Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6403/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 ทราบวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2553 แล้ว แต่เมื่อถึงวันนัดจำเลยที่ 2 ไม่มาศาล แม้หลังจากนั้นศาลชั้นต้นจะเพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2553 และนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ใหม่ในวันที่ 25 มกราคม 2554 ก็ตาม แต่พฤติการณ์ของจำเลยที่ไม่มาศาลในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2553 ถือได้ว่ามีเหตุสงสัยว่าจำเลยที่ 2 หลบหนีหรือจงใจไม่มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 แล้ว ศาลชั้นต้นชอบที่จะออกหมายจับจำเลยที่ 2 มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 182 วรรคสาม โดยไม่จำต้องออกหมายนัดแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 25 มกราคม 2554 ให้จำเลยที่ 2 ทราบอีก ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ลับหลังจำเลยที่ 2 ชอบแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสอง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 70, 124, 125, 144 วรรคแรก, 151 วรรคสองประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำเลยทั้งสอง อุทธรณ์ วันที่ 29 กันยายน 2553 เวลา 9 นาฬิกา ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 จำเลยที่ 2 และผู้ประกันไม่มาศาล ทนายจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 อ้างว่าจำเลยที่ 2 จะหาเงินมาวางศาลเพื่อชดใช้ให้แก่ผู้เสียหายทั้งสิบสาม และจำเลยที่ 2 ต้องคอยดูแลบ่อทรายที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งประสบภาวะน้ำท่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีไม่ถือว่ามีเหตุจำเป็นไม่ถึงกับมาศาลไม่ได้ ถือว่าจำเลยที่ 2 มีพฤติการณ์หลบหนี ให้ยกคำร้อง ออกหมายจับจำเลยที่ 2 และปรับผู้ประกันตามสัญญาประกัน และเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไปวันที่ 23 พฤศจิกายน 2553 เวลา 9 นาฬิกา วันที่ 15 ตุลาคม 2553 จำเลยที่ 2 เข้ามอบตัว

ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 2 ระหว่างอุทธรณ์ โดยกำหนดให้ส่งตัวจำเลยที่ 2 ในวันฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 จำเลยที่ 2 ทราบวันนัดดังกล่าวแล้ว วันที่ 23 พฤศจิกายน 2553 จำเลยที่ 2 ไม่มาศาลตามกำหนดนัด ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยที่ 2 โดยถือว่าอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้จำเลยที่ 2 ฟังแล้ว และให้เพิกถอนหมายจับเดิมกับออกหมายจับใหม่เพื่อให้ได้ตัวจำเลยที่ 2 มาบังคับตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ต่อมาวันที่ 14 ธันวาคม 2553

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณา ให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้จำเลยที่ 2 ฟังและเพิกถอนหมายจับ กับให้ออกหมายจับจำเลยที่ 2 เพื่อมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ในวันที่ 25 มกราคม 2554 เวลา 9 นาฬิกา วันที่ 23 ธันวาคม 2553 ทนายจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เนื่องจากศาลเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่อ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2553 โดยนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ใหม่ ในวันที่ 25 มกราคม 2554 จึงให้ยกคำร้อง เมื่อถึงวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 จำเลยที่ 2 ไม่มาศาลและออกหมายจับจำเลยที่ 2 เกินกว่าหนึ่งเดือนแล้ว ศาลชั้นต้นจึงงดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 โดยถือว่าจำเลยที่ 2 ได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 แล้ว และออกหมายจับจำเลยที่ 2 เพื่อบังคับตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3วันที่ 31 มกราคม 2554 ทนายจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 2 ไม่ทราบวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ในวันที่ 25 มกราคม 2554 เวลา 9 นาฬิกา เพราะศาลชั้นต้นไม่ได้ออกหมายนัดให้จำเลยที่ 2 ทราบ การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกหมายจับจำเลยที่ 2 และปรับผู้ประกันเป็นคำสั่งที่ไม่ถูกต้อง ขอยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้นเพื่อใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เนื่องจากจำเลยที่ 2 ทราบวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2553 เมื่อจำเลยที่ 2 ไม่มาศาลตามนัด ถือว่ามีพฤติการณ์หลบหนีและผู้ประกันผิดสัญญาประกัน ซึ่งศาลจะต้องออกหมายจับจำเลยที่ 2 เพื่อมาฟังคำพิพากษาใหม่ แต่ศาลออกหมายจับเพื่อบังคับตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 เป็นการผิดขั้นตอน จึงได้ออกหมายจับใหม่เพื่อมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 เป็นการแก้ไขให้ถูกต้องตามขั้นตอน เมื่อจำเลยที่ 2 หลบหนีมาตั้งแต่ต้น การที่ศาลออกหมายจับจึงชอบแล้ว หาจำต้องหมายแจ้งคำสั่งแต่อย่างใด และผู้ประกันก็ผิดสัญญาประกันตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2553 แล้ว ให้ยกคำร้อง (ที่ถูก ต้องสั่งว่า รวม) จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น ขอให้เพิกถอนหมายจับจำเลยที่ 2 และคำสั่งปรับผู้ประกัน กับมีหมายแจ้งให้จำเลยที่ 2 มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ใหม่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2553 เวลา 9 นาฬิกา โดยจำเลยที่ 2 ทราบนัดโดยชอบแล้ว แต่ไม่มาศาลตามกำหนดนัด ศาลชั้นต้นจึงออกหมายจับจำเลยที่ 2 และนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ใหม่ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2553 เวลา 9 นาฬิกา ระหว่างนั้นจำเลยที่ 2 เข้ามอบตัวและศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 2 ทราบวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2553 เวลา 9 นาฬิกา แล้ว แต่เมื่อถึงวันนัดจำเลยที่ 2 ไม่มาศาลอีก แม้หลังจากนั้นศาลชั้นต้นจะเพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2553 และนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ใหม่ในวันที่ 25 มกราคม 2554 เวลา 9 นาฬิกา

ก็ตาม แต่พฤติการณ์ของจำเลยที่ 2 ที่ไม่มาศาลในวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 วันที่ 23 พฤศจิกายน 2553 ถือได้ว่ามีเหตุสงสัยว่าจำเลยที่ 2 หลบหนีหรือจงใจไม่มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 แล้ว ศาลชั้นต้นชอบที่จะออกหมายจับจำเลยที่ 2 มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 182 วรรคสาม โดยไม่จำต้องออกหมายนัดแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 25 มกราคม 2554 ให้จำเลยที่ 2 ทราบอีก เมื่อศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ลับหลังจำเลยที่ 2 หลังจากออกหมายจับจำเลยที่ 2 เกินกว่า 1 เดือน นับแต่วันออกหมายจับแล้ว การอ่าน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ของศาลชั้นต้น จึงชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าว ไม่มีเหตุที่จะอ่าน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้จำเลยที่ 2 ฟังใหม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธงชัย เสนามนตรี · อภิรัตน์ ลัดพลี · พศวัจณ์ กนกนาก
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นางรัศมี เนตรภู่
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายณรงศักดิ์ อัจฉรานุวัฒน์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.6576/2554
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ2411/2552
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ2509/2552
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้