Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6356/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แสตมป์ยาสูบนั้น มีผู้อื่นทำปลอมขึ้นและได้ถูกนำมาใช้ปิดอยู่บนซองบรรจุยาสูบของกลางแต่ละซองแล้ว โดยจำเลยที่ 1 มียาสูบของกลางแต่ละซองดังกล่าวไว้เพื่อขาย ซึ่งในการขายยาสูบของกลางแต่ละซองนั้น แม้จะมีแสตมป์ยาสูบปิดอยู่บนซองบรรจุยาสูบด้วยก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนาที่จะมียาสูบของกลางแต่ละซองนั้น แม้จะมีแสตมป์ยาสูบปิดอยู่บนซองบรรจุยาสูบด้วยก็ถือไม่ได้ว่า จำเลยที่ 1 มีเจตนาที่จะมีแสตมป์ยาสูบปลอมดวงนั้น ๆ ไว้เพื่อขายตามความหมายในมาตรา 43 แห่ง พ.ร.บ.ยาสูบ ฯ เพราะบทมาตราดังกล่าวมุ่งประสงค์ที่จะลงโทษผู้กระทำความผิดที่มีแสตมป์ยาสูบปลอมไว้ในครอบครองเพื่อขายหรือนำออกใช้เท่านั้น หาได้ประสงค์ที่จะลงโทษผู้ที่มียาสูบซึ่งมีผู้อื่นทำปลอมแสตมป์ยาสูบขึ้นแล้วนำมาปิดอยู่บนซองยาสูบดังกล่าวไม่ การที่จำเลยที่ 1 ช่วยซ่อนเร้น หรือรับไว้ซึ่งบุหรี่เครื่องหมายการค้า L&M ของกลางที่มีผู้ลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร แล้วจำเลยที่ 1 มีไว้ในครอบครองเพื่อขายซึ่งบุหรี่จำนวนเดียวกันดังกล่าวนั้น ซึ่งเป็นยาสูบที่มีน้ำหนักเกินกว่าห้าร้อยกรัมและมิได้ปิดแสตมป์ยาสูบตามกฎหมาย แม้การกระทำนั้นจะผิดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายหลายฉบับ แต่ก็เป็นการกระทำที่มุ่งประสงค์ต่อผลอย่างเดียวกัน คือการหลีกเลี่ยงที่จะไม่ต้องเสียภาษีอากรตามกฎหมาย ถือว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษฐานช่วยซ่อนเร้น พาเอาไปเสียหรือรับไว้ซึ่งยาสูบซึ่งมีผู้นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากรตาม พ.ร.บ.ศุลกากร ฯ มาตรา 27 ทวิ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 4,108 และ 110 พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 มาตรา 4, 5, 5 ทวิ, 5 ตรี, 16, 19, 23, 24, 41, 43, 44, 49, 50 และ 53 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 2 และ 27 ทวิ พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.2489 มาตรา 4, 5, 6, 7, 8 และ 9 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และ 91 ริบบุหรี่ซิกาแรต จำนวน 8,650 ซอง ของกลางให้เป็นของกรมสรรพสามิต ริบรถยนต์พร้อมกุญแจของกลาง และจ่ายเงินรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้จับกุมตามกฎหมาย จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 110 (1) ประกอบด้วยมาตรา 108 ฐานมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม จำคุก 3 เดือน และปรับ 100,000 บาท พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 มาตรา 19, 49 และมาตรา 24, 50 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษบทหนักตามมาตรา 24, 50 ฐานมียาสูบที่มิได้ปิดแสตมป์ยาสูบไว้ในครอบครองเพื่อขาย ปรับสิบห้าเท่าของค่าแสตมป์ยาสูบที่จะต้องปิด (227,062.50 คูณ 15) เป็นเงิน 3,405,937.50 บาท พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ทวิ ฐานพาเอาไปเสียซึ่งของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร

ปรับสี่เท่าของราคาของซึ่งรวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว (1,600 คูณ 4) เป็นเงิน 6,400 บาท และพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 มาตรา 43, 53 ฐานมีแสตมป์ยาสูบปลอมไว้ในครอบครอง จำคุก 3 เดือน และปรับ 4,000 บาท รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 เดือน และปรับ 3,516,337.50 บาท จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน และปรับ 1,756,168.75 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 โดยให้คุมความประพฤติจำเลยที่ 1 ไว้ ให้จำเลยที่ 1 ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือน ตลอดเวลาที่รอการลงโทษ ถ้าจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 โดยหากต้องมีการกักขังแทนค่าปรับให้กักขังจำเลยที่ 1 แทนค่าปรับไม่เกิน 1 ปี

ริบยาสูบของกลาง 8,650 ซอง เป็นของกรมสรรพสามิต และริบรถยนต์หมายเลขทะเบียน บน 6932 ราชบุรี พร้อมกุญแจ ให้จ่ายเงินรางวัลร้อยละสิบห้าของราคาของกลางตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้จับ ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.2489 มาตรา 5 (2) มาตรา 6, 7 และมาตรา 8 ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "ก่อนที่จะวินิจฉัยปัญหาว่าควรลดโทษปรับให้จำเลยที่ 1 หรือไม่ จำต้องวินิจฉัยเสียก่อนว่าปัญหาประการแรก การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดฐานมีแสตมป์ยาสูบปลอมไว้ในครอบครองตามพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 มาตรา 43 ประกอบมาตรา 53 ตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว มาตรา 43 บัญญัติว่า ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งแสตมป์ยาสูบปลอมหรือใช้แล้วเพื่อขายหรือเพื่อนำออกใช้ โดยรู้ว่าเป็นแสตมป์ยาสูบปลอมหรือใช้แล้ว ปรากฏข้อเท็จจริงตามคำฟ้องของโจทก์ว่า แสตมป์ยาสูบนั้นมีผู้อื่นทำปลอมขึ้นและได้ถูกนำมาใช้ปิดอยู่บนซองบรรจุยาสูบของกลางแต่ละซองแล้ว โดยจำเลยที่ 1 มียาสูบของกลางแต่ละซองดังกล่าวไว้เพื่อขาย ซึ่งในการขายยาสูบของกลางแต่ละซองนั้น แม้จะมีแสตมป์ยาสูบปิดอยู่บนซองบรรจุยาสูบด้วยก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนาที่จะมีแสตมป์ยาสูบปลอมดวงนั้น ๆ ไว้เพื่อขายตามความหมายในมาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 เพราะบทมาตราดังกล่าวมุ่งประสงค์ที่จะลงโทษผู้กระทำความผิดที่มีแสตมป์ยาสูบปลอมไว้ในครอบครองเพื่อขายหรือเพื่อนำออกใช้เท่านั้น

หาได้ประสงค์ที่จะลงโทษผู้ที่มียาสูบซึ่งมีผู้อื่นทำปลอมแสตมป์ยาสูบขึ้นแล้วนำมาปิดแสดงอยู่บนซองยาสูบดังกล่าวไม่ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งแสตมป์ยาสูบปลอมเพื่อขายตามพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 มาตรา 43 ประกอบด้วยมาตรา 53 มาด้วยนั้น จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ส่วนปัญหาประการที่สอง การกระทำของจำเลยที่ 1 ฐานช่วยซ่อนเร้นและรับไว้ซึ่งยาสูบบุหรี่ซิกาแรตเครื่องหมายการค้า L&M จำนวน 200 ซอง ซึ่งมีผู้ลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร และฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อขายซึ่งยาสูบบุหรี่ซิกาแรตเครื่องหมายการค้า

L&M จำนวน 200 ซอง ซึ่งเป็นจำนวนเดียวกันดังกล่าวซึ่งมิได้ปิดแสตมป์ยาสูบตามกฎหมายเป็นการกระทำกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกัน เห็นว่า การที่จำเลยที่ 1 ช่วยซ่อนเร้นหรือรับไว้ซึ่งบุหรี่เครื่องหมายการค้า L&M ของกลางที่มีผู้ลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร แล้วจำเลยที่ 1 มีไว้ในครอบครองเพื่อขายซึ่งบุหรี่จำนวนเดียวกันดังกล่าวนั้น ซึ่งเป็นยาสูบที่มีน้ำหนักเกินกว่าห้าร้อยกรัมและมิได้ปิดแสตมป์ยาสูบตามกฎหมาย แม้การกระทำนั้นจะผิดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายหลายฉบับ แต่ก็เป็นการกระทำที่มุ่งประสงค์ต่อผลอย่างเดียวกัน คือการหลีกเลี่ยงที่จะไม่ต้องเสียภาษีอากรตามกฎหมาย ถือว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท

ต้องลงโทษฐานช่วยซ่อนเร้นพาเอาไปเสีย หรือรับไว้ซึ่งยาสูบซึ่งมีผู้นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากรตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ทวิ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 19) พ.ศ.2548 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปัญหาทั้งสองประการดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยที่ 1 มิได้ยกขึ้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดฐานมีแสตมป์ยาสูบปลอมไว้ในครอบครองได้ ส่วนความผิดฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อขายซึ่งยาสูบบุหรี่ซิกาแรตเครื่องหมายการค้า L&M จำนวน 200 ซอง ซึ่งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางลงโทษปรับตามพระราชบัญญัติยาสูบ

พ.ศ.2509 มานั้น จึงไม่ถูกต้องศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นควรแก้ไขเสียให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 45 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคหนึ่ง มาตรา 195 วรรคสอง และมาตรา 215 โดยความผิดฐานมียาสูบที่มิได้ปิดแสตมป์ยาสูบไว้ในครอบครองเพื่อขาย ปรับสิบห้าเท่าของค่าแสตมป์ยาสูบที่จะต้องปิด ยาสูบเครื่องหมายการค้า KRONG THIP 90 กรองทิพย์ 90 จำนวน 8,450 ซอง ค่าแสตมป์ยาสูบที่ต้องปิดซองละ 26.25 บาท เป็นเงินค่าแสตมป์ยาสูบที่ต้องปิด (8,450 คูณ 26.25)

จำนวน 221,812.50 บาท ปรับสิบห้าเท่าของค่าแสตมป์ยาสูบที่จะต้องปิด (221,812.50 คูณ 15) เป็นเงิน 3,327,187.50 บาท จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงปรับ 1,663,593.75 บาท ดังนั้น ที่จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ขอให้ลดโทษปรับให้แก่จำเลยที่ 1 นั้น เห็นว่า การลงโทษปรับจำเลยที่ 1 ฐานมียาสูบที่มิได้ปิดแสตมป์ยาสูบไว้ในครอบครองเพื่อขายดังกล่าวเป็นการกำหนดโทษปรับตามที่กฎหมายบัญญัติ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่อาจลดค่าปรับฐานนี้ให้เบาลงได้อีก ส่วนความผิดฐานช่วยซ่อนเร้น พาเอาไปเสียหรือรับไว้ซึ่งของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากรซึ่งบุหรี่เครื่องหมายการค้า

L&M จำนวน 200 ซอง ของกลางที่มีผู้นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ทวิ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2448 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางลงโทษปรับ 6,400 บาท ก่อนลดโทษนั้น ก็เป็นการกำหนดโทษตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศจึงไม่อาจลดโทษปรับฐานนี้ให้เบาลงได้อีกเช่นกัน ส่วนความผิดฐานมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 นั้น เห็นว่า จำเลยที่ 1 ต้องโทษปรับก่อนลดสำหรับความผิดฐานมีไว้เพื่อขายซึ่งยาสูบที่มิได้ปิดแสตมป์ยาสูบเป็นจำนวนเงินสูงถึง 3,327,187.50 บาท

ต่อการกระทำในคราวเดียวกันจากการที่มียาสูบจำนวน 8,450 ซอง ไว้เพื่อขายไปแล้ว ซึ่งโทษดังกล่าวเป็นการที่กฎหมายบังคับให้ศาลต้องลงโทษแก่จำเลยที่ 1 ตามอัตราที่กำหนดในกฎหมาย และเป็นมาตรการการลงโทษทางเศรษฐกิจแก่จำเลยที่ 1 ที่หนักเพียงพอแก่สภาพการกระทำผิดครั้งนี้แล้ว การกำหนดโทษปรับแก่จำเลยที่ 1 ในความผิดฐานมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมอีก จะทำให้จำเลยที่ 1 ได้รับโทษปรับหนักเกินไปกว่าสภาพการกระทำผิดของจำเลยที่ 1 ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางกำหนดโทษจำเลยที่ 1 ก่อนลดโทษให้จำคุก 3 เดือน และปรับ 100,000 บาท มานั้นจึงหนักเกินไป ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นสมควรกำหนดโทษจำเลยที่ 1 สำหรับความผิดฐานนี้เสียใหม่ให้เหมาะสมแก่ความผิดของจำเลยที่ 1 ซึ่งเมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นสมควรให้งดลงโทษปรับจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานนี้เสีย โดยคงให้ลงโทษจำคุกสถานเดียว อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ที่ขอให้ลงโทษในความผิดฐานนี้ให้เบาลงฟังขึ้น

อนึ่ง คดีนี้เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยที่ 1 ได้พร้อมด้วยยาสูบชนิดบุหรี่ซิกาแรตตรากรองทิพย์ 90 ที่มีเครื่องหมายทางการค้าปลอม และมีแสตมป์ยาสูบปลอมจำนวน 8,450 ซอง และบุหรี่ซิกาแรตต่างประเทศเครื่องหมายการค้า L&M ซึ่งมีแสตมป์ยาสูบปลอม จำนวน 200 ซอง และรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน บน 6932 ราชบุรี พร้อมกุญแจ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางให้ริบรถยนต์ของกลางพร้อมกุญแจ ทั้งที่ตามคำฟ้องดังกล่าวไม่ปรากฏว่ารถยนต์ของกลางพร้อมกุญแจได้ถูกใช้ในลักษณะของหีบห่อสำหรับบรรจุบุหรี่ซิกาแรตอันเป็นทรัพย์ที่พึงริบตามพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 มาตรา 44 อย่างไรทั้งไม่ปรากฏว่ารถยนต์ของกลางพร้อมกุญแจถูกใช้ในลักษณะเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำอันพึงริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) ซึ่งเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิดโดยตรงด้วย จึงถือไม่ได้ว่ารถยนต์พร้อมกุญแจเป็นทรัพย์อันพึงริบ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้ริบจึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย

แม้จำเลยที่ 1 มิได้ยกขึ้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและพิพากษายกคำขอของโจทก์ที่ขอให้ริบรถยนต์พร้อมกุญแจเสียได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 45 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคหนึ่ง มาตรา 195 วรรคสอง และมาตรา 215"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 เดือน ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน 15 วัน เมื่อรวมกับโทษฐานมีไว้เพื่อขายซึ่งยาสูบที่มิได้ปิดแสตมป์ยาสูบที่ปรับ 1,663,593.75 บาท กับฐานช่วยซ่อนเร้น พาเอาไปเสียหรือรับไว้ซึ่งของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร ที่ปรับ 3,200 บาท แล้ว จึงรวมเป็นจำคุก 1 เดือน 15 วัน และปรับ 1,666,793.75 บาท โดยให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี ตามเดิม และให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งแสตมป์ยาสูบปลอมเพื่อขายตามพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 มาตรา 43 ประกอบด้วยมาตรา 53 ไม่ริบรถยนต์พร้อมกุญแจของกลาง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บวร กุลทนันทน์ · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · รัตน กองแก้ว
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้