Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6371/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โฉนดที่ดินออกทับที่ธรณีสงฆ์ของวัดโจทก์เป็นการออกโฉนดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แม้จะมีการโอนทางทะเบียนต่อมาจนถึงจำเลยผู้มีชื่อรายสุดท้าย จำเลยผู้รับโอนก็หาได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดที่ตนรับโอนไม่ และเมื่อโฉนดที่ดินออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว โจทก์จะขอให้ลงชื่อโจทก์แทนชื่อจำเลยในโฉนดดังกล่าวหาได้ไม่และแม้โจทก์จะมิได้ขอให้เพิกถอนโฉนดดังกล่าว ศาลฎีกาก็มีอำนาจสั่งเพิกถอนโฉนดดังกล่าวที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเสียได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 1299 ป.วิ.พ. มาตรา 142 ป.ที่ดิน มาตรา 61 ป.ที่ดิน มาตรา 62 ป.พ.พ. มาตรา 456

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่ามีการออกโฉนดที่ดินในที่ธรณีสงฆ์ของวัดโจทก์ขอให้เพิกถอนชื่อจำเลยทั้งหมดออกจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ตามโฉนดที่ดินและใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของ

จำเลยให้การว่าได้ออกโฉนดถูกต้องตามกฎหมาย จำเลยได้รับโอนกรรมสิทธิ์โดยชอบ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนชื่อจำเลยออกจากการเป็นเจ้าของ และให้ใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่พิพาทเป็นที่ธรณีสงฆ์ของวัดโจทก์และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ร.ศ. 121 มาตรา 7 ความว่า ที่วัดก็ดี ที่ธรณีสงฆ์ก็ดี เป็นสมบัติสำหรับพระศาสนา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้เป็นอัครศาสนูปถัมภกทรงปกครองรักษาโดยพระบรมเดชานุภาพ ผู้ใดผู้หนึ่งจะโอนกรรมสิทธิ์ที่นั้นไปไม่ได้และพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2484 มาตรา 41ความว่า ที่วัดและที่ธรณีสงฆ์จะโอนกรรมสิทธิ์ได้แต่โดยพระราชบัญญัติเมื่อฟังข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทเป็นที่ธรณีสงฆ์ของวัดบางขันโจทก์แล้ว การที่นายเนต คุ้มวงษ์ ออกโฉนดเลขที่ 1577 เมื่อปีพ.ศ. 2475 ทับที่ธรณีสงฆ์ วัดบางขันโจทก์ เนื้อที่ 6 ไร่ 2 งาน39 ตารางวา

นายเอี่ยม คุ้มวงษ์ ออกโฉนดเลขที่ 1953 เมื่อปีพ.ศ. 2495 ทับที่ธรณีสงฆ์วัดบางขัน โจทก์เนื้อที่ 10 ไร่ 1 งาน21 ตารางวา และนายศิริ ค้าทันเจริญ ออกโฉนดเลขที่ 2460 เมื่อปีพ.ศ. 2502 ทับที่ธรณีสงฆ์ของวัดบางขัน โจทก์เนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน46 ตารางวา เป็นการออกโฉนดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย นายเนต คุ้มวงษ์และนายเอี่ยม คุ้มวงษ์ และนายศิริ ค้าทันเจริญ จึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ตามโฉนดที่ดินดังกล่าว แม้โฉนดเลขที่ 1577 จะมีการโอนต่อมาถึงจำเลยที่ 2 รับโอนเป็นคนสุดท้าย โฉนดเลขที่ 1953 ได้มีการแบ่งแยกออกเป็นโฉนดเลขที่ 2354, 2355, 2356 จำเลยที่ 11รับโอนโฉนดเลขที่ 2354 และ 2355 จำเลยที่ 12 รับโอนโฉนดเลขที่ 2356แล้วแบ่งออกเป็นโฉนดเลขที่ 4893 ยกให้จำเลยที่ 14 โฉนดเลขที่ 1953จำเลยที่ 3 ถึงที่ 10 เป็นผู้รับโอนมรดก

ส่วนโฉนดเลขที่ 2460มีการรับมรดกและจำเลยที่ 13 เป็นผู้รับโอนคนสุดท้าย เมื่อโฉนดที่ดินทั้งเจ็ดฉบับดังกล่าวออกทับที่ธรณีสงฆ์ของวัดบางขันโจทก์จึงเป็นการออกโฉนดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แม้จะมีการโอนทางทะเบียนต่อมาจนถึงจำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 14 เป็นผู้มีชื่อในโฉนดดังกล่าวเป็นรายสุดท้ายก็ตาม จำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ผู้รับโอนก็หาได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดที่ตนรับโอนไม่ และเมื่อโฉนดที่ดินทั้งเจ็ดฉบับดังกล่าวออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้วโจทก์จะขอให้ลงชื่อโจทก์แทนชื่อจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ในโฉนดดังกล่าวหาได้ไม่ และแม้โจทก์จะมิได้ขอให้เพิกถอนโฉนดทั้งเจ็ดฉบับดังกล่าวศาลฎีกาก็มีอำนาจสั่งเพิกถอนโฉนดดังกล่าวที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเสียได้ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ชนะคดีนั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้เพิกถอนโฉนดที่ดินที่พิพาททั้งเจ็ดโฉนด

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถวิล ทองสว่างรัตน์ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อากาศ บำรุงชีพ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 944/2546

การนำสืบเพื่อพิสูจน์ว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ใด การออกเอกสารสิทธิที่พิพาทชอบหรือไม่ ไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีเอกสารมาแสดง อีกทั้งมิใช่การนำสืบเพิ่มเติม ตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสาร จึงสาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1279/2568

โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ ก. และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อมาโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสี่ แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า ที่ดินพิพาททับซ้อนกับที่ดินตามหนังสืออนุญาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2564/2567

กระบวนวิธีการบังคับคดีในขั้นตอนต่าง ๆ นั้น หากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีซึ่งต้องเสียหายเพราะเหตุดังกล่าวเห็นว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4187/2566

จำเลยที่ 2 ทำนิติกรรมรับซื้อฝากที่ดินพิพาทจาก จ. โดยไม่สุจริต โจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมอันอยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนเสียเปรียบ โจทก์ทั้งสามย่อมมีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนการโอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3886/2566

แม้ตามคำฟ้องของโจทก์ทั้งสามมิได้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงตามสำเนาหนังสือเอกสารหมาย จ.17 โดยแจ้งชัดเป็นสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ แต่โจทก์ทั้งสามก็กล่าวอ้างสภาพแห่งข้อหาตามคำฟ้องว่าที่ดินพิพาททั้งสามแปลงเป็…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้