Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6473/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องเรียกค่าใช้จ่ายในการติดตามรถยนต์ที่ให้เช่าซื้อคืนเป็นเงิน 5,000 บาท โดยโจทก์มีเพียง ส.ผู้รับมอบอำนาจเบิกความลอย ๆ ว่าในการติดตามรถยนต์คืนโจทก์ได้เสียค่าพาหนะและค่าเบี้ยเลี้ยงพนักงานเป็นเงิน5,000 บาท โดยมิได้พิสูจน์ให้เห็นว่าได้เสียค่าใช้จ่ายสิ่งใดบ้างให้ปรากฏ เมื่อโจทก์มีภาระการพิสูจน์แต่พิสูจน์ไม่ได้ การที่ศาลกำหนดให้โจทก์เป็นเงิน 2,000 บาท เป็นการเหมาะสมแก่พฤติกรรมแห่งรูปคดีแล้ว กรณีที่หนังสือสัญญาเช่าซื้อระบุว่าถ้าเจ้าของได้ขายทรัพย์ที่ให้เช่าซื้อไปแล้วได้เงินไม่คุ้มราคาค่าเช่าซื้อที่ต้องชำระทั้งหมดตามสัญญากับค่าเสียหายอื่น ๆที่เกิดขึ้น ผู้เช่าซื้อต้องชดใช้เงินให้เจ้าของจนครบถ้วนก็ดีหรือข้อที่ว่าถ้าผู้เช่าซื้อผู้ผิดนัดหรือผิดสัญญาและต้อง ชำระเงินใด ๆ ให้แก่เจ้าของหรือในกรณีที่สัญญาเช่าซื้อ สิ้นสุดลงและผู้เช่าซื้อต้องชำระค่าเสียหายใด ๆ แก่เจ้าของ ผู้เช่าซื้อยินยอมเสียดอกเบี้ยของเงินดังกล่าวในอัตรา ร้อยละ 15 ต่อปีนับจากวันผิดนัดก็ดี ดังนี้ เป็นข้อตกลง ที่กำหนดค่าเสียหายกันไว้ล่วงหน้าวิธีหนึ่งอันมีลักษณะ เป็นการกำหนดเบี้ยปรับ หากสูงเกินส่วนศาลมีอำนาจลดลงได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 379 และ 383

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์ โดยจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกัน ต่อมาจำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้โจทก์ตามสัญญา โจทก์จึงติดตามยึดรถที่เช่าซื้อคืน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายเป็นเงิน 1,110,437.76 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 281,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 372,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาข้อต่อมาว่า ค่าใช้จ่ายในการติดตามยึดรถยนต์คืนของโจทก์เป็นเงิน 5,000 บาท ที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้เพียง 2,000 บาท ต่ำเกินไปนั้นศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์มีเพียงนางสาวสร้อยเพชร ชูชัยสุวรรณศรีผู้รับมอบอำนาจโจทก์เบิกความลอย ๆ เพียงว่า ในการติดตามรถยนต์คืนโจทก์ได้เสียค่าพาหนะและค่าเบี้ยเลี้ยงพนักงานเป็นเงิน5,000 บาทเท่านั้น โดยโจทก์มิได้พิสูจน์ให้เห็นว่าได้เสียค่าใช้จ่ายสิ่งใดบ้างให้ปรากฏ เมื่อโจทก์มีภาระในการพิสูจน์แต่พิสูจน์ไม่ได้ ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้โจทก์เป็นเงิน 2,000 บาท นับว่าเป็นการเหมาะสมแก่พฤติกรรมแห่งรูปคดีแล้วฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้นโจทก์ฎีกาข้อต่อมาโดยขอค่าเสียหายอันเป็นราคารถยนต์ที่ยังขาดอยู่หลังจากที่ประมูลขายไปเป็นเงิน 3,084,112.15 บาทยังขาดอยู่อีกจำนวน 467,289.76 บาท นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าแม้ตามหนังสือสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.5 ข้อ 10 ระบุว่าถ้าเจ้าของได้ขายทรัพย์สินที่เช่าซื้อไปแล้วยังไม่คุ้มราคาค่าเช่าซื้อที่ต้องชำระทั้งหมดตามสัญญานี้กับค่าเสียหายอื่น ๆที่เกิดขึ้น ผู้เช่าซื้อจะชดใช้เงินให้เจ้าของจนครบถ้วนดังนี้ แสดงให้เห็นว่าข้อสัญญาดังกล่าวเป็นข้อตกลงกำหนดค่าเสียหายกันไว้ล่วงหน้าเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องสมควรกรณีจึงมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 379 ดังนั้น หากค่าปรับมีจำนวนสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 383 เมื่อโจทก์ตั้งราคาค่าเช่าซื้อเป็นเงิน 4,112,149.58 บาท โดยมีราคารถยนต์ที่แท้จริงจำนวน 3,600,000 บาท และโจทก์คิดดอกเบี้ยล่วงหน้าไว้จำนวน 22 เดือน ในอัตราร้อยละ 7.77 ต่อปี

รวมเป็นค่าเช่าซื้อดังกล่าวข้างต้นแต่จำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อเดือนละ 186,915.89 บาท จำนวน 3 งวดคำนวณแล้วคิดเป็นเงิน 560,747 บาทและโจทก์นำรถยนต์ตามหนังสือสัญญาเช่าซื้อพิพาทนี้ออกประมูลขายได้เป็นเงิน 3,084,112.15 บาท เมื่อรวมกับจำนวนเงินค่าเช่าซื้อที่จำเลยที่ 1 ชำระแก่โจทก์ไปแล้ว จำนวน 3 งวด รวมเป็นเงิน3,644,859 บาท ซึ่งเกินราคารถยนต์ที่แท้จริงแล้ว ดังนั้นการที่ศาลอุทธรณ์ได้กำหนดค่าเสียหายส่วนนี้ให้แก่โจทก์เป็นเงิน100,000 บาทนั้น นับว่าเป็นคุณและเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้นโจทก์ฎีกาข้อสุดท้ายว่า โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยได้ในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ตามหนังสือสัญญาเช่าซื้อ ข้อ 9 นั้นศาลฎีกาเห็นว่า ตามหนังสือสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย

จ.5 ข้อ 9 ระบุว่า ถ้าผู้เช่าซื้อผิดนัดหรือผิดสัญญาและต้องชำระเงินใด ๆ ให้แก่เจ้าของหรือในกรณีที่สัญญาเช่าซื้อสิ้นสุดลงและผู้เช่าซื้อต้องชำระค่าเสียหายใด ๆ แก่เจ้าของผู้เช่าซื้อยอมเสียดอกเบี้ยของเงินดังกล่าวในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับจากวันผิดนัด ดังนี้ เห็นได้ชัดแจ้งว่าเป็นข้อตกลงที่กำหนดค่าเสียหายกันไว้ล่วงหน้าวิธีหนึ่งอันมีลักษณะเป็นการกำหนดเบี้ยปรับ หากสูงเกินส่วนศาลมีอำนาจลดลงได้ ที่ศาลอุทธรณ์กำหนดดอกเบี้ยให้โจทก์ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จึงชอบแล้วฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประกาศ บูรพางกูร · สถิตย์ ไพเราะ · ระพินทร บรรจงศิลป
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้