Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6474/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กองทัพบกเป็นหน่วยงานสังกัดกระทรวงกลาโหม มีหน้าที่ดูแลรักษาที่ดินหวงห้ามเพื่อประโยชน์ในราชการทหารตาม พ.ร.ฎ.กำหนดเขตหวงห้ามที่ดินและระเบียบกองทัพบกว่าด้วยการปกครองและวิธีการจัดการที่ดิน (ฉบับที่ 2) จำเลยทั้งสามเป็นนายทหารสังกัดมณฑลทหารบกที่ 2 กองทัพบก ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ดำเนินการตามกฎหมายกับโจทก์ เมื่อพบว่าโจทก์กับพวกทำการขุดดินในที่ดินของกระทรวงกลาโหม จำเลยที่ 1 จึงมีอำนาจสั่งให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 นำตัวโจทก์มาที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมมณฑลทหารบกที่ 2เพื่อสอบถามและให้โจทก์ชี้แจงแล้วส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป การที่โจทก์ถูกควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจเป็นดุลพินิจและอำนาจของพนักงานสอบสวน ไม่ใช่ผลโดยตรงจากการกระทำของจำเลยทั้งสามการกระทำของจำเลยทั้งสามจึงไม่เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 กับพวกกว่าสิบคนมีอาวุธสงครามโดยคำสั่งของจำเลยที่ 1 อันมิชอบด้วยกฎหมายได้ข่มขืนใจขู่บังคับโจทก์จากวงเวียนศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชถนนสุวรรณศรี ตำบลบ้านพระ อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรีไปที่สถานีสารวัตรมณฑลทหารบกที่ 2 อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี หน่วงเหนี่ยวกักขังโจทก์ในที่ดังกล่าว แล้วจำเลยทั้งหมดกับพวกบังคับขู่เข็ญนำโจทก์ไปควบคุมที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองปราจีนบุรี ตั้งข้อหาว่าโจทก์กับพวกบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ที่ดินของทางราชการทหาร ซึ่งต่อมาพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องการกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดต่อโจทก์ โจทก์เสียหาย รวมค่าเสียหาย 84,500 บาท

ขอให้บังคับจำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหาย84,500 บาท และดอกเบี้ยจำเลยทั้งสามให้การและแก้ไขคำให้การว่า วันเกิดเหตุจำเลยที่ 3ซึ่งรับราชการตำแหน่งนายทหารที่ดิน มณฑลทหารบกที่ 2 มีหน้าที่ตรวจสอบที่ดินซึ่งอยู่ในความครอบครองดูแลของมณฑลทหารบกที่ 2พบโจทก์กับพวกบุกรุกเข้าไปในที่ดินของทางราชการทหารตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงฉบับที่ 164/2481 เนื้อที่ 11 ไร่ 1 งาน 72ตารางวา โจทก์กับพวกกำลังลักทรัพย์ดินลูกรัง จำเลยที่ 3 ห้ามแต่โจทก์ไม่ยอมหยุด จำเลยที่ 3 จึงกลับไปรายงานผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 2 จำเลยทั้งสามได้รับคำสั่งให้ดำเนินการตามกฎหมายแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 อำนวยการอยู่ที่ศูนย์ปราบอาชญากรรมร่วมในบริเวณค่ายจักรพงษ์

จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 กับเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารไปที่เกิดเหตุ พบพวกของโจทก์กำลังลักทรัพย์ขุดตักดินลูกรังอยู่ สอบถามพวกของโจทก์ได้ความว่า โจทก์ไปรับประทานอาหารพวกของโจทก์ไปตามโจทก์มายังที่เกิดเหตุ โจทก์อ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินนั้นแต่ไม่มีหลักฐานแสดงและไม่ยอมหยุดขุดตักดินลูกรังจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 จึงเชิญโจทก์กับพวกไปที่ศูนย์ปราบอาชญากรรมร่วม แล้วมอบให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองปราจีนบุรีรับไปดำเนินการ จำเลยทั้งสามกระทำการโดยชอบด้วยกฎหมายป้องกันตนเองในหน้าที่ทางราชการ กระทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาไม่เป็นละเมิดไม่ต้องรับผิดตามระเบียบกองทัพบกว่าด้วยการปกครองและวิธีการจัดการที่ดิน ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2527 ประกาศ

ณ วันที่28 มีนาคม 2527 พระราชบัญญัติว่าด้วยเขตปลอดภัยในราชการทหารพุทธศักราช 2478 พระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณเขตปลอดภัยในราชการทหารแห่งกองสะเบียงสัตว์ในท้องที่อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี พุทธศักราช 2483 โจทก์ไม่เสียหายศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาในชั้นนี้ว่าจำเลยทั้งสามกระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ เห็นว่า กองทัพบกเป็นหน่วยงานสังกัดกระทรวงกลาโหม มีหน้าที่ดูแลรักษาที่ดินหวงห้ามเพื่อประโยชน์ในราชการทหาร ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดินและระเบียบกองทัพบกว่าด้วยการปกครองและวิธีการจัดการที่ดิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2527 เอกสารหมาย ล.1 จำเลยทั้งสามเป็นนายทหารสังกัดมณฑลทหารบกที่ 2 กองทัพบกได้ตรวจพบว่าโจทก์บุกรุกที่ดินในเขตทหารมณฑลทหารบกที่ 2 จึงรายงานให้ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 2 ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 2ซึ่งมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบที่ดินของราชการกองทัพบกและที่ดินที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลจากทางราชการ คือที่ดินตามหนังสือสำหรับที่หลวงเอกสารหมาย

ล.2 อันรวมที่พิพาทด้วย จึงมีหน้าที่ดำเนินการได้ตามที่ได้รับมอบตามระเบียบข้างต้น จำเลยทั้งสามได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ดำเนินการตามกฎหมายแก่โจทก์เมื่อพบว่าโจทก์กับพวกทำการขุดดินในที่พิพาท อันเป็นที่ดินของกระทรวงกลาโหมในความดูแลของมณฑลทหารบกที่ 2 และจำเลยทั้งสามเชื่อโดยสุจริตว่าโจทก์กระทำผิดฐานลักทรัพย์ดินลูกรัง การที่จำเลยที่ 1 สั่งให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ไปนำตัวโจทก์มาที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมมณฑลทหารบกที่ 2 เพื่อสอบถามและให้โจทก์ชี้แจงแล้ว จำเลยที่ 2นำตัวโจทก์ส่งให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองปราจีนบุรีดำเนินคดีต่อไปนั้น ย่อมมีอำนาจกระทำการดังกล่าวได้

ที่โจทก์ฎีกาว่าการที่โจทก์กับพวกขุดดินลูกรังในที่พิพาทไม่เป็นการกระทำผิดซึ่งหน้าจำเลยทั้งสามไม่มีอำนาจจับกุม และการที่จำเลยที่ 2 ที่ 3โดยจำเลยที่ 1 สั่งการบังคับขู่เข็ญให้โจทก์ไปสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองปราจีนบุรี นั้น เห็นว่า โจทก์เบิกความอ้างตนเองเป็นพยานว่าจำเลยที่ 1 สั่งให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 นำตัวโจทก์ไปสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองปราจีนบุรี และโจทก์ตอบคำถามค้านว่าโจทก์ไปโดยขับรถของโจทก์ไปเอง แสดงว่าไม่ได้มีการจับกุมหรือบังคับขู่เข็ญโจทก์ในการนำโจทก์ไปสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองปราจีนบุรีแต่อย่างใด...

อนึ่ง สำหรับกรณีที่โจทก์ถูกควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองปราจีนบุรีนั้น อยู่ในดุลพินิจและอำนาจของพนักงานสอบสวนไม่ใช่เป็นผลโดยตรงจากการกระทำของจำเลยทั้งสาม การกระทำทั้งหมดของจำเลยทั้งสามจึงไม่เป็นการจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำให้โจทก์เสียหาย จึงไม่เป็นการกระทำละเมิดดั่งฟ้องโจทก์ สำหรับปัญหาในเรื่องค่าเสียหาย เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าการกระทำของจำเลยทั้งสามไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ตามที่ได้วินิจฉัยไว้แล้วข้างต้น โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสาม..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์ · สวิน อักขรายุธ · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 703998)

แม้โจทก์ที่ 1 มีเพียงคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ ระหว่างจำเลยทั้งสี่โดยมิได้มีคำขอให้ใช้ราคาที่ดินทั้งสองแปลงแก่โจทก์ที่ 1 ก็ตาม แต่เมื่อศาลไม่อาจพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเพื่อให้ที่ดินทั้งสอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2567

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองรถที่โจทก์รับประกันภัยยินยอมให้จำเลยที่ 1 ขับรถในขณะเกิดเหตุ ทั้งที่ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 เมาสุราซึ่งจากผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จำเลยที่ 1 มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 102…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้