Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6387/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตาม ป.ที่ดิน มาตรา 61 วรรคแปดได้บัญญัติไว้ความว่า ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดให้เพิกถอนหรือการแก้ไขการจดทะเบียนสิทธิหรือนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์อย่างใดแล้ว ให้เจ้าพนักงานที่ดินดำเนินการตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นตามวิธีการที่อธิบดีกรมที่ดินกำหนด โจทก์จึงสามารถนำสำเนาคำพิพากษาของศาลไปให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรีดำเนินการตามคำพิพากษาได้ และ ป.ที่ดิน มาตรา 62 ยังได้บัญญัติไว้อีกว่า บรรดาคดีที่เกิดขึ้นเกี่ยวด้วยเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ได้ออกโฉนดที่ดินแล้ว เมื่อศาลพิจารณาพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ให้ศาลแจ้งผลของคำพิพากษาอันถึงที่สุด หรือคำสั่งนั้นต่อเจ้าพนักงานที่ดินแห่งท้องที่ซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่ด้วย ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่ศาลจะต้องบังคับให้จำเลยที่ 3 ไปจดทะเบียนแก้ไขรายการสารบาญจดทะเบียนท้ายโฉนดที่ดินพิพาทให้ปลดจากการจำนอง หรือให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 3 อีก

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนหรือทำลายนิติกรรมการจดจำนองที่ดินเฉพาะส่วนของโจทก์แก่จำเลยที่ 3 ตามหนังสือสัญญาจำนองลงวันที่ 26 มกราคม 2538 ในที่ดินโฉนดเลขที่ 1475 ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ให้เจ้าพนักงานที่ดินสำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี แก้ทะเบียนท้ายโฉนดที่ดิน ให้โจทก์ปลอดจากการจำนองหรือภาระผูกพันจากการจำนองดังกล่าว และให้จำเลยที่ 3 ส่งมอบโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวคืนแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนจำนองที่ดินเฉพาะส่วนของโจทก์ตามโฉนดที่ดินเลขที่ 1475 ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี และตามหนังสือสัญญาจำนองที่ดินพิพาทฉบับลงวันที่ 26 มกราคม 2538 โดยให้จำเลยที่ 3 เป็นผู้ไปดำเนินการจดทะเบียนเพื่อแก้ไขรายการสารบาญจดทะเบียนท้ายโฉนดที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนของโจทก์ให้ปลอดจากการจำนอง มิฉะนั้นถือเอาคำพิพากษานี้แทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 3 และให้จำเลยที่ 3 ส่งมอบโฉนดที่ดินพิพาทคืนโจทก์ คำขออื่นในส่วนของจำเลยที่ 3 ให้ยก และให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 3 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ? ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบว่า โจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ไปดำเนินการรับโอน และจดทะเบียนจำนองที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 1475 ไว้แก่จำเลยที่ 3 เป็นประกันหนี้เงินกู้ยืมจำนวน 700,000 บาท ดังที่จำเลยที่ 3 อ้าง และลายมือชื่อผู้มอบอำนาจในหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.5 ซึ่งระบุว่ามอบอำนาจให้รับโอนและจดทะเบียนไม่ใช่ลายมือชื่อโจทก์ แต่เป็นลายมือชื่อปลอม การจดทะเบียนจำนองที่ดินของโจทก์ไว้แก่จำเลยที่ 3 ตามหนังสือสัญญาจำนองที่ดินเฉพาะส่วน และรายการจดทะเบียนจำนองที่ดินดังกล่าวในสารบัญจดทะเบียนท้ายโฉนดที่ดิน จึงไม่มีผลผูกพันโจทก์ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เฉพาะส่วนในที่ดินตามโฉนดดังกล่าว แม้จำเลยที่ 3 จะรับจำนองไว้โดยสุจริต โจทก์ก็มีสิทธิขอให้เพิกถอนได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนจำนองที่ดินเฉพาะส่วนของโจทก์ในโฉนดที่ดินเลขที่ 1475 ตามหนังสือสัญญาจำนองที่ดินเฉพาะส่วนฉบับลงวันที่ 26 มกราคม 2536 ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 3 ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ศาลฎีกาเห็นสมควรกล่าวต่อไปด้วยว่า แม้ตามทางนำสืบของโจทก์จะปรากฏว่าโจทก์มิได้ทำหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.8 มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ไปรับโอนที่ดินมรดกของนางสมพรแทนโจทก์ก็ตามก็มีผลเพียงทำให้การจดทะเบียนรับโอนมรดกรายนี้ไม่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่โจทก์จะต้องไปดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องต่อไป แต่เนื่องจากที่ดินเฉพาะส่วนของนางสมพรเป็นมรดกตกทอดแก่โจทก์ผู้เป็นทายาทที่มีสิทธิตามพินัยกรรมเอกสารหมาย จ.2 นับแต่วันที่นางสมพรเจ้ามรดกถึงแก่กรรมตาม ป.พ.พ. มาตรา 1599 วรรคหนึ่ง และมาตรา 1603 แล้ว และการจดทะเบียนจำนองที่ดินตามฟ้องมีผลกระทบต่อกรรมสิทธิ์ของโจทก์ในที่ดินดังกล่าวโดยโจทก์อาจถูกผู้รับจำนองฟ้องบังคับจำนองได้ จึงถือได้ว่ามีการโต้แย้งสิทธิของโจทก์เกิดขึ้นแล้ว

โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนจำนองที่ดินดังกล่าวได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 นอกจากนี้ศาลฎีกาเห็นว่า ตาม ป. ที่ดิน มาตรา 61 วรรคแปดได้บัญญัติไว้ความว่า ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดให้เพิกถอนหรือแก้ไขการจดทะเบียนสิทธิหรือนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์อย่างใดแล้ว ให้เจ้าพนักงานที่ดินดำเนินการตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นตามวิธีการที่อธิบดีกรมที่ดินกำหนด โจทก์จึงสามารถนำสำเนาคำพิพากษาของศาลไปให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรีดำเนินการตามคำพิพากษาได้ และ ป. ที่ดิน มาตรา 62 ยังได้บัญญัติไว้อีกว่า บรรดาคดีที่เกิดขึ้นเกี่ยวด้วยเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ได้ออกโฉนดที่ดินแล้วเมื่อศาลพิจารณาพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ให้ศาลแจ้งผลของคำพิพากษาอันถึงที่สุด หรือคำสั่งนั้นต่อเจ้าพนักงานที่ดินแห่งท้องที่ซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่ด้วย

ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่ศาลจะต้องบังคับให้จำเลยที่ 3 ไปจดทะเบียนแก้ไขรายการสารบาญจดทะเบียนท้ายโฉนดที่ดินพิพาทให้ปลอดจากการจำนอง หรือให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 3 อีก ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 3 ไปดำเนินการดังกล่าวและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนในข้อนี้มานั้น ยังไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองเฉพาะส่วนที่บังคับให้จำเลยที่ 3 ไปดำเนินการจดทะเบียนเพื่อแก้ไขรายการสารบาญท้ายโฉนดที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนของโจทก์ให้ปลอดจากการจำนอง มิฉะนั้นให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 3 เสีย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 โจทก์ไม่ยื่นคำแก้ฎีกาภายในกำหนด จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้. ( สุรชาติ บุญศิริพันธ์ - กิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์ - กำธร โพธิ์สุวัฒนากุล )()ศาลจังหวัดชลบุรี - นายธีระวัฒน์ ศิริวัฒนมงคลศาลอุทธรณ์ - นายสุรพันธุ์ ละอองศรี

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้