Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6310/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้คดีเริ่มต้นด้วยคำร้องขออันเป็นการใช้สิทธิทางศาลซึ่งเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทแต่เมื่อผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้าน จึงชอบที่จะต้องดำเนินคดีไปตามบทบัญญัติว่าด้วยคดีอันมีข้อพิพาทตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 188(4) เมื่อข้อเท็จจริงอันเป็นประเด็นแห่งคดีที่ผู้ร้องยกขึ้นกล่าวอ้างในคำร้องขอนั้นผู้คัดค้านมิได้ปฏิเสธ จึงต้องถือว่าผู้คัดค้านยอมรับข้อเท็จจริงนี้แล้วและหาเกิดเป็นประเด็นข้อพิพาทที่ผู้ร้องจะต้องนำสืบไม่ ผู้ร้องเป็นทายาทโดยธรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1629(2) แม้จะปรากฏข้อกล่าวอ้างในทางนำสืบของผู้ร้องว่าทรัพย์สินบางรายการในบัญชีทรัพย์มรดกของผู้ตายเป็นของผู้ร้องซึ่งเพียงแต่ใส่ชื่อผู้ตายถือกรรมสิทธิ์แทน ก็จะถือว่าผู้ร้องกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดกของผู้ตายอันเป็นพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสมหาได้ไม่ เพราะหากความจริงเป็นประการใดก็ย่อมจะก่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เกี่ยวข้องอีกทั้งเป็นเรื่องในชั้นจัดการแบ่งปันมรดกซึ่งเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งและสำหรับผู้คัดค้านนั้น เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าแม้ผู้คัดค้านและผู้ตายจดทะเบียนหย่าต่อกัน แต่ภายหลังก็อยู่กินร่วมกันฉันสามีภริยาจนกระทั่งผู้ตายถึงแก่ความตายทรัพย์สินที่มีอยู่จึงอาจเป็นทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันระหว่างผู้คัดค้านกับผู้ตาย จึงชอบที่จะว่ากล่าวกันในชั้นจัดการแบ่งปันมรดก

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกนายพินัยบูรพาชีพผู้ตายผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องขอของผู้ร้องและมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย หรือตั้งให้ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนางอัญชลี บูรพาชีพ ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของนายพินัย บูรพาชีพ ผู้ตาย โดยมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ยกคำร้องขอของผู้ร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ผู้ร้องกับผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของนายพินัย บูรพาชีพ ผู้ตาย ร่วมกัน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นผู้ร้องและผู้คัดค้านฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาโต้แย้งว่า เดิมนายพินัย บูรพาชีพ ผู้ตาย จดทะเบียนสมรสกับผู้คัดค้านมีบุตรเกิดระหว่างสมรส 1 คน คือเด็กชายพิสุทธิ์ บูรพาชีพ ต่อมาวันที่ 3 เมษายน 2535 นายพินัยจดทะเบียนหย่ากับผู้คัดค้านตามใบสำคัญการหย่าเอกสารหมาย ร.3แต่ภายหลังก็ได้อยู่กินร่วมกันฉันสามีภริยาจนเกิดบุตร 1 คน คือเด็กหญิงอุมาพร บูรพาชีพ ครั้นวันที่ 2 มกราคม 2538 นายพินัยถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงจนถึงแก่กรรมตามสำเนามรณบัตรเอกสารหมาย ร.2 มีทรัพย์มรดกเช่นที่ดินและเงินฝากในธนาคารต่าง ๆ หลายแห่ง ตามบัญชีทรัพย์เอกสารหมาย ร.16 และ ร.ค.1 ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องและผู้คัดค้านมีว่า

ผู้ร้องไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอคดีนี้เพราะผู้ร้องมิใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายหรือไม่ และผู้ร้องกับผู้คัดค้านมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมแก่การเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยรวมกันไปเสียทีเดียว สำหรับฎีกาของผู้คัดค้านในประเด็นว่าผู้ร้องมิใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องของคดีนี้นั้น เห็นว่า ผู้ร้องบรรยายคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายผู้ร้องจึงเป็นทายาทโดยธรรมตามกฎหมายมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทรัพย์มรดกของผู้ตาย ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านเพียงว่าผู้คัดค้านเหมาะสมที่จะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายมากกว่าผู้ร้อง ขอให้ยกคำร้องขอของผู้ร้องและตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกเพียงผู้เดียวหรือมิฉะนั้นก็ขอให้ตั้งผู้คัดค้านร่วมกับผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย โดยบรรยายคำร้องคัดค้านว่า

แม้ผู้คัดค้านกับผู้ตายจดทะเบียนหย่าต่อกัน แต่ก็ยังคงอยู่กินฉันสามีภริยามาโดยตลอด จนกระทั่งมีบุตรอีก 1 คน คือเด็กหญิงอุมาพร ทรัพย์สินที่มีอยู่เป็นการทำมาหาได้ร่วมกันของผู้คัดค้านกับผู้ตาย จากคำร้องคัดค้านดังกล่าวมิได้ ปรากฏว่าผู้คัดค้านได้ปฏิเสธว่าผู้ร้องมิได้เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายดังนี้ แม้คดีนี้จะเริ่มต้นด้วยคำร้องขออันเป็นการใช้สิทธิทางศาลซึ่งเป็นคดีไม่มีข้อพิพาท แต่เมื่อผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้าน จึงชอบที่จะต้องดำเนินคดีไปตามบทบัญญัติว่าด้วยคดีอันมีข้อพิพาทตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 188(4) ฉะนั้นเมื่อข้อเท็จจริงดังกล่าวอันเป็นประเด็นแห่งคดีที่ผู้ร้องยกขึ้นกล่าวอ้างในคำร้องขอนั้นผู้คัดค้านมิได้ปฏิเสธ จึงต้องถือว่าผู้คัดค้านยอมรับข้อเท็จจริงนี้แล้ว และหากเกิดเป็นประเด็นข้อพิพาทที่ผู้ร้องจะต้องนำสืบไม่ผู้ร้องจึงเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายมีสิทธิยื่นคำร้องขอคดีนี้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 ฎีกาของผู้คัดค้านข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปตามฎีกาของคู่ความทั้งสองฝ่ายมีว่าระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้าน

บุคคลใดมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมในการทำหน้าที่ผู้จัดการมรดกคดีนี้ เห็นว่า สำหรับผู้ร้องนั้น เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าผู้ร้องเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ผู้ร้องจึงเป็นทายาทโดยธรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629(2) มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทรัพย์มรดกของผู้ตาย ดังนี้แม้จะปรากฏข้อกล่าวอ้างในทางนำสืบของผู้ร้องว่าทรัพย์สินบางรายการในบัญชีทรัพย์มรดกของผู้ตาย เป็นของผู้ร้องซึ่งเพียงแต่ใส่ชื่อผู้ตายถือกรรมสิทธิ์แทน ก็จะถือว่าผู้ร้องกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดกของผู้ตายอันเป็นพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสมหาได้ไม่ เพราะหากความจริงเป็นประการใดก็ย่อมจะก่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งเป็นเรื่องในชั้นจัดการแบ่งปันมรดกซึ่งเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง และสำหรับผู้คัดค้านนั้น

เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าแม้ผู้คัดค้านกับผู้ตายจดทะเบียนหย่าต่อกัน แต่ภายหลังก็อยู่กินร่วมกันฉันสามีภริยาจนกระทั่งผู้ตายถึงแก่ความตาย ทรัพย์สินที่มีอยู่จึงอาจเป็นทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันระหว่างผู้คัดค้านกับผู้ตาย จึงชอบที่จะว่ากล่าวกันในชั้นจัดการแบ่งปันมรดกอีกทั้งบุตรของผู้คัดค้านกับผู้ตายคือเด็กชายพิสุทธิ์และเด็กหญิงอุมาพร ผู้คัดค้านก็เป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูเพียงผู้เดียวเมื่อผู้ตายถึงแก่ความตายแล้ว โดยเด็กชายพิสุทธิ์มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทรัพย์มรดกของผู้ตายในฐานะทายาทโดยธรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629(1) และเด็กหญิงอุมาพรก็อาจมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทรัพย์มรดกของผู้ตายในฐานะเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627 ประกอบมาตรา 1629(1)

ส่วนการที่ผู้คัดค้านไปรับเงินจากกรมธรรม์ประกันชีวิตของผู้ตายที่ระบุให้เด็กชายพิสุทธิ์ เป็นผู้รับประโยชน์ แล้วนำเงินไปเปิดบัญชีเงินฝากในนามผู้คัดค้านเพื่อเด็กชายพิสุทธิ์ บูรพาชีพ ต่อมาก็ถอนเงินบางส่วนไปทำประกันชีวิตให้แก่บุตรทั้งสองโดยระบุให้ผู้คัดค้านเป็นผู้รับประโยชน์ดังที่ผู้ร้องฎีกามานั้นก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับการอุปการะเลี้ยงดูของมารดาที่มีต่อบุตรจะนำมาเป็นเหตุให้รับฟังว่าผู้คัดค้านประพฤติตนไม่เหมาะสมหาได้ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6พิพากษาให้ผู้ร้องกับผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกัน จึงชอบด้วยเหตุผลแล้ว ฎีกาของผู้ร้องและผู้คัดค้านข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชาย จุลนิติ์ · อำนวย เต้พันธ์ · ชวลิต ตุลยสิงห์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้