Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 628/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ลักษณะการทำงานของโจทก์ไม่มีรูปแบบแผนที่แน่นอน ไม่เคร่งครัดเรื่องเวลาทำงาน ผิดไปจากลักษณะการทำงานของพนักงานอื่นในหน่วยงานของจำเลย การทำงานของโจทก์มีลักษณะเป็นการช่วยเหลือตามคำขอของ ส. กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลย มิใช่เป็นการทำงานตามคำสั่งของจำเลย ขณะที่โจทก์ทำงานให้จำเลย จำเลยไม่มีอำนาจบังคับบัญชาโจทก์ แต่มีลักษณะว่าโจทก์มีอำนาจบริหารกิจการจำเลยทุกอย่างแล้วแต่โจทก์จะเห็นสมควรเอง แม้จะมีการจ่ายค่าตอบแทนให้โจทก์กับมีหนังสือของ ส. ขอให้โจทก์เข้ามาทำงานให้ก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยดังกล่าวก็มิใช่นายจ้างและลูกจ้างกัน เมื่อโจทก์ไม่ใช่ลูกจ้างจำเลย โจทก์จึงไม่อาจฟ้องเรียกค่าจ้างพร้อมดอกเบี้ยจากจำเลย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีนายสมสวัสดิ์ รอดศัตรู เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน โจทก์เป็นผู้ถือหุ้นคนหนึ่งของจำเลยและเดิมเป็นกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนจำเลย เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2539 จำเลยจ้างโจทก์ทำหน้าที่ประธานกรรมการบริหารของจำเลยมีหน้าที่บริหารงานทั่วไป โดยจำเลยตกลงจ้างโจทก์ในอัตราเดือนละ 80,000 บาท เมื่อหักภาษีและเงินประกันสังคมแล้วเหลือสุทธิ 71,275 บาท โจทก์ทำงานในตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของจำเลยเรื่อยมา แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงโดยไม่จ่ายเงินเดือนให้โจทก์ตั้งแต่เดือนกันยายน 2542 เป็นต้นมา จนสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2544 โจทก์จึงลาออกจากการเป็นประธานกรรมการบริหารของจำเลย จำเลยติดค้างเงินเดือนตามข้อตกลงการจ้างรวมทั้งสิ้น 1,296,000 บาท โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าจ้างที่ค้างและดอกเบี้ยถึงวันฟ้องเป็นเงิน 1,379,160 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงิน 1,296,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ได้เป็นลูกจ้างของจำเลย แต่เป็นผู้ถือหุ้นและเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยคนหนึ่ง เงินจำนวน 80,000 บาท ต่อเดือนไม่ใช่ค่าจ้าง แต่เป็นเงินที่กรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยได้ตกลงแบ่งปันกันเพราะจำเลยมีกำไร กลางปี 2542 จำเลยขาดสภาพคล่องทางการเงิน จึงไม่มีเงินที่จะนำมาแบ่งปันกัน กรรมการของจำเลยก็ตกลงที่จะไม่รับเงินนี้ แต่พนักงานของจำเลยยังได้รับเงินเดือนทุกคน โจทก์ไปตั้งบริษัทเทรนเลสส์ เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด มีโจทก์เป็นกรรมการผู้มีอำนาจและเป็นผู้บริหาร มีรายได้เป็นของตนเอง ส่วนบริษัทจำเลยโจทก์ไม่ได้บริหารงานอีกต่อไป โดยนายสมสวัสดิ์ รอดศัตรู เป็นผู้บริหารจนถึงปัจจุบัน โจทก์ไม่มีเงินเดือนและไม่มีการจ้างงานกันจริง เรื่องการนำส่งเงินภาษีที่หัก ณ ที่จ่าย และเงินประกันสังคมเป็นเรื่องของฝ่ายบัญชีที่ทำขึ้นและเป็นการภายใน โจทก์รู้และทราบดีว่าไม่มีการจ่ายเงินเดือนกันจริง ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาจะต้องวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยหรือไม่ ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นผู้ก่อตั้งและเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำเลย นายสมสวัสดิ์ได้ขอให้โจทก์มาช่วยบริหารกิจการให้จำเลยตั้งแต่ปี 2539 โจทก์เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลย โจทก์มีอำนาจบริหารกิจการจำเลยทุกอย่างจนเดือนกุมภาพันธ์ 2544 นายสมสวัสดิ์ได้จดทะเบียนให้โจทก์ออกจากการเป็นกรรมการของบริษัทจำเลยในการบริหารงานแล้วแต่โจทก์จะเห็นสมควรทำอย่างไรก็ได้ ไม่มีกำหนดเวลาทำงานแน่นอน โจทก์ไม่อยู่ใต้ข้อบังคับในการทำงานของจำเลย แต่จำเลยให้ค่าตอบแทนเดือนละ 100,000 บาท โดยมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายและเงินประกันสังคมด้วย

เห็นว่า ลักษณะการทำงานของโจทก์ไม่มีรูปแบบแผนที่แน่นอน ไม่เคร่งครัดเรื่องเวลาทำงานผิดไปจากลักษณะการทำงานของพนักงานอื่นในหน่ายงานของจำเลย การทำงานของโจทก์มีลักษณะเป็นการช่วยเหลือตามคำขอของนายสมสวัสดิ์ มิใช่เป็นการทำงานตามคำสั่งของจำเลย ขณะที่โจทก์ทำงานให้จำเลย จำเลยไม่มีอำนาจบังคับบัญชาโจทก์แต่มีลักษณะว่าโจทก์มีอำนาจบริหารกิจการจำเลยทุกอย่างแล้วแต่โจทก์จะเห็นสมควรเอง แม้จะมีการจ่ายค่าตอบแทนให้โจทก์ กับมีหนังสือของนายสมสวัสดิ์ขอให้โจทก์เข้ามาทำงานให้ตามเอกสารหมาย ล.2 ก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยดังกล่าว จึงมิใช่นายจ้างและลูกจ้างกัน เมื่อโจทก์ไม่ใช่ลูกจ้างจำเลย โจทก์จึงไม่อาจฟ้องเรียกค่าจ้างพร้อมดอกเบี้ยจากจำเลยและไม่จำต้องวินิจฉัยว่าโจทก์ได้รับค่าจ้างตามฟ้องหรือไม่ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สถิตย์ อรรถบลยุคล · อรพินท์ เศรษฐมานิต · ปัญญา สุทธิบดี
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้