Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6475/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ศาลออกหมายค้นบ้านของจำเลยโดยระบุเลขที่บ้านเป็นเลขที่ 74 ตามที่เจ้าพนักงานตำรวจร้องขอแล้ว ร้อยตำรวจเอก ก. แก้เลขที่บ้านในหมายค้นเป็นเลขที่ 161 เพื่อให้ตรงกับความจริงโดยไม่มีอำนาจ อันอาจมีผลให้หมายค้นเสียไปและการค้นไม่ชอบด้วยกฎหมายก็เป็นเรื่องที่จะต้องไปว่ากล่าวกันอีกส่วนหนึ่งต่างหาก เมื่อปรากฏว่าคดีมีการสอบสวนกันโดยชอบทั้งในชั้นพิจารณาจำเลยก็นำสืบยอมรับว่าเจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นพบเฮโรอีนของกลางฝังอยู่ในดินห่างจากบ้านของจำเลยประมาณ 3 เมตร จากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาย่อมรับฟังลงโทษจำเลยได้ ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาได้มี พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5)ฯ มาตรา 8 และมาตรา 19 ยกเลิกความในมาตรา 15 และ 67 แห่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ และให้ใช้ข้อความใหม่แทนโดยในบทความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองตามมาตรา 15 วรรคหนึ่ง ทั้งตามกฎหมายเดิมและกฎหมายที่แก้ไขใหม่คงใช้ข้อความทำนองเดียวกัน ดังนั้น กฎหมายที่แก้ไขใหม่จึงไม่เป็นคุณแก่จำเลย ส่วนกำหนดโทษตามมาตรา 67 ตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่เป็นคุณแก่จำเลยมากกว่าในส่วนที่เกี่ยวกับโทษซึ่งมีหลายสถานที่จะลงได้ จึงต้องใช้กฎหมายที่แก้ไขใหม่บังคับแก่จำเลยตาม ป.อ. มาตรา 3 ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นอ้างและแก้ไขโดยปรับบทกฎหมายให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 15, 26, 66, 67, 102 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ริบเฮโรอีนของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต แต่ให้การปฏิเสธในข้อหามีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 67 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคสาม การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครอง จำคุก 3 ปี ฐานมีอาวุธปืนของผู้อื่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี คำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมเกี่ยวกับความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครอง และจำเลยให้การรับสารภาพในความผิดฐานมีอาวุธปืนของผู้อื่นไว้ในครอบครอง เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้แต่ละฐานความผิดหนึ่งในสามและกึ่งหนึ่งตามลำดับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครอง 2 ปี ฐานมีอาวุธปืนของผู้อื่นไว้ในครอบครอง 6 เดือน รวมจำคุก 2 ปี 6 เดือน ริบเฮโรอีนของกลาง ข้อหาอื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน เมื่อรวมกับโทษฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 2 ปี ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้ว คงจำคุก 2 ปี 3 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องร้อยตำรวจเอกกัมปนาท พิทักษ์เดชา กับพวกจับกุมจำเลยและยึดได้เฮโรอีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 5 หลอด หนัก 5.339 กรัม กับอาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 เครื่องหมายทะเบียน กท.3610103 จำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 9 นัด ซึ่งเป็นอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของผู้อื่นที่จำเลยมีไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกมีว่า จำเลยกระทำความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ โจทก์มีร้อยตำรวจเอกกัมปนาทกับจ่าสิบตำรวจธีรยุทธ เพชรศรี เป็นพยานเบิกความทำนองเดียวกันว่า

ค้นพบเฮโรอีนของกลางบรรจุถุงพลาสติกฝังอยู่ในดินห่างบ้านของจำเลยประมาณ 3 เมตร ขณะพบถุงพลาสติกดังกล่าวจำเลยจะวิ่งหลบหนี แต่เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยไว้ได้ทัน ร้อยตำรวจเอกกัมปนาทสอบถามจำเลยเกี่ยวกับเฮโรอีนของกลาง จำเลยรับว่าเฮโรอีนของกลางเป็นของจำเลยมีไว้เพื่อจำหน่าย เห็นว่า พยานโจทก์ดังกล่าวเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติราชการตามหน้าที่ไม่เคยรู้จักหรือมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน จึงไม่มีเหตุระแวงสงสัยว่าจะกลั่นแกล้งปรักปรำจำเลย เชื่อว่าเบิกความตามความจริง เฮโรอีนของกลางฝังซุกซ่อนอยู่ในที่ดินของจำเลยห่างบ้านของจำเลยเพียงประมาณ 3 เมตร ไม่น่าจะมีบุคคลอื่นนำไปซุกซ่อนไว้ ขณะพบถุงพลาสติกซึ่งบรรจุเฮโรอีนของกลาง

จำเลยก็แสดงอาการพิรุธโดยพยายามที่จะวิ่งหลบหนี ชั้นจับกุมจำเลยก็ให้การรับสารภาพตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.2 ทั้งยังได้เขียนคำรับสารภาพตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.2 ทั้งยังได้เขียนคำรับสารภาพมอบให้ร้อยตำรวจเอกกัมปนาทกับพวกไว้อีกด้วยตามบันทึกคำรับสารภาพเอกสารหมาย จ.4 พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีน้ำหนักมั่นคง ที่จำเลยนำสืบว่าเฮโรอีนของกลางมิใช่ของจำเลย และที่นางสาย๊ะ นุ้ยเด็น ภริยาจำเลยเบิกความว่าวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 4 นาฬิกา พยานเห็นชายแปลกหน้ามาก้มๆ เงยๆ ตรงบริเวณที่เกิดเหตุทำนองว่า ชายแปลกหน้าคนดังกล่าวนำเฮโรอีนของกลางมาซุกซ่อนไว้นั้น ก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้เบิกความถึงเรื่องดังกล่าว ทั้งที่นางสาย๊ะเบิกความว่าได้เรียกจำเลยซึ่งนอนอยู่ให้ลุกขึ้นมาดู และจำเลยได้ใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้า 2 นัด

ขณะชายแปลกหน้าวิ่งหลบหนีจึงเป็นพิรุธอยู่ ส่วนที่จำเลยนำสืบอ้างว่าจำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมเพราะเจ้าพนักงานตำรวจทำร้ายและขู่ว่าจะจับกุมภริยาจำเลยด้วยนั้น ก็ไม่ปรากฏว่าเจ้าพนักงานตำรวจคนใดเป็นผู้ทำร้ายร่างกายและขู่จำเลยทั้งตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ.7 จำเลยให้การเพียงว่า เหตุที่จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมเนื่องจากเกรงว่าเจ้าพนักงานตำรวจจะจับกุมคนในครอบครัวด้วยเท่านั้น ข้ออ้างของจำเลยจึงฟังไม่ขึ้น พยานหลักฐานของจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ขณะเข้าตรวจค้นร้อยตำรวจเอกกัมปนาทได้แก้หมายค้นเอกสารหมาย จ.1 จากบ้านเลขที่ 74 เป็นบ้านเลขที่ 161 โดยไม่มีอำนาจแก้ไข

การค้นจึงไม่ชอบ ไม่สามารถเอาผิดแก่จำเลยได้นั้น เมื่อพิจารณาตามหมายค้นเอกสารหมาย จ.1 แล้ว จะเห็นได้ว่าศาลออกหมายค้นบ้านของจำเลยโดยระบุเลขที่บ้านเป็นเลขที่ 74 ตามที่เจ้าพนักงานตำรวจร้องขอ การที่ร้อยตำรวจเอกกัมปนาทแก้เลขที่บ้านในหมายค้นเป็นเลขที่ 161 เพื่อให้ตรงกับความจริงโดยไม่มีอำนาจ อันอาจมีผลให้หมายค้นเสียไปและการค้นไม่ชอบด้วยกฎหมายก็เป็นเรื่องที่จะต้องไปว่ากล่าวกันอีกส่วนหนึ่งต่างหาก เมื่อปรากฏว่าคดีมีการสอบสวนกันโดยชอบทั้งในชั้นพิจารณาจำเลยก็นำสืบยอมรับว่าเจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นพบเฮโรอีนของกลางฝังอยู่ในดินห่างจากบ้านของจำเลยประมาณ 3 เมตร จากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาย่อมรับฟังลงโทษจำเลยได้ ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตนั้น เห็นว่า นอกจากจำเลยจะกระทำความผิดฐานดังกล่าวแล้ว จำเลยยังกระทำความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกด้วยจึงไม่สมควรรอการลงโทษ ฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ได้มีพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 มาตรา 8 และมาตรา 19 ยกเลิกความในมาตรา 15 และ 67 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 และให้ใช้ข้อความใหม่แทนโดยในบทความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองตามมาตรา 15 วรรคหนึ่ง ทั้งตามกฎหมายเดิมและกฎหมายที่แก้ไขใหม่คงใช้ข้อความทำนองเดียวกัน ดังนั้น กฎหมายที่แก้ไขใหม่จึงไม่เป็นคุณแก่จำเลย ส่วนกำหนดโทษตามมาตรา 67 ตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่เป็นคุณแก่จำเลยมากกว่าในส่วนที่เกี่ยวกับโทษซึ่งมีหลายสถานที่จะลงได้จึงต้องใช้กฎหมายที่แก้ไขใหม่บังคับแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นอ้างและแก้ไขโดยปรับบทกฎหมายให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 67 (ที่แก้ไขใหม่) นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรพล เจียมจูไร · พลรัตน์ ประทุมทาน · เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้