Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6385/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยที่1ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกไม่ได้จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกในเวลาที่กฎหมายกำหนดไม่ใช่เหตุที่จะต้องถอนจากการเป็นผู้จัดการมรดกเสมอไปและตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1731ให้อำนาจศาลที่จะใช้ดุลพินิจพิจารณาว่ามีเหตุสมควรที่จะถอนผู้จัดการมรดกเพียงใดหรือไม่เมื่อจำเลยที่1จัดการมรดกโดยสุจริตและได้แบ่งทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทบ้างแล้วและเตรียมที่จะแบ่งต่อไปโดยไม่ได้ปิดบังมรดกแต่อย่างใดจึงยังไม่สมควรจะถอนจากการเป็นผู้จัดการมรดก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอบังคับให้ถอนจำเลยที่ 1 จากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย และตั้งโจทก์ที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย เพิกถอนการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 5044 ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ตามบันทึกข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์รวม ลงวันที่ 8 สิงหาคม 2534 กับระหว่างจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกกับจำเลยที่ 1 ในฐานะส่วนตัวตามคำขอโอนมรดกลงวันที่ 4 ธันวาคม 2534 และระหว่างจำเลยที่ 1ในฐานะส่วนตัวกับจำเลยที่ 3 ที่ 4 ตามหนังสือสัญญาให้ที่ดินเฉพาะส่วน ลงวันที่ 20 ธันวาคม 2534 กลับคืนเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายจำเลยทั้งสี่ให้การขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของนายสำราญ

ทับเอี่ยม ร่วมกับนางสนม ทับเอี่ยม จำเลยที่ 1มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย คำขออื่นให้ยกโจทก์ ทั้ง สอง อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ถอนจำเลยที่ 1จากการเป็นผู้จัดการมรดกของนายสำราญ ทับเอี่ยม ให้โจทก์ที่ 1เป็นผู้จัดการมรดกของนายสำราญ มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายต่อไปและเพิกถอนการจดทะเบียนเกี่ยวแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 5044 ตำบลไทรน้อย อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ตามบันทึกข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์รวม ลงวันที่ 8สิงหาคม 2534 ระหว่างจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกกับจำเลยที่ 1 ในฐานะส่วนตัวตามคำขอโอนมรดก ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2534และระหว่างจำเลยที่ 1 ในฐานะส่วนตัวกับจำเลยที่ 3 ที่ 4ตามหนังสือสัญญาให้ที่ดินเฉพาะส่วนลงวันที่ 20 ธันวาคม 2534กลับคืนเป็นทรัพย์มรดกของนายสำราญเพื่อแบ่งปันกันใหม่จำเลยทั้งสี่ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์ทั้งสองเป็นบุตรของนายสำราญผู้ตายกับจำเลยที่ 1จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับโจทก์ทั้งสอง เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2534 นายสำราญได้ถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 1 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกของนายสำราญ จำเลยที่ 1 ไม่ได้โอนที่ดินโฉนดเลขที่ 5044 ให้แก่โจทก์ทั้งสอง แต่ได้โอนที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 โดยตั้งใจจะโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 4998ซึ่งอยู่ห่างจากที่ดินโฉนดเลขที่ 5044 ประมาณ 3 เส้น ให้แก่โจทก์ทั้งสองคนละ 5 ไร่ แต่โจทก์ทั้งสองไม่ยอมรับโดยมีความประสงค์ขอแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 5044

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยทั้งสี่ประการแรกว่า จำเลยที่ 1 แบ่งทรัพย์มรดกที่ดินโฉนดเลขที่ 5044 ให้แก่จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4โดยไม่สุจริต มีเหตุควรเพิกถอนตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2วินิจฉัยหรือไม่ ปัญหานี้จำเลยที่ 1 เบิกความเป็นพยานว่าระหว่างที่นายสำราญยังมีชีวิตอยู่ นายสำราญและพยานได้ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 7222 มาและให้ลงชื่อโจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของจำนวนประมาณ 26 ไร่ ตามเอกสารหมาย ล.2 ซึ่งโจทก์ที่ 1 ได้ขายที่ดินดังกล่าวไปแล้ว โจทก์ที่ 2 ได้รับแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 4711จำนวน 24 ไร่ ตามเอกสารหมาย ล.1 ส่วนจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4ได้รับแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 5044 ตามสัดส่วนที่แต่ละคนทำนาตั้งแต่นายสำราญยังมีชีวิตอยู่แต่ยังไม่ได้โอนทางทะเบียนหลังจากนายสำราญถึงแก่ความตายและจำเลยที่ 1 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกแล้ว

ได้มีการปรึกษากันระหว่างทายาทของนายสำราญ โจทก์ทั้งสองแจ้งว่าจะไม่ขอแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 5044เพราะได้รับที่ดินแปลงอื่นไปบ้างแล้วและที่ประชุมได้ตกลงจะแบ่งที่ดินอีกแปลงหนึ่งให้แก่โจทก์ทั้งสองคนละ 5 ไร่ จำเลยที่ 1จึงได้โอนที่ดินโฉนดเลขที่ 5044 ให้แก่จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4ตามที่แต่ละคนครอบครองมาก่อนที่นายสำราญจะถึงแก่ความตายเห็นว่า หากคำเบิกความของจำเลยที่ 1 เป็นความจริงก็ถือได้ว่ามีการแบ่งทรัพย์มรดกให้แก่จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 โดยสุจริตมีปัญหาว่า คำเบิกความของจำเลยที่ 1 ฟังได้หรือไม่ เห็นว่าคำเบิกความของโจทก์ที่ 2 สอดคล้องกับคำเบิกความของจำเลยที่ 1และโจทก์ทั้งสองนำสืบไม่ได้ว่า จำเลยที่ 1 โอนที่ดินโฉนดเลขที่ 5044 ให้แก่จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 โดยไม่สุจริตอย่างไร คดีจึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้แบ่งที่ดินมรดกโฉนดเลขที่ 5044 ให้แก่จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ไปตามข้อตกลงของทายาทเป็นการกระทำโดยสุจริต ไม่มีเหตุที่จะต้องเพิกถอนตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 2

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปว่าสมควรถอนจำเลยที่ 1 จากการเป็นผู้จัดการมรดกของนายสำราญเจ้ามรดกหรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 จัดการมรดกโดยสุจริตแล้วคงมีเฉพาะปัญหาที่จำเลยที่ 1 ไม่ได้จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น เห็นว่าโจทก์ทั้งสองและทายาททุกคนทราบดีว่าทรัพย์มรดกของนายสำราญมีอะไรบ้างและจำเลยที่ 1 ก็ได้แบ่งทรัพย์ให้แก่ทายาทบ้างแล้วและเตรียมที่จะแบ่งต่อไปซึ่งจำเลยที่ 1 ไม่ได้ปิดบังมรดกของนายสำราญแต่อย่างใด และยังได้นำที่ดินซึ่งจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของมาแบ่งให้แก่ทายาทอีกด้วย การที่จำเลยที่ 1 ไม่ได้จัดทำบัญชีทรัพย์ไม่ใช่เหตุที่จะต้องถอนจากการเป็นผู้จัดการมรดกเสมอไปและตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1731 ให้อำนาจศาลที่จะใช้ดุลพินิจพิจารณาว่ามีเหตุสมควรที่จะถอนผู้จัดการมรดกเพียงใดหรือไม่

ถ้าศาลเห็นว่ามีเหตุสมควรก็สั่งถอนได้หรือถ้าศาลเห็นว่ายังไม่มีเหตุสมควรศาลจะยังไม่สั่งถอนก็ได้ พฤติการณ์เท่าที่ปรากฏยังไม่สมควรจะถอนนางสนม ทับเอี่ยม จำเลยที่ 1 จากผู้จัดการมรดกของนายสำราญผู้ตายตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยมีปัญหาว่าสมควรให้โจทก์ที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับจำเลยที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 1 เป็นมารดาของโจทก์ที่ 1แต่โจทก์ที่ 1 มีความเห็นขัดแย้งกับจำเลยที่ 1 ถึงขั้นแจ้งความให้ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1 และนำเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยที่ 1โจทก์ที่ 2 แม้เป็นโจทก์ด้วยกันก็ไม่พอใจการกระทำของโจทก์ที่ 1หากตั้งผู้จัดการมรดกสองคน การจัดการจะต้องดำเนินการร่วมกันคนหนึ่งคนใดก็ไม่อาจจัดการไปได้

การจัดการมรดกตามคำสั่งศาลที่จะให้จัดการร่วมกันก็จะไร้ผล ข้อขัดข้องในการจัดการแบ่งมรดกก็คงมีอยู่ต่อไปไม่อาจแบ่งปันให้แก่ทายาทได้ จึงเห็นควรให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกไปฝ่ายเดียวโดยไม่ให้โจทก์ที่ 1ร่วมเป็นผู้จัดการมรดกด้วย แต่เพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นทายาทด้วย ในกรณีที่จำเลยที่ 1 จะจัดการมรดกไปในทางจำหน่ายจ่ายโอนหรือก่อภาระติดพันกับทรัพย์มรดกที่มีหลักฐานทางทะเบียนให้แก่ทายาทหรือบุคคลภายนอกโดยมิได้รับความเห็นชอบจากทายาททุกคนนั้นต้องขออนุญาตจากศาลก่อน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2วินิจฉัยให้ถอนจำเลยที่ 1 จากการเป็นผู้จัดการมรดกของนายสำราญแล้วตั้งโจทก์ที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของนายสำราญและให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 5044ให้แก่จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 แล้วพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยทั้งสี่ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ แต่การจัดการมรดกของจำเลยที่ 1ให้อยู่ในเงื่อนไขที่ว่าในการแบ่งมรดกให้แก่ทายาทหรือถ้าจะจำหน่ายจ่ายโอนหรือก่อภาระติดพันกับทรัพย์มรดกที่มีหลักฐานทางทะเบียนให้แก่บุคคลภายนอกโดยมิได้รับความยินยอมจากทายาททุกคนแล้วจะต้องขออนุญาตศาลก่อน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิวัตน์ แก้วเกิดเคน · ยงยุทธ ธารีสาร · ยรรยง ปานุราช
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6911/2560

คดีนี้ ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องมิได้ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความแบ่งปันทรัพย์มรดก ขอให้ศาลมีคำสั่งถอนผู้ร้องออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกและมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกแทน ผู้ร้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5374/2552

คำร้องขอให้ศาลสั่งถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายและให้ตั้งผู้คัดค้านที่ 2 ซึ่งเป็นบุตรของผู้ตายเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายแทนระบุว่าผู้ร้องซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลชั้นต้นไม่จัดการโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1217/2543

ผู้จัดการมรดกที่ศาลมีคำสั่งตั้งมิใช่ตัวแทนของทายาท เพราะอำนาจหน้าที่และความรับผิดของผู้จัดการมรดกต่อทายาทเกิดขึ้นโดยบทบัญญัติของกฎหมายผู้จัดการมรดกจึงมีฐานะเป็นผู้แทนตามกฎหมายของทายาทในอันที่จะต้องจัด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5016/2541

ที่ผู้คัดค้านฎีกาว่า ขณะที่เจ้ามรดกยังมีชีวิตอยู่ เจ้ามรดกแบ่งที่ดินจำนวน 5 แปลง ให้แก่ทายาท 5 คน แต่ยังไม่ได้โอนเปลี่ยนชื่อ เมื่อเจ้ามรดกตายลงผู้จัดการมรดกกลับไม่โอนที่ดินตามที่ได้แบ่งไว้ดังกล่าวให้แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 191/2541

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกัน เมื่อผู้คัดค้านมิได้อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นในส่วนที่ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายจึงถึงที่สุดแล้ว การที่ผู้ร้องยื่นอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้