Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2525 (เลขอ้างอิง 64165)

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีนี้อัยการเป็นโจทก์ทั้งสองสำนวนซึ่งศาลสั่งรวมพิจารณาผู้ร้องซึ่งเป็นจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องขอให้โอนคดีทั้งสองสำนวนนี้ไปพิจารณาพิพากษาที่ศาลอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 26 โดยอ้างเหตุผลว่า จำเลยที่ 2 ในคดีทั้งสองสำนวนนี้เป็นกำนันในท้องที่เกิดเหตุมานานและมีอิทธิพลครอบงำอยู่ในท้องที่นั้นเป็นที่เกรงกลัวของประชาชนและวงการทั่วไปข้อหาความผิดก็อยู่ในลักษณะฉกรรจ์และเหตุเกิดในเวลากลางวัน ใกล้หน้าที่ว่าการเขตมีนบุรี พฤติการณ์ของจำเลยที่ 2 อุกอาจแสดงถึงอิทธิพลไม่ยำเกรงกฎหมายบ้านเมือง ทั้งยังสามารถใช้อิทธิพลและหน้าที่การงานทำให้ผู้ร้องที่ 2 ซึ่งเป็นพยานสำคัญรู้เห็นเหตุการณ์ต้องตกเป็นจำเลยในคดีประกอบกับพยานสำคัญที่รู้เห็นเหตุการณ์ก็มีภูมิลำเนาอยู่นอกเขตมีนบุรีถ้าจะต้องเดินทางไปเบิกความที่ศาลจังหวัดมีนบุรีอันเป็นท้องที่อิทธิพลของจำเลยที่ 2 ย่อมไม่ปลอดภัยแก่ตัวพยานตามคำร้องดังกล่าวยังไม่ได้ความว่าอาจมีการขัดขวางต่อการพิจารณา หรือน่ากลัวว่าจะเกิดความไม่สงบหรือเหตุร้ายอย่างอื่น จึงไม่มีเหตุควรอนุญาตให้โอนคดีตามกฎหมาย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 995 - 996/2525พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดมีนบุรีโจทก์นายชัยยง ดีสมโชค กับพวก ฯลฯจำเลย ป.วิ.อ. ม. 26คดีนี้อัยการเป็นโจทก์ทั้งสองสำนวนซึ่งศาลสั่งรวมพิจารณาผู้ร้องซึ่งเป็นจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องขอให้โอนคดีทั้งสองสำนวนนี้ไปพิจารณาพิพากษาที่ศาลอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 26 โดยอ้างเหตุผลว่า จำเลยที่ 2 ในคดีทั้งสองสำนวนนี้เป็นกำนันในท้องที่เกิดเหตุมานานและมีอิทธิพลครอบงำอยู่ในท้องที่นั้นเป็นที่เกรงกลัวของประชาชนและวงการทั่วไปข้อหาความผิดก็อยู่ในลักษณะฉกรรจ์และเหตุเกิดในเวลากลางวัน ใกล้หน้าที่ว่าการเขตมีนบุรี พฤติการณ์ของจำเลยที่ 2 อุกอาจแสดงถึงอิทธิพลไม่ยำเกรงกฎหมายบ้านเมือง

ทั้งยังสามารถใช้อิทธิพลและหน้าที่การงานทำให้ผู้ร้องที่ 2 ซึ่งเป็นพยานสำคัญรู้เห็นเหตุการณ์ต้องตกเป็นจำเลยในคดีประกอบกับพยานสำคัญที่รู้เห็นเหตุการณ์ก็มีภูมิลำเนาอยู่นอกเขตมีนบุรีถ้าจะต้องเดินทางไปเบิกความที่ศาลจังหวัดมีนบุรีอันเป็นท้องที่อิทธิพลของจำเลยที่ 2 ย่อมไม่ปลอดภัยแก่ตัวพยานตามคำร้องดังกล่าวยังไม่ได้ความว่าอาจมีการขัดขวางต่อการพิจารณา หรือน่ากลัวว่าจะเกิดความไม่สงบหรือเหตุร้ายอย่างอื่น จึงไม่มีเหตุควรอนุญาตให้โอนคดีตามกฎหมาย(บัญญัติ สุชีวะ-)

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2545 (เลขอ้างอิง 65816)

ความว่า คดีทั้งสองสำนวนเกิดขึ้นทั่วราชอาณาจักร และอยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาด้วย พยานหลักฐานของทั้งโจทก์และฝ่ายจำเลยต่างอยู่ที่กรุงเทพมหานครการที่โจทก์นำคดีนี้ไปฟ้องที่ศาลจังหวัดพังงาเป็นการกลั่นแกล้งจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2545 (เลขอ้างอิง 65812)

ความว่า คดีนี้ผู้ร้องทั้งสามเคยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 23 กรกฎาคม 2544 ขอให้ประธานศาลฎีกามีคำสั่งให้โอนคดีนี้ไปยังศาลอาญามาแล้วครั้งหนึ่ง ประธานศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องทั้งสามถูกฝ่ายโจทก์ข่มขู่จ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58626)

ความว่า การที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาคดีและได้พิจารณาคดีคลาดเคลื่อนไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทำให้เกิดความเสียหายต่อคดีของจำเลย รายละเอียดปรากฏตามเอกสารท้ายคำร้อง และหากให้ดำเนินคดีนี้ที่ศาลจังห…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56308)

ความว่า เนื่องด้วยจำเลยทั้งหกเป็นข้าราชการระดับสูงในกรมตำรวจ และจำเลยทั้งหมดล้วนแต่เป็นอดีตผู้บังคับบัญชาของโจทก์ มีอิทธิพลทางการเงินและหน้าที่การงานเป็นข้าราชการ ชั้นผู้ใหญ่ มีอิทธิพลเหนือโจทก์ทุกอย่…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56289)

ความว่า โจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 ที่ 7ต่อศาลจังหวัดชุมพร ซึ่งการฟ้องคดีนี้อาจมีการโกรธแค้นโจทก์ และอาจก่อเหตุร้ายแก่โจทก์และพยานโจทก์ได้ เนื่องจากจำเลย ดังกล่าวเป็นอาสาสมัครรักษาดินแดนขอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้