Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2563 (เลขอ้างอิง 645399)

พ.ศ. 2563 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีที่ ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชนยื่นฟ้องสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น สาขาน้ำพอง ที่ ๑ กรมที่ดิน ที่ ๒ และองค์การบริหารส่วนตำบลท่ากระเสริม ที่ ๓ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒ โดยผู้ฟ้องคดีอ้างเหตุแห่งการฟ้องคดี ๒ ข้อหา ข้อหาแรก ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้างว่าการรังวัดสอบเขตที่ดินของเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ไม่มีการแจ้งเจ้าของที่ดินข้างเคียงครบทุกคน ช่างรังวัดไม่ดำเนินการรังวัดด้วยตนเองโดยปล่อยให้คนงานส่องกล้องและถือปริซึมรีเฟกต์ทำงานกันเอง และกระทำการล่าช้าโดยเลื่อนนัดรังวัดและไกล่เกลี่ยหลายครั้งตั้งแต่วันยื่นคำร้อง เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหายจากการต้องเดินทางมาสำนักงานที่ดินหลายครั้ง โดยมีคำขอให้ศาลมี

เนื้อความคำพิพากษา

คดีที่ ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชนยื่นฟ้องสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น สาขาน้ำพอง ที่ ๑ กรมที่ดิน ที่ ๒ และองค์การบริหารส่วนตำบลท่ากระเสริม ที่ ๓ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒ โดยผู้ฟ้องคดีอ้างเหตุแห่งการฟ้องคดี ๒ ข้อหา ข้อหาแรก ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้างว่าการรังวัดสอบเขตที่ดินของเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ไม่มีการแจ้งเจ้าของที่ดินข้างเคียงครบทุกคน ช่างรังวัดไม่ดำเนินการรังวัดด้วยตนเองโดยปล่อยให้คนงานส่องกล้องและถือปริซึมรีเฟกต์ทำงานกันเอง และกระทำการล่าช้าโดยเลื่อนนัดรังวัดและไกล่เกลี่ยหลายครั้งตั้งแต่วันยื่นคำร้อง เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหายจากการต้องเดินทางมาสำนักงานที่ดินหลายครั้ง โดยมีคำขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้

ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ สังกัด ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาติดต่อราชการเพื่อรังวัดสอบเขตที่ดินหลายครั้งเป็นเงิน ๖,๐๐๐ บาท กรณีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายและจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คดีในข้อหาแรกนี้จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ส่วนคำฟ้องข้อหาที่สอง การที่ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้างว่าเหตุที่ไม่อาจรังวัดที่ดินของ

ผู้ฟ้องคดีได้สำเร็จเนื่องจากเจ้าของที่ดินข้างเคียง และผู้แทนนายอำเภอกับผู้แทนผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ คัดค้านการรังวัดสอบเขตว่า ผู้ฟ้องคดีนำรังวัดรุกล้ำที่ดินของตนและถนนสาธารณประโยชน์ โดยมี คำขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ คืนที่ดินให้แก่ผู้ฟ้องคดีโดยการย้ายแนวเขตทางสาธารณะออกจากแนวเขตที่ดินของผู้ฟ้องคดี ภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนดและให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ มีคำสั่งให้รื้อบ้านเลขที่ ๑๒๘ ของนางสาว จ. เพื่อคืนพื้นที่ให้แก่ผู้ฟ้องคดี นั้น การกระทำของเจ้าของที่ดินข้างเคียง และผู้แทนนายอำเภอน้ำพอง กับผู้แทนผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ที่คัดค้านการรังวัดนำชี้แนวเขตที่ดินของผู้ฟ้องคดี เป็นการระวังแนวเขตที่ดินอันเนื่องมาจากมีการขอรังวัดสอบเขตที่ดินของผู้ฟ้องคดีตามมาตรา ๖๙ ทวิ

แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อมิให้ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินติดกันรังวัดสอบเขตที่ดินของตนรุกล้ำเข้ามาในแนวเขตที่ดินข้างเคียงหรือที่ดินสาธารณะ แม้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ จะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ในกรณี การคัดค้านการรังวัดที่ดินตามมาตรา ๖๙ ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดินนี้ ไม่ใช่การใช้อำนาจตามกฎหมาย การกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ที่คัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินของผู้ฟ้องคดีว่าที่ดินส่วนพิพาทเป็นที่สาธารณะ จึงมิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒ ทั้งข้อเท็จจริงปรากฏตามสำนวนว่า

เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้สอบสวนไกล่เกลี่ยผู้ฟ้องคดีที่ขอรังวัดสอบเขตที่ดินและเจ้าของที่ดินข้างเคียงด้านที่มีการคัดค้านแล้ว แต่ไม่อาจตกลงกันได้ โดยตกลงกันว่าคู่กรณีจะไปใช้สิทธิทางศาลเพื่อให้พิสูจน์สิทธิในที่ดินต่อไป ตามบันทึกการไกล่เกลี่ย ลงวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๖๑ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมาตรา ๖๙ ทวิ วรรคห้า แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน กรณีตามข้อหาที่สองนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินระหว่างผู้ฟ้องคดีกับเจ้าของที่ดินข้างเคียงและผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่มีหน้าที่ในการดูแลรักษาที่สาธารณะในเขตพื้นที่ตำบลท่ากระเสริม ข้อหาที่สองซึ่งมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่า ใครเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่ากันนี้จึงแยกออกได้จากข้อหาแรกในเรื่องการตรวจสอบการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐ

แม้ผู้ฟ้องคดีจะมีคำขอให้ศาลบังคับให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ รังวัดสอบเขตที่ดินและ ปักหมุดโฉนดให้ได้พื้นที่ครบตามโฉนดที่ดินของผู้ฟ้องคดี ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ คืนที่ดินให้แก่ผู้ฟ้องคดีโดยการย้ายแนวเขตทางสาธารณะออกจากแนวเขตที่ดินของผู้ฟ้องคดี และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ มีคำสั่งให้รื้อถอนอาคารออกจากแนวเขตที่ดินของผู้ฟ้องคดี ก็เป็นผลต่อเนื่องในการวินิจฉัยกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท และเป็นคำขอที่แสดงให้เห็นเจตนาของผู้ฟ้องคดีที่ใช้สิทธิทางศาลเพื่อให้รับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของตน ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดีย่อมนำคำพิพากษาของศาลยุติธรรมไปขอให้เจ้าหน้าที่และบุคคลที่เกี่ยวข้องบังคับให้เป็นไปตามสิทธิของผู้ฟ้องคดีได้

เพราะคำวินิจฉัยถึงกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินใด ๆ เป็นคุณแก่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจใช้ยันแก่บุคคลภายนอกได้ เว้นแต่บุคคลภายนอกนั้นจะพิสูจน์ได้ว่าตนมีสิทธิดีกว่า ทั้งนี้ ตามมาตรา ๑๔๕ (๒) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เมื่อการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินซึ่งเป็นสิทธิในทางทรัพย์สินของบุคคล เป็นคดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ดังนั้น ข้อหาที่สองนี้จึงเป็นข้อพิพาทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม()

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้