Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 630/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บทบัญญัติในมาตรา 9 และมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง ที่ห้ามมิให้ผู้ว่าคดีฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามมาตรา 7 เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการก่อน นั้น หมายความเฉพาะคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจของศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษาได้ชั้นแรกพนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับจำเลยในข้อหาลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ซึ่งเป็นคดีอยู่ในอำนาจของศาลจังหวัดที่จะพิจารณาพิพากษา พนักงานสอบสวนสอบสวนแล้วเห็นควรสั่งไม่ฟ้อง พนักงานอัยการสั่งให้ฟ้องในข้อหาลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 พนักงานสอบสวน จึงแจ้งข้อหาตามมาตรา 334 ให้จำเลยทราบ และยื่นฟ้องต่อศาลแขวงในวันเดียวกันกรณีนี้ย่อมถือว่าจำเลยถูกจับในข้อหาของคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษาได้ตั้งแต่วันแจ้งข้อหาตามมาตรา 334เมื่อได้ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงภายในกำหนดเวลา 72 ชั่วโมงแล้วจึงไม่มีเหตุที่จะต้องขอผัดฟ้องหรือขออนุญาตจาก อธิบดีกรมอัยการก่อนฟ้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 7 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 9

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยลักทรัพย์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 และให้คืนหรือใช้เงินแก่ผู้เสียหายจำเลยให้การปฏิเสธก่อนสืบพยาน โจทก์จำเลยแถลงร่วมกัน ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเมื่อจำเลยถูกจับในวันที่ 25 กันยายน 2512 ถูกแจ้งข้อหาว่าร่วมกับพวกลักทรัพย์ผู้เสียหาย อันเป็นผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335ในวันเดียวกันนั้น พนักงานสอบสวนอนุญาตให้จำเลยมีประกันตัวไปเมื่อสอบสวนเสร็จ พนักงานสอบสวนมีความเห็นไม่ฟ้องจำเลย ส่งสำนวนและความเห็นไปยังพนักงานอัยการ พนักงานอัยการส่งสำนวนคืนพนักงานสอบสวนในวันที่ 5 มกราคม 2513 พร้อมกับสั่งให้ฟ้องจำเลยข้อหาลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ซึ่งเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษาได้ ในวันที่ 8 มกราคม 2513 จำเลยไปพบพนักงานสอบสวนตามนัด จึงแจ้งข้อหาดังกล่าวให้จำเลยทราบ และในวันเดียวกันนั้น

โจทก์ได้ฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงนครศรีธรรมราชศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้วพิพากษาว่าพนักงานสอบสวนหรือผู้ว่าคดีมิได้ขอผัดฟ้องหรือฝากขังจำเลย ทั้งไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการก่อนฟ้องตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ พ.ศ. 2499มาตรา 7, 9 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2503มาตรา 4 และกรณีไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นตามมาตรา 8 และไม่เข้าตามมาตรา 10(2) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ให้ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องโดยไม่ต้องขอรับอนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง

พ.ศ. 2499 ซึ่งบังคับไว้ในมาตรา 9ห้ามมิให้ผู้ว่าคดี ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามมาตรา 7 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2503 มาตรา 4 เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการ นั้น หมายความว่า เฉพาะคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจของศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษาได้ ในกรณีที่พนักงานสอบสวนเห็นควรฟ้อง และผู้ว่าคดีก็เห็นควรสั่งฟ้องจะต้องยื่นต่อศาลภายในกำหนดเวลา 72 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่จำเลยถูกจับ ถ้ามีความจำเป็นไม่สามารถฟ้องให้ทันภายในกำหนด 72 ชั่วโมง ก็ต้องขอผัดฟ้องต่อศาลเป็นคราว ๆ ไป ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 7 นั้น จนกว่าจะยื่นฟ้องได้ ถ้าปล่อยให้พ้นกำหนดเวลา 72 ชั่วโมงไปโดยมิได้ขอผัดฟ้องก็ดี หรือขอผัดฟ้องขาดตอนไปแล้วจึงมาฟ้องก็ดี

จะต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการเสียก่อน จึงจะมีอำนาจฟ้อง แต่กรณีของคดีนี้ปรากฏว่า ชั้นแรกพนักงานสอบสวนดำเนินคดีแก่จำเลยในข้อหาลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลจังหวัดที่จะพิจารณาพิพากษา เมื่อพนักงานสอบสวนเห็นควรสั่งไม่ฟ้อง และพนักงานอัยการมีความเห็นควรสั่งไม่ฟ้องข้อหานี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว การดำเนินคดีตามข้อหามาตรา 335 เป็นอันยุติ แต่ในเวลาเดียวกัน พนักงานอัยการได้สั่งฟ้องจำเลยในข้อหาลักทรัพย์ตามมาตรา 334 ซึ่งเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษาได้เมื่อพนักงานสอบสวนทราบคำสั่งจากพนักงานอัยการดังกล่าวแล้ว พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อหาตามมาตรา 334 ให้จำเลยทราบในวันที่นัดจำเลยไปพบ

กรณีนี้ย่อมถือว่าจำเลยเพิ่งถูกจับในข้อหาของคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษาได้ ตั้งแต่วันแจ้งข้อหาตามมาตรา 334 และในวันเดียวกันโจทก์ก็ได้ยื่นฟ้องต่อศาลแขวง อันเป็นเวลาภายใน 72 ชั่วโมงแล้วจึงไม่มีเหตุที่จะต้องขอผัดฟ้องหรือขออนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการก่อนฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้รับฟ้องไว้พิจารณาต่อไปตามกระบวนความนั้น ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรัญ อิศระ · จินตา บุณยอาคม · แปลก ศิงฆมานันท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2196/2566

ขณะเกิดเหตุความผิดตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 มาตรา 3 (ก) มีระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวง แม้ภายหลังข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11959/2556

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยออกเช็คธนาคาร ก. สาขาย่อยเซ็นทรัลปิ่นเกล้า รวม 2 ฉบับ เพื่อชำระหนี้เงินกู้ ซึ่งเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย ต่อมาธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ทั้งนี้จำเลยเจตนาท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10215/2556

บันทึกการฟ้องด้วยวาจาของโจทก์และคำฟ้องด้วยวาจาที่ศาลชั้นต้นบันทึกไว้ แม้จะระบุว่าเหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2555 ก็ตาม แต่บันทึกการฟ้องด้วยวาจาของโจทก์ระบุว่าเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยทั้งสามได้พร้อม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 421/2556

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 78 ซึ่งนำมาปรับใช้แก่คดีนี้โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ.2520 มาตรา 3 และ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4813/2554

คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องโจทก์ คดีจึงต้องห้ามฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาโจทก์มาโดยไม่มีการอนุญาตหรือรับรองให้ฎีกาจึงเป็…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้