Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6343/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ทั้งสามบรรยายฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามเป็นบุตรของ ส. ซึ่งเป็นทายาทคนหนึ่งของ ง. เจ้ามรดก เมื่อ ง. ถึงแก่ความตายทรัพย์สินของ ง. เป็นมรดกตกได้แก่ ส. กับทายาทอื่นของ ง. แต่ ส. ถึงแก่ความตายเสียก่อนที่จำเลยจะแบ่งปันทรัพย์มรดกของ ง. โจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นทายาทของ ส. จึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในทรัพย์มรดกของ ง. แต่จำเลยบิดพลิ้วไม่ยอมแบ่งมรดกให้แก่โจทก์ทั้งสาม อันเป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์ทั้งสามให้ได้รับความเสียหาย หากข้อเท็จจริงได้ความตามคำฟ้อง จำเลยย่อมมีหน้าที่แบ่งทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ทั้งสามโดยมิพักต้องคำนึงว่าจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของ ส. หรือไม่ การที่จำเลยไม่แบ่งทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ทั้งสามย่อมเป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์ทั้งสามอยู่ในตัว โจทก์ทั้งสามจึงมีอำนาจฟ้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสามฟ้องและขอแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนางสงวนชำระเงิน 238,100.46 บาท ให้แก่โจทก์ทั้งสาม ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 238,100.46 บาท นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ทั้งสามใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท

โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสามยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้น ขออนุญาตอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาและยื่นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายต่อศาลฎีกาว่า โจทก์ทั้งสามมีอำนาจฟ้องจำเลย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสามและสั่งให้ส่งสำเนาอุทธรณ์และสำเนาคำร้องไปยังจำเลย เพื่อเปิดโอกาสให้จำเลยแถลงคัดค้านคำร้องของโจทก์ทั้งสามภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ แต่จำเลยมิได้แถลงคัดค้านคำร้องของโจทก์ทั้งสาม ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้ส่งสำนวนไปยังศาลฎีกาโดยมิได้สั่งอนุญาตในคำร้อง แต่ถือได้ว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาแล้ว ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสามเป็นลำดับไป

โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ว่า โจทก์ทั้งสามมิได้บรรยายฟ้องว่าโจทก์ทั้งสามเป็นผู้มีสิทธิรับมรดกของนางสงวนตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย ตรงกันข้ามโจทก์ทั้งสามบรรยายฟ้องไว้อย่างชัดแจ้งว่าเมื่อนางสงวนถึงแก่ความตาย ทรัพย์สินของนางสงวนย่อมเป็นมรดกตกทอดไปยังนายสุธนบิดาของโจทก์ทั้งสามกับทายาทของนางสงวน แต่จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของนางสงวนไม่ได้แบ่งทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทจนนายสุธนถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา ทรัพย์มรดกของนางสงวนที่ตกเป็นของนายสุธนย่อมตกทอดไปยังโจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นบุตรของนายสุธนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 วรรคหนึ่ง โจทก์ทั้งสามผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยแบ่งทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ทั้งสามได้ โดยไม่ต้องคำนึงว่าจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายสุธนหรือไม่ ตามคำฟ้องของโจทก์ทั้งสามระบุว่าโจทก์ทั้งสามเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในทรัพย์มรดกของนางสงวน โดยโจทก์ทั้งสามบรรยายฟ้องว่า

เมื่อนางสงวนถึงแก่ความตายทรัพย์สินของนางสงวนเป็นมรดกตกได้แก่นายสุธนกับทายาทของนางสงวน แต่จำเลยยังไม่ทันได้แบ่งทรัพย์มรดกให้แก่ทายาท นายสุธนก็ถึงแก่ความตายเสียก่อน โจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นทายาทของนายสุธนจึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในทรัพย์มรดกของนางสงวน แต่จำเลยบิดพลิ้วไม่ยอมแบ่งมรดกให้แก่โจทก์ทั้งสาม อันเป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์ทั้งสามให้ได้รับความเสียหาย ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่าหากได้ความตามคำฟ้อง จำเลยย่อมมีหน้าที่แบ่งทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ทั้งสาม โดยมิพักต้องคำนึงว่าจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายสุธนหรือไม่ การที่จำเลยไม่แบ่งทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ทั้งสามย่อมเป็นการโต้แย้งสิทธิโจทก์ทั้งสามอยู่ในตัว โจทก์ทั้งสามจึงมีอำนาจฟ้อง ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยไม่ใช่ผู้จัดการมรดกของนายสุธนจึงไม่มีหน้าที่แบ่งทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ทั้งสาม โจทก์ทั้งสามไม่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาล ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสามฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและศาลฎีกาให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งใหม่ตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กำพล ภู่สุดแสวง · ปดารณี ลัดพลี · แรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์
ศาลล่าง
ศาลแขวงนนทบุรี - นายยศวัฒน์ กะระโสภณ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.4295/2554
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ2771/2553
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ1707/2554
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3682/2568

โจทก์และจำเลยตกลงเข้ากันเป็นหุ้นส่วนซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างคอนโดมิเนียมขายนำกำไรมาแบ่งปันกัน ต่อมามีผู้สนใจซื้อที่ดินดังกล่าวและผู้เป็นหุ้นส่วนได้ตกลงขายที่ดินเพื่อทำกำไร อันเป็นกรณีที่หุ้นส่วนเปลี่ย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3230/2568

มารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาทจึงเป็นเรื่องระหว่างมารดาโจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1760/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับ ตามสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการสำหรับห้องหมายเลข FM-B002 ในศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยให้กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้