Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6382/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะต้องดำเนินวิธีการบังคับคดีตามขั้นตอนให้ครบถ้วนภายในกำหนดสิบปี คือ ต้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีก่อน ขั้นต่อไปต้องแจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบว่าศาลได้ออกหมายบังคับคดีแล้ว จากนั้นต้องแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขอให้ยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ถ้ามีลูกหนี้หลายคนให้ระบุว่าต้องการยึดทรัพย์สินของลูกหนี้คนใด บทบัญญัตินี้ไม่ได้หมายความว่าโจทก์เพียงแต่ขอหมายบังคับคดีภายในสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่งแล้ว โจทก์จะดำเนินวิธีการบังคับคดีอย่างไรต่อไปเมื่อพ้นกำหนดเวลาสิบปีไปแล้วก็ได้ ซึ่งเป็นผลให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาถูกบังคับคดีโดยไม่มีกำหนดเวลา เมื่อโจทก์ร้องขอให้ออกหมายบังคับคดีแก่จำเลยทั้งสองภายในกำหนดเวลาดังกล่าวและนำยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 โดยมิได้บังคับคดีแก่จำเลยที่ 2 การที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 เป็นครั้งแรกเมื่อพ้นกำหนดเวลาสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษา โจทก์จึงหมดสิทธิที่จะบังคับคดีแก่จำเลยที่ 2

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากโจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมชำระเงินให้โจทก์ และศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมเมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๑๔ คดีถึงที่สุดแล้ว จำเลยทั้งสองผิดนัดไม่ผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์ ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีตามที่โจทก์ขอเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๒๓ ต่อมาวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๒๙ โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์ของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องว่า โจทก์หมดสิทธิที่จะบังคับคดีเพราะพ้นกำหนดสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๒ ยอมชำระเงินให้โจทก์จำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท เพื่อมิให้มีการบังคับคดีขอให้ศาลมีคำสั่งว่าการกระทำของเจ้าพนักงานบังคับคดี และโจทก์เป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย และให้โจทก์หมดสิทธิที่จะบังคับคดีนี้อีกต่อไป โจทก์คัดค้านว่า

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๒๓ นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่งภายในกำหนดสิบปี โจทก์จึงมีสิทธินำยึดทรัพย์จำเลยที่ ๒ ขอให้ศาลมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ ๒

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว พิพากษายืนค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ ๒ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความรับกันฟังเป็นยุติว่าเมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๑๔ ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาตามยอมและคดีเป็นที่สุดแล้วต่อมาเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๒๓ โจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีแก่จำเลยทั้งสอง และศาลชั้นต้นได้ออกหมายบังคับคดีในวันดังกล่าวตามที่โจทก์ขอ ครั้นวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๒๓ โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์จำเลยที่ ๑ โจทก์ไม่เคยนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์จำเลยที่ ๒ ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๒๙ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์จำเลยที่ ๒ เป็นครั้งแรกแต่มิได้ยึดทรัพย์จำเลยที่ ๒ เพราะจำเลยที่ ๒ ชำระเงินจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท แก่ผู้แทนโจทก์

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๒ ว่า โจทก์มีอำนาจบังคับคดีจำเลยที่ ๒ หรือไม่

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗๑ บัญญัติว่า "ถ้าคู่ความหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายแพ้คดี (ลูกหนี้ตามคำพิพากษา) ไม่ได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลทั้งหมดหรือบางส่วน คู่ความหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะ (เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา) ชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษา หรือคำสั่งนั้นได้ภายในสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง โดยอาศัยและตามคำบังคับที่ออกตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น " ตามบทบัญญัติดังกล่าว โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะต้องดำเนินวิธีการบังคับคดีตามขั้นตอนให้ครบถ้วนภายในกำหนดสิบปี กล่าวคือประการแรก เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี ประการที่สอง

เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องแถลงหรือแจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบว่าศาลได้ออกหมายบังคับคดีแล้ว ประการที่สาม เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าเจ้าหนี้มีความประสงค์ขอให้ยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ถ้ามีลูกหนี้หลายคนให้ระบุว่าต้องการยึดทรัพย์สินของลูกหนี้คนใด เมื่อเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนครบถ้วนภายในสิบปี นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่งก็ถือว่าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาร้องขอให้บังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๗๑ แล้ว ซึ่งศาลฎีกาได้พิพากษาไว้เป็นแบบอย่างตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๔๘๑๖/๒๕๒๘ ระหว่างธนาคารกรุงเทพ จำกัด โจทก์ บริษัทประธานพัฒนโลหะ จำกัด กับพวก

จำเลย และคำพิพากษาฎีกาที่ ๓๖๐๗/๒๕๒๙ ระหว่างบริษัทบางกอกอินเวสท์เมนท์ จำกัด โจทก์ ธนาคารมหานคร จำกัด ผู้ร้อง นางสาววาณี แสงแก้วกิจ กับพวก จำเลย บทบัญญัตินี้ไม่ได้หมายความว่าโจทก์เพียงแต่ขอหมายบังคับคดีภายในสิบปี นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่งแล้ว โจทก์จะดำเนินวิธีการบังคับคดีอย่างไรต่อไปเมื่อพ้นกำหนดเวลาสิบปีไปแล้วก็ได้ ซึ่งเป็นผลให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาถูกบังคับคดีโดยไม่มีกำหนดเวลา ดังนั้นเมื่อโจทก์ร้องขอให้ออกหมายบังคับคดีแก่จำเลยทั้งสองภายในกำหนดดังกล่าว และนำยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ ๑ โดยมิได้บังคับคดีแก่จำเลยที่ ๒ เลย ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๒๙ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์ของจำเลยที่ ๒ เป็นครั้งแรกจึงพ้นกำหนดเวลาสิบปี นับแต่วันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๑๔ ซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาตามยอม โจทก์จึงหมดสิทธิที่จะบังคับคดีกับจำเลยที่ ๒ ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับว่า โจทก์หมดสิทธิที่จะบังคับคดีกับจำเลยที่ ๒ ให้โจทก์เสียค่าฤชาธรรมเนียมโดยกำหนดค่าทนายความทั้งสามศาลรวม ๑,๘๐๐ บาท แทนจำเลยที่ ๒

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เจริญ นิลเอสงฆ์ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · เจริญ นิลเอสงฆ์
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายสุทธิ อินทุเศรษฐ
ศาลอุทธรณ์ - นายระพินทร บรรจงศิลป
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2564/2567

กระบวนวิธีการบังคับคดีในขั้นตอนต่าง ๆ นั้น หากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีซึ่งต้องเสียหายเพราะเหตุดังกล่าวเห็นว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1785/2566

การร้องขอให้บังคับคดีซึ่งต้องกระทำภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง เป็นระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 271 (เดิม) ศาลมีอำนาจที่จะขยายหรือย่นระยะเวลาได้โดยคู่ความไม่จำต้องร้องขอ เมื่อมีพฤ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1467/2566

ในชั้นเดิมที่ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลชั้นที่สุดโดยตรง เพื่ออธิบายว่ากรณีจะต้องบังคับตามรูปแผนที่ตามเอกสารหมาย จ.3 และ จ.20 หรือต้องบังคับให้มีเน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4523/2565

แม้การบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 กำหนดให้ต้องบังคับเอาแก่ทรัพย์จำนองก่อน หากไม่ครบจำนวนหนี้จึงจะบังคับเอาแก่ทรัพย์สินอื่นได้ก็ตาม แต่ทรัพย์จำนองมีราคาประเมินไม่เพียงพอที่จะชำระหนี้ตามคำพิพาก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2040/2563

หนี้ตามคำพิพากษาเป็นหนี้เงิน เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำบังคับ เป็นกรณีที่ต้องตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดหรืออายัดทรัพย์สินของจำเลยออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ เมื่อพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้