Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6368/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ยินยอมให้เจ้าพนักงานประเมินคิดคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นการเหมาจ่ายในอัตราร้อยละ 3 ของเงินได้ของคนงานตามมติของคณะกรรมการพิจารณาภาษีอากร (กพอ.) ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นแล้วโจทก์จะกลับมาอ้างภายหลังว่าการคำนวณภาษีด้วยวิธีนี้ไม่ถูกต้องโดยต้องคำนวณตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 50(1) แห่งประมวลรัษฎากรนั้น เมื่อปรากฏว่าเจ้าพนักงานประเมินไม่อาจคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายดังที่บัญญัติไว้ในมาตราดังกล่าวได้ เพราะโจทก์ไม่สามารถนำสืบฐานะทางครอบครัวของคนงานของโจทก์ว่า มีภริยาและบุตรหรือไม่ ทั้งโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าคนงานที่ปรากฏชื่อในใบสำคัญการจ่ายเงินมีตัวตนอยู่หรือไม่ และโจทก์ได้จ่ายค่าจ้างไปจริงหรือไม่ เช่นนี้แม้มติของคณะกรรมการพิจารณาภาษีอากรเป็นเพียงแนวทางปฏิบัติในการคำนวณภาษีและไม่มีกฎหมายรับรอง โจทก์ได้ให้ความยินยอมในการคำนวณภาษีตามแนวทางปฏิบัตินั้นแล้ว การประเมินภาษีของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามจึงชอบด้วยกฎหมาย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 50

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินภาษีเงินได้ได้แจ้งการประเมินและเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมแก่โจทก์ อ้างว่าโจทก์จ่ายภาษีเงินได้พึงประเมินให้แก่คนงานโดยไม่หักภาษี ณ ที่จ่าย และไม่นำส่ง ต้องรับผิดชำระภาษีเงินได้และเงินเพิ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๙-๒๕๒๑ เป็นเงิน ๓๐,๔๖๔.๕๐ บาท โจทก์ยื่นอุทธรณ์ จำเลยทั้งสามซึ่งเป็นคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์โจทก์ โจทก์ไม่เห็นด้วย เพราะเงินค่าจ้างคนงานที่โจทก์จ่ายแก่คนงานเป็นค่าจ้างรายวัน วันละ ๓๕ บาท ต่อคนเมื่อคำนวณตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๕๐(๑) แล้ว คนงานไม่ต้องเสียภาษีอากรเงินดังกล่าวจึงมิใช่เงินได้พึงประเมิน ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๓๙ โจทก์จึงไม่มีหน้าที่หักภาษี

ณ ที่จ่าย และนำส่ง ทั้งการที่เจ้าพนักงานประเมินภาษีโดยวิธีเหมาจ่ายร้อยละ ๓ ของเงินได้พึงประเมิน ก็ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะการหักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องปฏิบัติตามมาตรา ๕๑ (๑) แม้จะมีมติของคณะกรรมการพิจารณาภาษีอากร ให้ประเมินเหมาจ่ายร้อยละ ๓ ได้ ก็เป็นมติที่ไม่มีกฎหมายรับรองและเป็นมติที่ไม่ชอบ โจทก์จึงไม่ต้องรับผิดชำระภาษีหัก ณ ที่จ่าย และเงินเพิ่ม ขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าว

จำเลยทั้งสามให้การว่า การประเมินภาษีของเจ้าพนักงานและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายแล้ว โจทก์ยอมรับแล้วว่าโจทก์ไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่าย โจทก์จึงต้องรับผิดชำระภาษีเงินได้และเงินเพิ่ม ทั้งโจทก์ก็ได้ขอร้องให้เจ้าพนักงานประเมินทำการประเมินเป็นการเหมาในอัตราร้อยละ ๓ อีกด้วยขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามที่โจทก์อุทธรณ์ว่าการคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายของโจทก์ต้องคำนวณตามมาตรา ๕๐(๑) แห่งประมวลรัษฎากร จะคำนวณตามมติของคณะกรรมการพิจารณาภาษีอากร (กพอ.) ที่ให้คำนวณภาษีอัตราร้อยละ ๓ ของเงินได้ผู้มีรายได้นั้นไม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายรับรองให้อำนาจคณะกรรมการดังกล่าวลงมติมาบังคับได้ แม้โจทก์จะยินยอมให้คำนวณภาษีเช่นนั้นมาแล้วก็ตาม เห็นว่า การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย ในคดีนี้เจ้าพนักงานประเมินและจำเลยทั้งสามได้คิดคำนวณเป็นการเหมาจ่ายในอัตราร้อยละ ๓ ของเงินได้ของคนงานนั้น เป็นไปตามที่นายเธียรวิทย์หุ้นส่วนผู้จัดการโจทก์ได้ให้ความยินยอมให้เจ้าพนักงานประเมินกระทำเช่นนั้นได้ ทั้งเจ้าพนักงานประเมินและจำเลยทั้งสามก็ได้ปฏิบัติตามมติคณะกรรมการพิจารณาภาษีอากร (กพอ.) ตามเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข ๖ ซึ่งระบุว่า ในกรณีการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐(๑) และ (๒)

แห่งประมวลรัษฎากรที่จ่ายเป็นรายวันให้กับผู้มีเงินได้แต่ละคนไม่เกินคนละวันละ ๑๐๐ บาท ผู้จ่ายจะหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ ๓ ของเงินได้พึงประเมินที่จ่ายนั้นโดยไม่ต้องคำนวณตามวิธีที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๕๐(๑) แห่งประมวลรัษฎากรก็ได้ เว้นแต่ผู้จ่ายรายใดประสงค์จะคำนวณหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามวิธีการคำนวณดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๕๐(๑) แห่งประมวลรัษฎากรก็ให้ปฏิบัติได้ สำหรับกรณีของโจทก์นี้เห็นได้ชัดว่า เจ้าพนักงานประเมินและจำเลยทั้งสามไม่อาจคำนวณหักภาษี ณ ที่จ่ายตามวิธีการคำนวณดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๕๐(๑) แห่งประมวลรัษฎากรได้ เนื่องจากโจทก์ไม่มีหลักฐานที่จำเป็นมาแสดงและจะคำนวณภาษีที่ต้องหัก ณ ที่จ่าย โดยถือว่าคนงานไม่มีภริยาและบุตรก็มิได้

เพราะจำนวนคนงานยังไม่แน่นอนโดยโจทก์พิสูจน์ไม่ได้ว่าลูกจ้างที่ปรากฏชื่อในใบสำคัญจ่ายเงินมีตัวตนหรือไม่และ โจทก์ได้จ่ายค่าจ้างไปจริงหรือไม่ เจ้าพนักงานประเมินจึงมีอำนาจทำการประเมินให้โจทก์ชำระภาษีอากรจากพยานหลักฐานที่ปรากฏได้ เมื่อโจทก์ยินยอมให้เจ้าพนักงานประเมินคิดคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นการเหมาจ่ายในอัตราร้อยละ ๓ ของเงินได้ของคนงานเช่นนี้ โจทก์จะอ้างภายหลังว่า การคำนวณภาษีด้วยวิธีนี้ไม่ถูกต้องนั้นไม่ได้แม้มติคณะกรรมการพิจารณาภาษีอากร (กพอ.) เป็นเพียงแนวทางปฏิบัติในการคำนวณภาษีและไม่มีกฎหมายรับรอง แต่โจทก์ก็ได้ให้ความยินยอมในการคำนวณภาษีตามแนวทางปฏิบัตินั้นแล้ว เห็นว่า การประเมินภาษีของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามชอบด้วยกฎหมาย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · เดชา สุวรรณโณ
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นายวินัย บุญพราหมณ์ศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 731/2568

สัญญาจ้างเดิมระหว่างโจทก์กับบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน อ. สิ้นสุดไปตามหนังสือลาออกของโจทก์ ฉบับลงวันที่ 27 มีนาคม 2561 แล้ว พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า การที่โจทก์ยื่นหนังสือ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6752/2567

จากบทบัญญัติตาม ป.รัษฎากร มาตรา 56 วรรคหนึ่ง (3), มาตรา 50, มาตรา 50 ทวิ, มาตรา 54 วรรคหนึ่ง และมาตรา 60 เห็นได้ว่า การเก็บภาษีด้วยวิธีหักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นวิธีการจัดเก็บภาษีล่วงหน้าเพื่อประโยชน์ในกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1113/2561

จำเลยหักเงินจำนวนหนึ่งออกจากเงินผลประโยชน์ที่โจทก์ได้รับจากการเป็นตัวแทนประกันวินาศภัย แต่จำเลยนำส่งเงินจำนวนดังกล่าวแก่กรมสรรพากรโดยแจ้งว่าเป็นภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายของบริษัท บ. ซึ่งเป็นนิติบุคคลที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1304/2559

โจทก์ผู้ซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาดเป็นผู้จ่ายเงินค่าซื้อที่ดินอันเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แก่ผู้ขายอสังหาริมทรัพย์ จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 50 (5) และภาษีที่คำนวณห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13853/2556

ในกรณีมีปัญหาว่าคดีใดจะอยู่ในอำนาจของศาลภาษีอากรหรือศาลยุติธรรมอื่นให้ประธานศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัย เมื่อมีประเด็นดังกล่าวตามคำร้องขอแก้ไขคำให้การของจำเลยที่ 2 การที่ศาลภาษีอากรกลางไม่ส่งเรื่องให้ประธา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้