Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6390/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยนำน้ำมันซึ่งจำเลยมีสิทธิเบิกไปใช้ได้ด้วยตนเองไปเติมใส่รถยนต์คันอื่นเพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้นำรถยนต์คันอื่นนั้นไปใช้ในกิจกรรมอื่นซึ่งไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ที่จำเลยจะพึงใช้ได้อันอาจถือได้ว่าจำเลยได้ประโยชน์จากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวเป็นส่วนตัว เมื่อข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบยังมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำการเบียดบังเอาน้ำมันเชื้อเพลิงที่จำเลยสั่งจ่ายไปเป็นของจำเลยหรือของผู้อื่นโดยทุจริตหรือไม่ จึงให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ขณะที่จำเลยเป็นเทศมนตรีเทศบาลเมืองสงขลา ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานมีอำนาจหน้าที่ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายใบสั่งซื้อน้ำมันจากบริษัทจิตมีบุญ จำกัดเพื่อเติมไว้ใช้กับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ข-2208 สงขลา ซึ่งเป็นรถของทางราชการสำนักงานเทศบาลเมืองสงขลา มอบให้จำเลยไว้ใช้ในราชการ จำเลยได้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและทุจริตหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2539 เวลากลางวัน จำเลยลงลายมือชื่อสั่งจ่ายใบสั่งซื้อน้ำมันเบนซินซุปเปอร์ไร้สารตะกั่วจากบริษัทจิตมีบุญ จำกัด จำนวน 32 ลิตร คิดเป็นเงินจำนวน 297.60 บาท ในวันที่ 15 เมษายน 2539 เวลากลางวัน จำเลยลงลายมือชื่อสั่งจ่ายใบสั่งซื้อน้ำมันเบนซินซุปเปอร์จากบริษัทจิตมีบุญ

จำกัด จำนวน36.5 ลิตร คิดเป็นเงินจำนวน 346.75 บาท และในวันที่ 19 เมษายน 2539 เวลากลางวัน จำเลยลงลายมือชื่อสั่งจ่ายใบสั่งซื้อน้ำมันเบนซินซุปเปอร์จากบริษัทจิตมีบุญ จำกัด จำนวน 45.5 ลิตร คิดเป็นเงินจำนวน 432.25 บาท การซื้อน้ำมันของจำเลยแต่ละครั้งดังกล่าว จำเลยได้เบียดบังเอาเป็นของตนเองโดยนำไปเติมใช้กับรถยนต์คันอื่น มิใช่รถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ข-2208 สงขลา อันเป็นการเสียหายแก่เทศบาลเมืองสงขลาขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 145 (ที่ถูกมาตรา 147), 151, 91จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษากลับ เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 5 ปี ข้อนำสืบของจำเลยที่รับว่าเอาน้ำมันไปใช้กับรถยนต์ส่วนตัวเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม คงจำคุกกระทงละ 3 ปี 4 เดือน เรียงกระทงลงโทษรวมเป็นจำคุก 10 ปีจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าระหว่างวันเวลาเกิดเหตุจำเลยดำรงตำแหน่งเทศมนตรีเทศบาลเมืองสงขลา จำเลยในฐานะเทศมนตรีเทศบาลเมืองสงขลาได้รับมอบรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ข-2208 สงขลา ไว้ใช้ตามตำแหน่ง โดยมีนายสิทธิศักดิ์ เอี้ยนเซ่ง ลูกจ้างชั่วคราวของเทศบาลเมืองสงขลาเป็นพนักงานขับรถ สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้กับรถยนต์คันดังกล่าวเบิกจ่ายจากเงินของเทศบาลเมืองสงขลา จำเลยเป็นผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อสั่งจ่ายใบสั่งซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากบริษัทจิตมีบุญ จำกัดในนามของเทศบาลเมืองสงขลา จำเลยได้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อใช้กับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ข-2208 สงขลาเรื่อยมาจนกระทั่งวันที่ 11 เมษายน 2539 นายสิทธิศักดิ์ขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน

ข-2208 สงขลา เกิดอุบัติเหตุรถเสียหาย พนักงานสอบสวนนำรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ข-2208 สงขลา ไปเก็บรักษาไว้ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสงขลา ในระหว่างที่รถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ข-2208 สงขลา ใช้การนั้น จำเลยได้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายใบสั่งซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงเอกสารหมาย จ.5 ถึง จ.7 และมีการเบิกจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงตามใบสั่งซื้อไปใช้กับรถยนต์คันอื่นซึ่งมิใช่รถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ข-2208 สงขลา ต่อมาปลัดเทศบาลเมืองสงขลาได้จ่ายเงินส่วนตัวแทนเทศบาลเมืองสงขลาสำหรับใบสั่งซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงเอกสารหมาย จ.5 ถึง จ.7 ไปแล้วปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกมีว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้องหรือไม่ ปัญหาดังกล่าวจำเลยฎีกาว่าขณะเกิดเหตุจำเลยดำรงตำแหน่งเทศมนตรีเทศบาลเมืองสงขลามีสิทธิใช้รถยนต์พร้อมน้ำมันเชื้อเพลิงของเทศบาลเมืองสงขลาเพื่อปฏิบัติราชการตามตำแหน่งหน้าที่ของจำเลย

เมื่อรถยนต์ที่เทศบาลเมืองสงขลามอบให้จำเลยใช้เกิดเสียหายใช้การไม่ได้ ในการปฏิบัติราชการจำเลยจำเป็นต้องมีรถยนต์และน้ำมันเชื้อเพลิงที่จำเลยเบิกจ่ายได้ใช้กับรถยนต์ที่จำเลยปฏิบัติราชการตามตำแหน่งหน้าที่ จำเลยจึงไม่มีความผิดตามฟ้อง เห็นว่า จำเลยในฐานะเทศมนตรีเทศบาลเมืองสงขลามีสิทธิใช้รถยนต์และน้ำมันเชื้อเพลิงของเทศบาลเมืองสงขลาสำหรับรถยนต์เป็นการใช้คงรูป คือเมื่อหมดอำนาจหน้าที่จะใช้แล้ว จำเลยต้องส่งคืนรถยนต์ตามสภาพ ส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นทรัพย์ที่แม้จะฟังได้ว่าเป็นของเทศบาลเมืองสงขลาแต่ก็เป็นทรัพย์ที่ย่อมสิ้นเปลืองหมดไปเพราะการใช้ เมื่อข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของโจทก์ได้ความว่า จำเลยมีสิทธิเบิกน้ำมันเชื้อเพลิงไปใช้ได้ด้วยตนเองน้ำมันเชื้อเพลิงที่จำเลยสั่งจ่ายตามใบสั่งซื้อจะเติมใช้กับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน

ข-2208 สงขลา หรือไม่ก็ตาม น้ำมันเชื้อเพลิงที่จำเลยสั่งจ่ายจากบริษัทจิตมีบุญ จำกัด ย่อมต้องสิ้นเปลืองหมดไปเพราะการใช้ตามปกติ อีกประการหนึ่งไม่ปรากฏว่าจำเลยได้นำรถยนต์คันอื่นที่เติมน้ำมันเชื้อเพลิงตามเอกสารหมาย จ.5 ถึง จ.7 ไปใช้ในกิจกรรมอื่นซึ่งไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ที่จำเลยจะพึงใช้ได้เฉกเช่นเดียวกันกับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ข-2208 สงขลา อันอาจถือได้ว่าจำเลยได้ประโยชน์จากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวเป็นการส่วนตัวการที่จำเลยนำน้ำมันเชื้อเพลิงที่สั่งจ่ายตามใบสั่งซื้อเอกสารหมาย จ.5 ถึง จ.7 ไปเติมใส่รถยนต์คันอื่นเพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่จะพึงใช้ได้ตามปกติ คงฟังได้แต่เพียงว่าจำเลยปฏิบัติการผิดระเบียบขั้นตอนของเทศบาลเมืองสงขลาเท่านั้น ข้อเท็จจริงเท่าที่โจทก์นำสืบยังมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำการเบียดบังเอาน้ำมันเชื้อเพลิงที่จำเลยสั่งจ่ายไปนั้นเป็นของจำเลยหรือของผู้อื่นโดยทุจริตหรือไม่ จึงให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง กรณีไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่น ๆ ของจำเลยอีกต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาลงโทษจำเลยนั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิชัย ชื่นชมพูนุท · สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์ · พีรพล จันทร์สว่าง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้