Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6456/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

++ เรื่อง ฉ้อโกง (ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง) ++ การกระทำอันเป็นองค์ประกอบสำคัญประการหนึ่งของความผิดฐานฉ้อโกงตาม ป.อ. มาตรา 341 คือการหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และการกระทำดังกล่าวผู้กระทำต้องมีเจตนามาตั้งแต่ต้น ตาม ป.อ. มาตรา 59 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 3 มีวัตุประสงค์ในการรับจ้างซ่อมแซมรถยนต์ โดยมีจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งเป็นลูกจ้างดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีหน้าที่เพียงจัดการซ่อมแซมรถยนต์ที่โจทก์นำไปซ่อมกับจำเลยที่ 3ให้ใช้การได้ดีและปลอดภัยเท่านั้น จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่มีหน้าที่ต้องแจ้งให้โจทก์ทราบว่ารถยนต์คันที่โจทก์นำไปซ่อมเจ้าของเดิมไม่ยอมซ่อมเพราะราคาสูง การที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่แจ้งให้โจทก์ทราบถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง การกระทำของจำเลยทั้งสามจึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์ยี่ห้อออดี้ โดยซื้อมาจากเต็นท์บริการขายรถใช้แล้ว จำเลยที่ ๑ เป็นที่ปรึกษาด้านบริการ จำเลยที่ ๒ เป็นผู้จัดการฝ่ายบริการของจำเลยที่ ๓ และเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๓ ส่วนจำเลยที่ ๓มีฐานะเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ในการซื้อขาย และรับซ่อมรถยนต์โดยเฉพาะรถยนต์ยี่ห้อออดี้ รถยนต์ของโจทก์มีอาการกินน้ำมันและควันดำ เกียร์มีอาการกระตุกขณะเปลี่ยนจากเกียร์ ๒ ไปเกียร์ ๓ และจากเกียร์ ๓ ไปเกียร์ ๔โจทก์จึงขับเข้าอู่ของจำเลยที่ ๓ เพื่อทำการตรวจเช็คและขอให้เสนอราคาค่าซ่อมจำเลยที่ ๑ ซึ่งทำหน้าที่รับผิดชอบการตรวจเช็คและเสนอราคาค่าซ่อมรถคันนี้จำเลยที่ ๑ รู้ดีแล้วว่ารถยนต์คันนี้เจ้าของเดิมเคยถูกชนมา และมีประวัติการซ่อมอยู่ที่จำเลยที่ ๓ และเคยแจ้งค่าซ่อมให้แก่เจ้าของเดิมแล้วแต่ไม่ซ่อมเพราะราคาสูงมากซึ่งจำเลยที่ ๑ ควรแจ้งความจริงนั้นให้โจทก์ทราบก่อน แต่ไม่แจ้งกลับปกปิดไว้เพราะรู้ว่าถ้าแจ้งให้โจทก์ทราบก่อน

โจทก์อาจไม่ซ่อมเช่นเดียวกับเจ้าของเดิม ต่อมาจำเลยที่ ๑โดยเจตนาทุจริตทำให้โจทก์เชื่อว่าถ้าสั่งซ่อมตามใบเสนอราคาที่จำเลยที่ ๓ โดยจำเลยที่ ๑ ส่งมาให้โจทก์ลงชื่อสั่งซ่อมแล้วรถจะอยู่ในสภาพใช้ได้ดี และจำเลยที่ ๓รับประกันการใช้ให้เป็นเวลา ๑ ปีด้วย โจทก์จึงได้ลงชื่อสั่งซ่อมไปในใบเสนอราคาที่จำเลยที่ ๑ ส่งมาโดยโทรสาร เมื่อหักส่วนลดแล้วคงเหลือจำนวน ๑๐๔,๓๐๔ บาทต่อมาโจทก์ไปขอรับรถ เมื่อโจทก์นำรถไปลองขับร่วมกับจำเลยทื่ ๑ ปรากฏว่ารถยังไม่อยู่ในสภาพใช้ได้ดี จำเลยที่ ๓ จึงไม่สามารถส่งรถได้ในวันนั้น ต่อมาจำเลยที่ ๓โดยจำเลยที่ ๒ ได้แจ้งให้โจทก์ทราบว่าทางโทรสารว่า การซ่อมนั้นเป็นเพียงการซ่อมตามใบเสนอราคาฉบับลงวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๔๒ เท่านั้น

ถ้าจะให้รถอยู่ในสภาพที่ใช้ได้ดี และจำเลยที่ ๓ รับประกันการใช้ให้ด้วย โจทก์จะต้องสั่งซ่อมเพิ่มเติมอีกเป็นเงิน ๑๖๕,๓๗๑ บาท ทั้งนี้เพราะรถคันนี้เคยประสบอุบัติเหตุมาก่อน จำเลยที่ ๓ได้เคยแจ้งให้เจ้าของเดิมซ่อมแล้วไม่ยอมซ่อม จึงแสดงว่าเมื่อตอนที่จำเลยที่ ๓ โดยจำเลยที่ ๑ เสนอราคาให้โจทก์สั่งซ่อมตามใบเสนอราคาลงวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๔๒กลับปกปิดความจริงเรื่องนี้ไว้โดยมีเจตนาจะให้โจทก์หลงเชื่อว่าถ้าสั่งซ่อมตามนั้นแล้วรถยนต์จะอยู่ในสภาพใช้ได้ดี ครั้นเมื่อโจทก์ไปขอรับรถ ปรากฏว่ารถไม่อยู่ในสภาพดีตามที่จำเลยที่ ๓ รับรองให้ซ่อม และเมื่อโจทก์ไม่ยอมสั่งซ่อมเพิ่มเติมตามที่จำเลยที่ ๒เสนอมา แต่ขอให้จำเลยที่ ๓ ส่งมอบรถคืนในสภาพเดิม

จำเลยที่ ๓ ไม่ยอมส่งมอบรถคืน แต่กลับให้จำเลยที่ ๒ แจ้งมาว่า จำเลยที่ ๓ ได้ซ่อมตามใบเสนอราคาลงวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๔๒ แล้ว ถ้าโจทก์ไม่ยอมจ่ายค่าซ่อมจำนวน ๑๕๓,๒๒๖ บาทจำเลยที่ ๓ จะไม่คืนรถให้ การกระทำของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีเจตนาเพื่อจะให้จำเลยที่ ๓ ได้รับประโยชน์โดยทุจริต ทำให้โจทก์หลงเชื่อจึงได้ลงชื่อในใบเสนอราคาสั่งซ่อมรถยนต์ของโจทก์ลงวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๔๒ อันถือเป็นเอกสารสิทธิให้แก่จำเลยที่ ๓ ไป แล้วจำเลยที่ ๓ ได้อ้างเอกสารสิทธิฉบับนี้มายึดครองรถยนต์ของโจทก์ไว้เพื่อจะบีบบังคับเอาเงินจำนวน ๑๕๓,๒๒๖ บาท จากโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เพราะโจทก์ได้ทำเอกสารสิทธินั้นให้จำเลยไว้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๘๓, ๙๑ และให้คืนรถยนต์ยี่ห้อออดี้ หมายเลขทะเบียน ภค - ๘๒๓๑ กรุงเทพมหานคร แก่โจทก์ ศาลชั้นต้นงดไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยทั้งสามตามฟ้องครบองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ หรือไม่ เห็นว่า การกระทำอันเป็นองค์ประกอบสำคัญประการหนึ่งของความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ คือการหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และการกระทำดังกล่าวผู้กระทำต้องมีเจตนามาตั้งแต่ต้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๕๙ วรรคหนึ่งด้วย คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ ๓ มีวัตุประสงค์ในการรับจ้างซ่อมแซมรถยนต์ โดยมีจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ซึ่งเป็นลูกจ้างดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ ๓ ดังกล่าว

จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จึงมีหน้าที่เพียงจัดการซ่อมแซมรถยนต์ที่โจทก์นำไปซ่อมกับจำเลยที่ ๓ ให้ใช้การได้ดีและปลอดภัย จำเลยที่ ๑และที่ ๒ หามีหน้าที่ต้องแจ้งให้โจทก์ทราบว่ารถยนต์คันที่โจทก์นำไปซ่อมดังกล่าวมีประวัติอยู่ที่จำเลยที่ ๓ และจำเลยที่ ๓ เคยแจ้งให้เจ้าของเดิมทราบแล้ว แต่เจ้าของเดิมไม่ยอมซ่อมเพราะราคาสูงแต่ประการใดไม่ การที่จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ไม่แจ้งให้โจทก์ทราบดังกล่าวถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งตามที่โจทก์ฎีกา การกระทำของจำเลยทั้งสามจึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวลิต ตุลยสิงห์ · ระพินทร บรรจงศิลป · สมชาย จุลนิติ์
ศาลล่าง
ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายชยุตม์ ประภากมล
ศาลอุทธรณ์ - นายธนฤกษ์ นิติเศรณี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้