Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6412/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาบัญชีเดินสะพัดระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 กำหนดให้มีการหักทอนบัญชีกันทุกวันสิ้นเดือน เมื่อหักทอนบัญชีในเดือนสุดท้ายที่มีการเลิกสัญญา คือ วันที่ 30 กันยายน 2539 ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์ จำนวน 2,529,015.86 บาท แต่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าเป็นหนี้ที่คำนวณถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2539 เป็นเหตุให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยต่อไปว่าหลังจากนั้นโจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยแก่จำเลยแบบไม่ทบต้นนับแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2540 เป็นต้นไป ซึ่งความจริงโจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้นนับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2539 เช่นนี้ โจทก์ชอบที่จะอุทธรณ์คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์เพื่อแก้ไขให้ถูกต้องได้ โจทก์ไม่อาจใช้วิธีการยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นเพื่อให้แก้ไขคำพิพากษาเนื่องจากมีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงจำนวนหนี้ที่ศาลชั้นต้นได้กำหนดไว้จึงมิใช่เป็นข้อผิดพลาดหรือผิดหลงเล็กน้อย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 2,529,015.86 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 16.25 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2540 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2542 ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15.50 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2542 ถึงวันที่ 27 มิถุนายน 2542 ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2542 ถึงวันที่ 27 สิงหาคม 2542 และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14.50 ต่อปี นับแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2542 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์? ระหว่างบังคับคดีโจทก์ยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อย โดยแก้ไขคำพิพากษาจากนับแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2540 เป็นนับแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2539

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เป็นกรณีแก้ไขมากชอบที่โจทก์จะอุทธรณ์ต่อไป ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ตามข้อตกลงในสัญญาบัญชีเดินสะพัดระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ได้กำหนดให้ชำระดอกเบี้ยเป็นรายเดือนทุกวันสิ้นเดือนหากผิดนัดยอมให้โจทก์นำดอกเบี้ยที่ค้างชำระทบเข้าเป็นต้นเงินเป็นรายเดือน ตามธรรมเนียมการคิดบัญชีของธนาคารพาณิชย์ ตามคำขอเปิดบัญชีกระแสรายวันอันเป็นการคิดหักทอนบัญชีกันทุกวันสิ้นเดือนของแต่ละเดือนติดต่อกันไป ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 เบิกถอนเงินออกจากบัญชีครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2539 หลังจากนั้นไม่ปรากฏว่าโจทก์ยินยอมให้จำเลยที่ 1 เบิกถอนเงินจากบัญชีอีก โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยทบต้นกับจำเลยที่ 1 ได้จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2539 จะไม่ถูกต้องเนื่องจากวันครบกำหนดหักทอนบัญชีสำหรับงวดที่จำเลยที่ 1 เบิกเงินไปครั้งสุดท้ายในเดือนกันยายน 2539 ต้องเป็นวันที่ 30 กันยายน 2539 โดยจำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์จำนวน 2,529,015.86 บาท แต่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าเป็นหนี้ที่คำนวณถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2539 และวินิจฉัยต่อไปว่าหลังจากนั้นโจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยแก่จำเลยแบบไม่ทบต้นนับแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2540 เป็นต้นไป

อันเป็นการไม่ถูกต้องก็ตาม โจทก์ก็ชอบที่จะอุทธรณ์คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์เพื่อแก้ไขให้ถูกต้องได้ แต่โจทก์กลับปล่อยเวลาให้ล่วงเลยจนคดีถึงที่สุด ซึ่งการจะแก้ไขคำพิพากษาได้จะต้องเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยเท่านั้น แต่กรณีนี้หากจะแก้ไขว่าโจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้นนับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2539 ตามที่โจทก์ร้องขอก็จะทำให้จำเลยทั้งสามต้องเสียดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้นเพิ่มขึ้นเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงจำนวนหนี้ที่ศาลชั้นต้นได้กำหนดไว้ เป็นเหตุให้จำเลยรับผิดสูงขึ้น จึงมิใช่เป็นข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อย และยังมีผลเป็นการแก้ไขคำวินิจฉัยในคำพิพากษาเดิมของศาลชั้นต้นต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สถิตย์ ทาวุฒิ · สุรพล เจียมจูไร · เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์
ศาลล่าง
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายชยุตม์ ประภากมล
ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิมชัย จารุไพบูลย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 99/2568

ตามคำร้องของโจทก์ทั้งสี่ มิใช่เป็นกรณีคำพิพากษาหรือคำสั่งมีข้อผิดพลาดหรือผิดหลงเล็กน้อย ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 143 แต่เป็นความผิดพลาดของโจทก์ทั้งสี่เอง ที่พิมพ์เลขโฉนดที่ดินในคำร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคด…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 719899)

โจทก์ที่ 6 พิมพ์ชื่อสกุลโจทก์ที่ 6 ในคำฟ้องจาก "จิร" ผิดพลาดเป็น "จิระ" มิใช่เป็นกรณีคำพิพากษาหรือคำสั่งมีข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยที่ศาลจะมีคำสั่งแก้ไขตาม ป.วิ.พ. มาตรา 143 โจทก์ที่ 6 ชอบที่จะย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1467/2566

ในชั้นเดิมที่ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลชั้นที่สุดโดยตรง เพื่ออธิบายว่ากรณีจะต้องบังคับตามรูปแผนที่ตามเอกสารหมาย จ.3 และ จ.20 หรือต้องบังคับให้มีเน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3929/2561

คดีนี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยในประเด็นแรกที่ว่า จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 หรือไม่ โดยรับฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 เป็นเพียงตัวแทนของจำเลยที่ 2 จากนั้นได้วินิจฉัยในประเด็นที่สองว่า จำเลยทั้งสองต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1497/2561

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 32, 33, 80, 83, 91, 138, 140, 289, 358 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ จำเลยให้ก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้