คำฟ้องและคำให้การ
การใช้กระแสไฟฟ้าทำการประมงเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 20ซึ่งมีบทลงโทษตามมาตรา 62 ทวิ ให้จำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท ดังนั้นความผิดฐานใช้กระแสไฟฟ้าทำการประมงจึงมิใช่มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ดังที่จำเลยฎีกา การที่ศาลชั้นต้นวางโทษให้จำคุก 6 เดือน จึงมิได้เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้และเมื่อนำโทษจำคุก 6 เดือน ฐานใช้กระแสไฟฟ้าทำการประมงในฤดูปลาวางไข่มารวมเข้าด้วยกันแล้วจึงเป็นจำคุก 1 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้วศาลชั้นต้นคง จำคุกจำเลย 6 เดือน จึงเป็นการวางโทษและคำนวณการลงโทษจำเลยถูกต้อง แต่ศาลล่างทั้งสองมิได้วินิจฉัยในเรื่องริบของกลางตามที่โจทก์ขอนั้นเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186(9)แม้โจทก์ไม่อุทธรณ์ฎีกา
ศาลฎีกาก็มีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้องได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้กระแสไฟฟ้าทำการประมงโดยใช้กระแสไฟฟ้าจุ่ม ลงไปทำอันตรายแล้วจับสัตว์และสัตว์น้ำอื่น ๆได้ปลาจำนวน 1 กิโลกรัม ในบริเวณคลองสาธารณะหมู่ที่ 5ตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก อันเป็นที่จับสัตว์น้ำประเภทสาธารณประโยชน์ทั้งนี้โดยจำเลยมิได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมประมงและมิได้กระทำเพื่อประโยชน์ของทางราชการ และจำเลยใช้กระแสไฟฟ้าเหล็กสองง่ามทำการประมง จับสัตว์น้ำในลำคลองสาธารณะดังกล่าวในฤดูปลามีไข่และใช้เครื่องมือทำการประมงมิใช่ชนิด ขนาด และวิธีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรประกาศและกำหนดไว้อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการประมง
พ.ศ. 2490 มาตรา 20, 32, 60, 62 ทวิ, 65, 69 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91 ริบของกลางจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 20, 32, 60, 62 ทวิ, 65, 69 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมเรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ฐานใช้กระแสไฟฟ้าทำการประมงจำคุก 6 เดือน และฐานใช้กระแสไฟฟ้าทำการประมงในฤดูปลาวางไข่จำคุก 6 เดือนรวมจำคุก 1 ปี
จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือนจำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยฎีกาว่า ศาลชั้นต้นคำนวณการลงโทษจำเลยไม่ถูกต้อง ความจริงฐานใช้กระแสไฟฟ้าทำการประมงมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน และใช้กระแสไฟฟ้าทำการประมงในฤดูปลาวางไข่ จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 9 เดือนจำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก4 เดือน 15 วัน
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนเท่ากับเป็นการคำนวณการลงโทษจำเลยไม่ถูกต้องตามศาลชั้นต้นนั้นเห็นว่า การใช้กระแสไฟฟ้าทำการประมงเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประมงพ.ศ. 2490 มาตรา 20 มีบทลงโทษตามมาตรา 62 ทวิซึ่งบัญญัติไว้ว่า "บุคคลใดฝ่าฝืนมาตรา 19 หรือมาตรา 20ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท" ดังนั้น ความผิดฐานใช้กระแสไฟฟ้าทำการประมงจึงมิใช่มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ดังที่จำเลยฎีกาการที่ศาลชั้นต้นวางโทษให้จำคุก 6 เดือน จึงมิได้เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้และเมื่อนำโทษจำคุก 6 เดือน ฐานใช้กระแสไฟฟ้าทำการประมงในฤดูปลาวางไข่มารวมเข้าด้วยกันแล้วจึงเป็นจำคุก 1 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 แล้วศาลชั้นต้นคงจำคุกจำเลย 6 เดือนจึงเป็นการวางโทษและคำนวณการลงโทษจำเลยถูกต้องตามที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้ว
การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจึงชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลล่างทั้งสองมิได้วินิจฉัยในเรื่องริบของกลางตามที่โจทก์ขอนั้นเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186(9)แม้โจทก์ไม่อุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน แต่ให้ริบของกลางด้วย