโจทก์สามารถนำสืบว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความเพราะเหตุใดได้อยู่แล้ว จึงไม่เสียเปรียบเชิงคดีแต่อย่างใดหากจะย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินการแก้ไขกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบใหม่ ผลก็เหมือนเดิม คือต้องกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่เช่นเดิม เมื่อปรากฏว่าโจทก์จำเลยได้สืบพยานหลักฐานในท้องสำนวนเสร็จสิ้นพอแก่การวินิจฉัยแล้ว

ศาลฎีกาเห็นว่า ไม่จำเป็นต้องย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นแก้ไขกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ส่วนที่โจทก์อ้างว่า เมื่อโจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยชำระหนี้ค่าใช้บริการโทรศัพท์ไปต่างประเทศ นายวัน ตันดุลยเสรี กรรมการจำเลยได้มีหนังสือขอผ่อนชำระหนี้ ตามเอกสารหมาย จ.29 ก็ปรากฏว่าตามหนังสือดังกล่าวนายวันลงลายมือชื่อไว้เพียงผู้เดียว โดยไม่ประทับตราจำเลยไว้ในเอกสารดังกล่าว ซึ่งตามหนังสือรับรองเอกสารหมาย จ.2 ได้ระบุจำนวนและอำนาจของกรรมการจำเลยไว้ว่าให้กรรมการสองนายร่วมกันลงลายมือชื่อพร้อมประทับตราสำคัญของจำเลยจึงมีอำนาจทำการแทนจำเลยได้ การที่นายวันกระทำการดังกล่าวโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาอ้างอิงให้เห็นว่าจำเลยได้มอบหมายหรือเชิดให้นายวันเป็นตัวแทนจำเลยมีหนังสือขอผ่อนชำระหนี้ค่าใช้บริการโทรศัพท์ต่อโจทก์

ดังนั้น การที่นายวันลงชื่อในเอกสารหมาย จ.29 จึงไม่มีผลผูกพันจำเลยที่จะชำระค่าบริการใช้โทรศัพท์เลขหมาย 279-7563-7 การที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยจัดให้มีการบริการพูดโทรศัพท์ทางไกลติดต่อไปต่างประเทศและเรียกเก็บเงินค่าบริการในการพูดโทรศัพท์นั้น ถือได้ว่าการสื่อสารแห่งประเทศไทยเป็นผู้ค้าในการรับทำการงานต่าง ๆ และเรียกเอาสินจ้างอันจะพึงได้รับในการนั้นตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(7) ดังนั้นสิทธิเรียกร้องสำหรับค่าบริการในการพูดโทรศัพท์ไปต่างประเทศของการสื่อสารแห่งประเทศไทย จึงมีอายุความ 2 ปี

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้เงินจำนวน 61,820 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 15 เมษายน 2530 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทธิ นิชโรจน์ · บุญศรี กอบบุญ · เสมอ อินทรศักดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้