Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 637/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ก่อนที่โจทก์ทั้งสามจะฟ้องจำเลยทั้งสามเป็นคดีนี้ โจทก์ทั้งสามได้ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานว่าจำเลยที่ 1 ผู้เป็นนายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิได้รับเงินอย่างหนึ่งอย่างใดและประสงค์ให้พนักงานตรวจแรงงานดำเนินการตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 123 วรรคหนึ่ง ซึ่งในกรณีนี้โจทก์ทั้งสามอาจจะเลือกที่จะใช้สิทธิฟ้องร้องต่อศาลแรงงานได้ โดยจะต้องใช้สิทธิในทางใดทางหนึ่ง แต่จะใช้สิทธิพร้อมกันทั้งสองทางไม่ได้ เมื่อโจทก์ทั้งสามยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานแล้วโจทก์ทั้งสามย่อมไม่มีสิทธิที่จะฟ้องคดีนี้ต่อศาลแรงงานกลางจนกว่าการดำเนินการของพนักงานตรวจแรงงานจะสิ้นสุด ศาลแรงงานย่อมไม่มีอำนาจพิจารณาคำฟ้องของโจทก์ทั้งสามที่ฟ้องเรียกเอาเงินค่าจ้างค้างจ่ายตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ ข้อกฎหมายนี้เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยแล้วพิพากษาคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142, 246 ประกอบด้วย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 31 ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามจ่ายค่าจ้างแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 33,400 บาท โจทก์ที่ 2 จำนวน 65,400 บาท โจทก์ที่ 3 จำนวน 23,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีนับแต่วันผิดนัดเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสามให้การร่วมกันว่า จำเลยทั้งสามไม่มีนิติสัมพันธ์ใดๆ กับโจทก์ทั้งสาม ไม่เคยว่าจ้างโจทก์ทั้งสามตามตำแหน่งงานและอัตราค่าจ้างตามฟ้อง เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2543 จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ทำสัญญารับจ้างเหมาปรับปรุงและก่อสร้างต่อเติมโรงจักรใหม่ พร้อมรางสายเคเบิล รางระบายน้ำ ที่ กฟอ. อุ้มผาง จังหวัดตาก โดยมี กฟจ. พิษณุโลกเป็นผู้ว่าจ้าง และในวันเดียวกันจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ได้ทำสัญญาจ้างเหมาช่วงงานให้แก่นายพาน ศรีหะบุตร เป็นผู้รับจ้างต่อไป ดังนั้น โจทก์ทั้งสามกับนายพานจะมีข้อตกลงกันอย่างใดจำเลยทั้งสามไม่ทราบและไม่เคยสั่งการหรือควบคุมงาน โจทก์ทั้งสามทราบดีว่าได้รับจ้างนายพาน หากมีกรณีผิดสัญญาจ้างโจทก์ทั้งสามต้องเรียกร้องจากนายพาน นอกจากนี้โจทก์ทั้งสามเคยร้องทุกข์กล่าวหาจำเลยทั้งสามต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดตากและได้มีการสอบสวนแล้วสั่งยกคำร้องของโจทก์ทั้งสาม เนื่องจากโจทก์ทั้งสามไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยทั้งสาม จำเลยทั้งสามไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งสาม ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้เรียกนายพาน ศรีหะบุตร เข้าเป็นจำเลยร่วม จำเลยร่วมให้การว่า จำเลยร่วมไม่มีนิติสัมพันธ์ใดๆ กับโจทก์ทั้งสาม ไม่เคยว่าจ้าง ไม่เคยตกลงจ่ายค่าจ้างและไม่มีหน้าที่สั่งงานแก่โจทก์ทั้งสาม แต่โจทก์ทั้งสามเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ขอให้ยกฟ้อง วันนัดพิจารณา ศาลแรงงานกลางพิเคราะห์คำฟ้อง คำให้การ และคำแถลงของคู่ความแล้ว เห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้จึงสั่งงดสืบพยานโจทก์ทั้งสามและจำเลยทั้งสาม แล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสามชำระเงินให้แก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 33,400 บาท โจทก์ที่ 2 จำนวน 65,400 บาท โจทก์ที่ 3 จำนวน 23,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าปีจากต้นเงินของโจทก์แต่ละคนนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 10 กันยายน 2544) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ยกฟ้องสำหรับจำเลยร่วม

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ตามแบบคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ที่โจทก์ทั้งสามยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานในฐานะลูกจ้าง และบันทึกคำให้การของโจทก์ที่ 3 เอกสารท้ายคำฟ้องว่าเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2544 ก่อนที่โจทก์ทั้งสามจะฟ้องจำเลยทั้งสามเป็นคดีนี้ โจทก์ทั้งสามได้ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานว่า โจทก์ทั้งสามเป็นลูกจ้างจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ค้างจ่ายค่าจ้างแก่โจทก์ทั้งสามระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2543 ถึงวันที่ 2 มิถุนายน 2544 วันที่ 1 ธันวาคม 2543 ถึงวันที่ 8 กรกฎาคม 2544 และวันที่ 26 ธันวาคม 2543 ถึงวันที่ 6 เมษายน 2544 ตามลำดับ และประสงค์ให้จำเลยที่ 1 ผู้เป็นนายจ้างจ่ายเงินค่าจ้างค้างจ่ายตามที่เรียกร้องแก่โจทก์ทั้งสาม

อันเป็นกรณีที่โจทก์ทั้งสามร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานว่าจำเลยที่ 1 ผู้เป็นนายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิได้รับเงินอย่างหนึ่งอย่างใดและประสงค์ให้พนักงานตรวจแรงงานดำเนินการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 123 วรรคหนึ่ง ซึ่งในกรณีนี้โจทก์ทั้งสามอาจจะเลือกที่จะใช้สิทธิฟ้องร้องต่อศาลแรงงานก็ได้ โดยจะต้องใช้สิทธิในทางใดทางหนึ่ง แต่จะใช้สิทธิพร้อมกันทั้งสองทางไม่ได้ ดังนั้น เมื่อโจทก์ทั้งสามยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานกล่าวหาว่าจำเลยที่ 1 ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามสิทธิได้รับเงินของโจทก์ทั้งสามดังกล่าวข้างต้นต่อพนักงานตรวจแรงงานแล้ว โจทก์ทั้งสามย่อมไม่มีสิทธิที่จะฟ้องคดีนี้ต่อศาลแรงงานกลางจนกว่าการดำเนินการของพนักงานตรวจแรงงานจะสิ้นสุด

ศาลแรงงานกลางย่อมไม่มีอำนาจพิจารณาคำฟ้องของโจทก์ทั้งสามที่ฟ้องเรียกเอาเงินค่าจ้างค้างจ่ายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งรับฟ้องและพิพากษาคดีนี้จึงไม่ชอบ ข้อกฎหมายนี้เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งศาลฎีกาเห็นสมควรยกขึ้นวินิจฉัยแล้วพิพากษาคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142, 246 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ทั้งสามที่จะฟ้องคดีใหม่ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์ · อรพินท์ เศรษฐมานิต · หัสดี ไกรทองสุก
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้