คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่าสามีจำเลยเช่าห้องแถวของโจทก์อยู่ แลค้างชำระค่าเช่า แล้วสามีจำเลยไปอยู่เสียต่างจังหวัด แต่จำเลยยังคงอยู่ห้องแถวนี้ โจทก์ได้บอกให้จำเลยออก จำเลยก็ไม่ออก โจทก์หาว่าการกระทำของจำเลยเป็นบุกรุก จึงฟ้องขอให้ลงโทษ ศาลล่างทั้ง ๒ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกาตั้งเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า (๑) การบอกเลิกสัญญาเช่าจะต้องฟ้องขอศาลบังคับให้เลิกหรือไม่ (๒) ถ้าถือว่าโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าได้ การที่จำเลยอยู่ต่อไปไม่ยอมออกจะเป็นบุกรุกหรือไม่
ศาลฎีกาเห็นว่าตามฎีกาข้อ ๑.ถ้ามีเหตุตามกฎหมายโจทก์มีอำนาจบอกเลิกสัญญาเช่าเองได้ ส่วนปัญหาข้อ ๒. นั้น แม้จะถือว่าโจทก์มีอำนาจบอกเลิกสัญญาเช่าได้ก็ดีการที่จำเลยอยู่ต่อไปโดยอาศัยสัญญาเดิม หาเป็นบุกรุกไม่ แลเห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นการบังอาจเข้ายึดถืออันจะเป็นผิดตามม.๓๒๗ แลจะเรียกว่าโจทก์มีความชอบธรรมที่จะห้ามตาม ม.๓๒๙ ก็ยังมิถนัด เพราะการเข้าอยู่โดยสัญญาเช่าตามกฎหมายโจทก์จะขับไล่โดยพละการไม่ได้ เป็นอำนาจของศาลเท่านั้นที่จะขับไล่ได้
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืนตามศาลล่างทั้ง ๒