Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6321/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีก่อนจำเลยถูกจับกุมและดำเนินคดีในข้อหาปลอมและใช้ตั๋วแลกเงินปลอมแต่พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องจำเลยข้อหาปลอมและใช้ตั๋วแลกเงินอันเป็นเอกสารสิทธิปลอมโดยให้เหตุผลว่า ตั๋วแลกเงินดังกล่าวไม่ใช่เอกสารสิทธิ ศาลอาญากรุงเทพใต้จึงมีคำสั่งปล่อยตัวจำเลย และในวันเดียวกันจำเลยถูกจับและควบคุมตัวในคดีอื่นข้อหาปลอม ใช้หนังสือใบรับฝากตั๋วแลกเงินปลอมรวม16 กรรมแต่ต่อมาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว จนกระทั่งโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้โดยขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264,268 ดังนี้ แม้ว่าตั๋วแลกเงินที่ถูกฟ้องในคดีนี้เป็นฉบับเดียวกับที่จำเลยถูกดำเนินคดีเป็นคดีแรก เมื่อปรากฏว่าพนักงานสอบสวนได้สอบสวนคดีนี้แล้วโดยจำเลยมิได้โต้แย้งว่าการสอบสวนไม่ชอบ จึงย่อมจะผ่านขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหาที่จำเลยอ้างว่าคดีนี้ไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาจำเลยแล้ว ฎีกาจำเลยจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่งประกอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ขณะโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้จำเลยถูกฟ้องในคดีอื่นต่อศาลอาญากรุงเทพใต้แม้จำเลยจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ก็ต้องถือว่าจำเลยอยู่ในอำนาจศาลแล้วโจทก์จึงไม่ต้องนำตัวจำเลยมาศาล เมื่อจำเลยไม่ได้ถูกควบคุมตัวในคดีนี้จึงไม่ต้องขอผลัดฟ้องหรือขออนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการ (อัยการสูงสุด)ฟ้องคดีนี้ตาม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงฯ มาตรา 7 และ 9

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างต้นเดือนพฤศจิกายน 2538 วันใดไม่ปรากฏชัดเวลากลางวัน ถึงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2538 เวลากลางวัน จำเลยซึ่งเป็นพนักงานของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้ปลอมเอกสารโดยนำภาพถ่ายซึ่งถ่ายสำเนามาจากต้นฉบับตั๋วแลกเงินของ บริษัทเอส.พี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดหมายเลข 027500 ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2538 สั่งจ่ายเงินจำนวน 1,000,000 บาทสั่งจ่ายธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2539 อันเป็นเอกสารที่แท้จริง และได้ขายให้แก่นางจันทร์จรัส ทัพพยุทธพิจารณ์ ไปแล้วเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2538 มาแก้ไขดัดแปลง (1) จำนวน 1,000,000 บาทเป็นจำนวน 10,000,000 บาท (2) วันที่ออกของตั๋วแลกเงินจาก NOVEMBERเป็นพฤศจิกายน (3) วันกำหนดสั่งจ่ายของตั๋วแลกเงินจาก

FEBRUARY เป็นกุมภาพันธ์ (4) จำนวนเงินในตั๋วแลกเงินซึ่งพิมพ์ว่า ONE MILLION BAHT ONLYเป็นสิบล้านบาทถ้วน อันเป็นการเติมดัดแปลงแก้ไขตัวอักษร ตัวเลข และข้อความในเอกสารภาพถ่ายตั๋วแลกเงินฉบับดังกล่าวให้ผิดไปจากภาพถ่ายสำเนาตั๋วแลกเงินที่แท้จริงเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บริษัทเอส.พี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)และนางจันทร์จรัส หรือประชาชนและจำเลยได้นำเอกสารปลอมดังกล่าวมาอ้างต่อนางจีรจิตต์ จำรัสโรมรัน ลูกค้าของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ว่า เป็นภาพถ่ายซึ่งถ่ายมาจากต้นฉบับตั๋วแลกเงินฉบับจริง และเสนอขายตั๋วแลกเงินฉบับดังกล่าวแก่นางจีรจิตต์ในราคา 9,771,568 บาท เป็นเหตุให้นางจีรจิตต์หลงเชื่อจึงตกลงซื้อและมอบเงินจำนวนดังกล่าวแก่จำเลยไป

ทั้งนี้ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่นางจีรจิตต์ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัทเอส.พี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดหรือประชาชน จำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 4007/2539ของศาลอาญากรุงเทพใต้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 268,91 กับนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญา หมายเลขดำที่ 4007/2539 ของศาลอาญากรุงเทพใต้จำเลยไม่ได้ให้การ ถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อระหว่างพิจารณา ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยมาตรา 264 ลงโทษตามมาตรา 268 ให้จำคุกจำเลย 4 เดือนส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 4007/2539ของศาลอาญากรุงเทพใต้ นั้น ไม่ปรากฏว่าคดีดังกล่าวได้มีคำพิพากษาให้ลงโทษจำเลยจึงไม่นับโทษต่อให้ ยกคำขอส่วนนี้จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะข้อ 2 ซึ่งป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์และโจทก์ร่วมไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจากโจทก์ร่วมแจ้งความร้องทุกข์กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดฐานปลอมและใช้ตั๋วแลกเงินอันเป็นเอกสารสิทธิปลอมและจำเลยถูกควบคุมตัวตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2539 ตลอดมาจนถึงวันที่ 28 พฤษภาคม 2539พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องจำเลยเนื่องจากเห็นว่าเอกสารที่โจทก์ร่วมแจ้งความดังกล่าวมิใช่เอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 ต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้โดยมิได้มีการแจ้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา264,268 พนักงานสอบสวนและโจทก์ (พนักงานอัยการ) มิได้ขอผลัดฟ้อง และก่อนฟ้องโจทก์ (พนักงานอัยการ) มิได้ขอผลัดฟ้องและก่อนฟ้องโจทก์ (พนักงานอัยการ)มิได้ขออนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการ (อัยการสูงสุด) จึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงพ.ศ. 2499 มาตรา 7 และ 9 ทั้งในวันฟ้องมิได้นำตัวจำเลยมาศาลด้วย เป็นการฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น

ประเด็นนี้คู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 6 พฤษภาคม 2541ว่า นายดาบตำรวจอุทิศ ใจดี จับกุมจำเลยโดยชอบ และร้อยตำรวจเอกธนัทธรรมากุลวิชช์ กับร้อยตำรวจเอกจตุพล บงกชมาศ พนักงานสอบสวนได้สอบสวนคดีนี้ โดยเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2539 นายดาบตำรวจอุทิศจับกุมจำเลยแจ้งข้อหาว่า จำเลยปลอมและใช้ตั๋วแลกเงินปลอมซึ่งตั๋วแลกเงินดังกล่าวเป็นฉบับที่โจทก์นำมาฟ้องคดีนี้ แต่ในครั้งนั้นพนักงานสอบสวนมีความเห็นว่าตั๋วแลกเงินดังกล่าวเป็นเอกสารสิทธิจึงฝากขังจำเลยต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ต่อมาวันที่ 15 พฤษภาคม 2539 พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องจำเลยข้อหาปลอมและใช้ตั๋วแลกเงินอันเป็นเอกสารสิทธิปลอมโดยให้เหตุผลว่า

ตั๋วแลกเงินดังกล่าวมิใช่เอกสารสิทธิ และศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งปล่อยตัวจำเลยเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม2539 ในวันเดียวกันนี้จำเลยถูกจับและถูกควบคุมตัวในคดีอื่นข้อหาปลอมใช้หนังสือใบรับฝากตั๋วแลกเงินปลอมรวม 16 กรรม จำเลยถูกควบคุมตัวในคดีดังกล่าวจนถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2539 จึงได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2540เห็นว่า ในส่วนฎีกาของจำเลยที่ว่า โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้โดยมิได้มีการแจ้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,268 นั้นเมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้แล้วว่า พนักงานสอบสวนได้สอบสวนคดีนี้แล้วโดยจำเลยมิได้โต้แย้งว่าการสอบสวนไม่ชอบ จึงย่อมจะผ่านขั้นตอนการแจ้งข้อหาดังที่จำเลยอ้างฎีกาของจำเลยดังกล่าวจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย

ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยส่วนฎีกาปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยที่ว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้โดยมิได้นำตัวจำเลยมาศาลทั้งมิได้ขอผัดฟ้องและก่อนฟ้องโจทก์มิได้ขออนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการ (อัยการสุงสุด) จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่าขณะโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้จำเลยถูกฟ้องที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 4007/2539 แม้จำเลยได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวก็ต้องถือว่าจำเลยอยู่ในอำนาจศาลแล้วโจทก์จึงไม่จำต้องนำตัวจำเลยมาศาลเมื่อจำเลยไม่ได้ถูกควบคุมตัวในคดีนี้ ดังนั้นจึงไม่จำต้องขอผลัดฟ้องหรือขออนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการ (อัยการสูงสุด) ฟ้องคดีนี้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 7 และ 9 คำพิพากษาศาลฎีกาที่จำเลยอ้างมาในฎีกา ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พูนศักดิ์ จงกลนี · วิชา มหาคุณ · ปัญญา สุทธิบดี
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้