Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 639/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานฉ้อโกง รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดตั้งแต่ก่อนวันที่ไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ทั้งบันทึกคำร้องทุกข์ก็ปรากฏว่าโจทก์ร้องทุกข์เมื่อเกิน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ในคำขอกู้เงินกรอกข้อความไว้แต่เพียงชื่อตัว ชื่อสกุล สังกัดอำเภอ และลายมือชื่อเท่านั้น มิได้กรอกข้อความจำนวนเงินที่ขอกู้ ในหนังสือกู้เงินก็มีเพียงลายมือชื่อผู้กู้ มิได้กรอกจำนวนเงินที่ขอกู้ และในใบมอบฉันทะก็มีเพียงลายมือชื่อผู้มอบฉันทะเท่านั้นมิได้กรอกข้อความว่ามอบฉันทะให้ผู้ใด จึงเป็นเอกสารที่ข้อความยังไม่สมบูรณ์ มิใช่เอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลงโอน สงวนหรือระงับซึ่งสิทธิ ผู้ใช้เอกสารดังกล่าวจึงไม่มีความผิดฐานใช้เอกสารสิทธิปลอม การที่จำเลยที่ 2 ใช้เอกสารปลอมแต่ละชุดต่างหากจากกันเพื่อหลอกเอาเงินจากโจทก์ 9 ครั้ง ต่างวันเวลากันนั้น เป็นการมีเจตนาใช้เอกสารปลอมเพื่อหลอกเอาเงินจากโจทก์เป็นรายครั้ง จึงเป็นความผิด 9 กรรมต่างกัน แม้จำเลยทั้งสองเป็นสามีภริยากันก็ตาม ก็มิใช่เหตุแสดงว่าจำเลยที่ 1 รู้เห็นกับจำเลยที่ 2 ทุกกรณี เมื่อพยานหลักฐานโจทก์รับฟังไม่ได้แน่ชัดว่า จำเลยที่ 1 มีเจตนากระทำผิดฐานใช้เอกสารปลอม จึงลงโทษจำเลยที่ 1 ไม่ได้

เนื้อความคำพิพากษา

โจทก์สำนวนแรกฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 83 และให้จำเลยร่วมกันใช้เงินจำนวน2,596,660 บาท แก่ผู้เสียหายโจทก์สำนวนหลังฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264, 265, 268, 341, 83, 91สำนวนหลังศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธทั้งสองสำนวนศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268, 341, 83, 91 เรียงกระทงลงโทษให้จำคุกจำเลยทั้งสองฐานฉ้อโกงคนละ 6 เดือน ส่วนความผิดฐานใช้เอกสารปลอมให้จำคุกคนละ 6 เดือน 9 กรรม รวมจำคุกคนละ 5 ปี คำขออื่นให้ยกเพื่อให้ไปดำเนินคดีแพ่งต่อไปโจทก์สำนวนหลังและจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องในความผิดฐานฉ้อโกงและใช้เอกสารปลอมโจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

คดีมีปัญหาว่าความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความหรือไม่ โจทก์ทั้งสองสำนวนนำสืบทำนองเดียวกันว่า เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2529 จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นสามีภรรยากันไปพบโจทก์สำนวนหลังที่บ้านแจ้งว่า มีสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูร้อยเอ็ดจำกัดจะขอกู้เงินคนละ 10,000 บาท โดยให้จำเลยทั้งสองนำคำขอกู้ หนังสือกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน และใบมอบฉันทะรับเงินแทนสมาชิกสหกรณ์ดังกล่าวมามอบให้ โดยผู้กู้จะผ่อนชำระเดือนละ 1,500บาท รวม 10 เดือน จำเลยที่ 2 แจ้งว่าตนเป็นเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์สามารถหักเงินจากสมาชิกได้ และยินดีรับเอกสารที่มอบแก่โจทก์สำนวนหลังเพื่อไปรับเงินให้ทุกเดือน เป็นเหตุให้โจทก์สำนวนหลังหลงเชื่อมอบเงินสดและเช็คแก่จำเลยทั้งสองรวมเป็นเงิน 26,660บาท

หลังจากนั้นจำเลยทั้งสองได้กระทำการดังกล่าวอีก 37 ครั้งตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2529 ถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2529 เป็นเงินทั้งสิ้น 2,956,660 บาท เมื่อถึงวันสิ้นเดือนจำเลยทั้งสองจะมารับใบมอบฉันทะรับเงินแทนสมาชิกไปจากโจทก์สำนวนหลังแล้วนำเงินมาให้โจทก์สำนวนหลังจำเลยทั้งสองได้ชำระเงินคืนประมาณ 1,200,000 บาท แล้วไม่ผ่อนชำระส่วนที่เหลือ เมื่อทวงถามจำเลยทั้งสองแจ้งว่าเอกสารที่นำมามอบให้นั้นเป็นเอกสารปลอม โจทก์สำนวนหลังจึงได้ร้องทุกข์เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2530ข้อเท็จจริงได้ความจากคำเบิกความของพยานโจทก์สำนวนหลังว่าเมื่อประมาณเดือนธันวาคม 2529 โจทก์สำนวนหลังบอกให้พยานทราบว่าจำเลยทั้งสองโกงเงินไปจำนวนมาก แสดงว่าโจทก์สำนวนหลังซึ่งเป็นผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดตั้งแต่เดือนธันวาคม 2529 แต่ปรากฏตามบันทึกคำร้องทุกข์ว่าโจทก์สำนวนหลังร้องทุกข์เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2530 ซึ่งเป็นเวลาเกินกว่า3 เดือน

นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดคดีจึงขาดอายุความส่วนปัญหาว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมหรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า คำขอกู้เงินและใบมอบฉันทะที่จำเลยทั้งสองมอบให้โจทก์สำนวนหลังเป็นแบบพิมพ์ที่แท้จริง มีเพียงลายมือชื่อผู้กู้ มิได้กรอกจำนวนเงินที่ขอกู้ ส่วนใบมอบฉันทะมีเพียงลายมือชื่อผู้มอบฉันทะเท่านั้น มิได้กรอกข้อความว่ามอบฉันทะให้ผู้ใด จึงเป็นเอกสารที่ข้อความไม่สมบูรณ์ มิใช่เอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวนหรือระงับซึ่งสิทธิ จึงถือไม่ได้ว่าเป็นเอกสารสิทธิ ผู้ใช้เอกสารดังกล่าวจึงไม่มีความผิดฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมเมื่อจำเลยที่ 2 นำเอกสารดังกล่าวข้างต้นไปให้โจทก์สำนวนหลังเพื่อเอาเงินจากโจทก์สำนวนหลัง 9 ครั้ง

ต่างเวลากัน และใช้เอกสารแต่ละชุดต่างหากจากกันในแต่ละครั้ง แสดงว่ามีเจตนาใช้เอกสารปลอมเพื่อหลอกเอาเงินเป็นรายครั้งอันเป็นความผิด 9 กรรมต่างกันจำเลยที่ 1 แม้เป็นสามีจำเลยที่ 2 ก็ไม่ใช่เหตุแสดงว่าจำเลยที่ 1 ต้องรู้เห็นกับจำเลยที่ 2 ทุกกรณี และพยานหลักฐานของโจทก์สำนวนหลังรับฟังไม่ได้แน่ชัดว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนากระทำความผิดฐานใช้เอกสารปลอม จึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยที่ 1ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสองพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 วรรคแรก เป็นความผิดหลายกรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา91 ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ประกอบด้วยมาตรา 264 ให้จำคุกกระทงละ 4 เดือน รวม 9 กระทง เป็นจำคุก 36 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ราเชนทร์ จัมปาสุต · อุระ หวังอ้อมกลาง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้