Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 644/2509

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวนที่มีข้อความชัดแจ้งว่า จำเลยรับรองว่าได้กู้ยืมเงินของโจทก์ไปจำนวนเท่านั้นเท่านี้จริง และจำเลยได้ลงชื่อไว้ท้ายบันทึกนั้นด้วย แม้จะเป็นเรื่องพนักงานสอบสวนเรียกไปไกล่เกลี่ยในทางอาญาก็ตาม ก็ใช้บันทึกนั้นเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กู้ยืมเงินโจทก์ไป ๓๐,๖๐๐ บาท ต่อมาจำเลยได้ทำหลักฐานรับสภาพหนี้ว่าจำเลยเป็นหนี้เงินโจทก์อยู่ ๑๓,๖๐๐ บาท คิดดอกเบี้ย ๕ ปี เป็นเงิน ๕,๑๐๐ บาท ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๑๘,๗๐๐ บาท และดอกเบี้ยตั้งแต่วันฟ้อง

จำเลยให้การว่า จำเลยมีปากเสียงกับโจทก์ พนักงานสอบสวนเรียกไปไกล่เกลี่ยให้เลิกแล้วต่อกันในทางอาญา ซึ่งโจทก์หาว่าจำเลยกล่าวคำอาฆาต ข้อความที่พนักงานสอบสวนบันทึกว่าจำเลยเป็นหนี้เงินโจทก์เป็นเพียงสาเหตุซึ่งทำให้เกิดคดีอาญา มิใช่หนังสือรับสภาพหนี้ และมิได้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืม ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ต้นเงิน ๑๓,๖๐๐ บาท (ดอกเบี้ย ๕,๑๐๐ บาท เกินอัตราเป็นโมฆะ) พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะใช้เงินเสร็จ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาได้พิจารณาบันทึก (ประจำวัน) แล้ว เห็นว่ามีข้อความชัดแจ้งว่า นางพรเพ็ญจำเลยรับรองว่าได้กู้ยืมเงินของโจทก์ไป ๑๓,๖๐๐ บาท และจำเลยได้ลงชื่อรับรองไว้ท้ายบันทึกนั้นด้วย แม้ข้อความตามบันทึกจะเป็นเรื่องพนักงานสอบสวนเรียกไปไกล่เกลี่ยเกี่ยวกับคดีอาญาและจำเลยมิได้ตั้งใจให้ข้อความในบันทึกนั้นเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืม หรือเป็นเอกสารการรับสภาพหนี้ก็ตาม แต่เมื่อข้อความในเอกสารนั้นบ่งแสดงให้เห็นได้ชัดว่าจำเลยได้รับรองว่าได้กู้ยืมเงินโจทก์ ๑๓,๖๐๐ บาทไปจริง ข้อความนั้นก็เป็นหลักฐานอันหนึ่งซึ่งแสดงว่าจำเลยได้กู้ยืมเงินโจทก์ไป เมื่อทำไว้เป็นหนังสือและจำเลยลงชื่อรับรองเป็นสำคัญแล้ว ก็ใช้เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมและนำมาใช้เป็นหลักฐานฟ้องจำเลยได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มณี ชุติวงศ์ · อรรถไพศาลศรุดี · วงษ์ วีระพงศ์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายเสถียร ลิมปิษเฐียร
ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ บุปผเวส
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3622/2568

เนื้อหาที่โจทก์และจำเลยสนทนากันทางแอปพลิเคชันไลน์นั้นไม่มีข้อความใดที่แสดงว่าการโอนเงิน 100,000 บาท เป็นการให้กู้ยืมเงิน แม้การสนทนากันดังกล่าวเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 893/2568

แม้หนังสือสัญญากู้เงินไม่ได้ปิดอากรแสตมป์จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 118 แต่เอกสารหมาย จ.2 แผ่นที่ 2 เป็นตารางจ่ายเงินกู้ระบุยอดเงินกู้ 730,000 บาท ชำระเงินต้นงวดละ 29,200…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6656/2567

การกู้ยืมเงินตามสำเนาสัญญากู้ยืมเงินทั่วไป 2 ฉบับ ทำขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 700,000 บาท และ 300,000 บาท ตามลำดับ โดยจำเลยได้รับเงินแล้วในวันทำสัญญาแล้ว 1,000,000 บาท ต่อมาวันที่ 10 พฤศจิกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2162/2567

แม้จำเลยให้การรับว่าได้รับเงินโอนจากโจทก์แล้วทั้งยี่สิบครั้งและพิมพ์คำว่า "ตกลง" ในโปรแกรมไลน์ (LINE) ตามที่โจทก์ให้พิมพ์ แต่การรับของจำเลยเป็นการรับตามที่ปรากฏในฟ้องเท่านั้น จำเลยยังมีข้อต่อสู้ว่าการ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1650/2567

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินกู้จำนวน 200,000 บาท ตามหนังสือสัญญากู้เงิน จำเลยให้การว่า จำเลยกู้เงินจากโจทก์เพียง 50,000 บาท คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อเดือน หักดอกเบี้ยล่วงหน้า ได้รับเงินกู้เพียง 45,…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้