Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 635/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สิทธิในบำเหน็จตกทอดไม่ใช่มรดกของผู้ตายคำว่า บุตร ตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2500 หมายความถึงบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย หาใช่บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองไม่บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว.ไม่มีสิทธิรับบำเหน็จตกทอดผู้อุปการะหรือผู้อยู่ในอุปการะของผู้ตาย มีสิทธิในบำเหน็จตกทอดต่อเมื่อ ไม่มีทายาทดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 43(1)(2) และ (3) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวเท่านั้น

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งห้าคนเป็นบุตรผู้เยาว์ของนายย้อย หนูหลง อันเกิดจากนางหนูเอียด หนูหลง นายย้อย หนูหลง ได้ให้การรับรองโดยเปิดเผยว่าเป็นบุตร และได้ให้ความอุปการะเลี้ยงดูตลอดมาศาลจังหวัดพัทลุงได้มีคำสั่งว่าโจทก์ทั้งหมดเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายย้อย หนูหลง ก่อนถึงแก่กรรม นายย้อย หนูหลง รับราชการเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นถูกคนร้ายลอบทำร้ายถึงแก่กรรม โจทก์ทั้งหมดได้ยื่นเรื่องราวขอรับบำเหน็จตกทอดตามสิทธิที่ควรจะได้ตามกฎหมาย แต่จำเลยแจ้งให้โจทก์ทราบว่านางคล้อย เกตแสง ซึ่งอ้างว่าเป็นภรรยาของนายย้อย หนูหลง มีสิทธิได้รับบำเหน็จตกทอดแต่ผู้เดียวโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับ ขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์ทั้งหมดเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับบำเหน็จตกทอดของนายย้อย หนูหลง เป็นเงิน 24,975 บาท

จำเลยให้การว่า โจทก์ทั้งห้าไม่ใช่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายย้อย หนูหลงไม่มีสิทธิรับบำเหน็จตกทอด ที่ศาลจังหวัดพัทลุงสั่งว่าโจทก์ทั้งห้าเป็นบุตรของนายย้อย หนูหลงเป็นคำสั่งหลังจากนายย้อย หนูหลง ถึงแก่กรรมแล้ว ไม่มีผลย้อนหลัง วันนัดชี้สองสถาน คู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงกันว่า ผู้เยาว์ทั้งห้าคนตามฟ้องเป็นบุตรของนายย้อย หนูหลง อันเกิดจากนางหนูเอียด หนูหลง แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส นายย้อย หนูหลง ได้ให้การรับรองโดยเปิดเผยว่าผู้เยาว์ทั้งห้าคนเป็นบุตร และให้การอุปการะเลี้ยงดูตลอดมาจริง แต่นายย้อย หนูหลง ไม่จดทะเบียนผู้เยาว์ทั้งห้าว่าเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย แล้วต่างแถลงไม่ติดใจสืบพยาน ขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดตามข้อเท็จจริงที่คู่ความแถลงรับกัน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าโจทก์ทั้งห้าเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับบำเหน็จตกทอดของนายย้อย หนูหลง สามส่วน แต่ไม่สามารถกำหนดจำนวนเงินแน่นอนได้ เพราะโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าบำเหน็จตกทอดทั้งหมดมีเท่าใด ทายาทอื่นมีหรือไม่

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ฐานะของโจทก์ทั้งห้าเป็นบุตรที่บิดารับรองแล้วจะเท่าเทียมกับบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นได้แต่เฉพาะในเรื่องการรับมรดก คือมีสิทธิได้รับมรดกเสมือนเป็นผู้สืบสันดาน สิทธิในบำเหน็จตกทอดไม่ใช่มรดกของผู้ตายเป็นสิทธิที่เกิดขึ้นเนื่องจากการตาย คำว่า บุตร ตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2500 จึงหมายถึงบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย หาใช่บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองไม่ ที่โจทก์อ้างว่าบุตรตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่นควรจะหมายความถึงบุตรทั่วไปไม่เฉพาะบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายเพราะบุคคลอื่นเช่นผู้อุปการะหรือผู้อยู่ในอุปการะของผู้ตายยังมีสิทธิได้รับบำเหน็จตกทอดนั้น ตามมาตรา 47 ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 2)

พ.ศ. 2508 มาตรา 12 บัญญัติให้ผู้อุปการะหรือผู้อยู่ในอุปการะของผู้ตายมีสิทธิในบำเหน็จตกทอดต่อเมื่อผู้ตายไม่มีทายาทดังบัญญัติไว้ในมาตรา 43 (1)(2) และ (3) แล้วเท่านั้น ไม่ใช่มีสิทธิได้รับบำเหน็จตกทอดลำดับเดียวกับบุตรจึงอาศัยเทียบเคียงในการตีความคำว่า บุตร อย่างกว้าง รวมทั้งบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหาได้ไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สงวน สิทธิไชย · สุธรรม วรรณแสง · ชลอ จามรมาน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้