Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 628/2494

พ.ศ. 2494 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีก่อนจำเลยฟ้องสามีโจทก์ขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิ์และขับไล่สามีโจทก์และบริวารนอกจากที่พิพาท สามีโจทก์ต่อสู้คดีว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ได้รับมรดกมาในระหว่างที่สามีโจทก์กับโจทก์เป็นสามีภรรยากันแล้ว ซึ่งนับว่าเป็นสินสมรสระหว่างสามีโจทก์กับโจทก์เมื่อศาลพิพากษาขับไล่สามีโจทก์และบริวารออกจากที่พิพาทแล้วโจทก์กลับมาฟ้องจำเลยขอให้แสดงกรรมสิทธิในที่พิพาทว่าเป็นของโจทก์และให้เพิกถอนคำพิพากษาในคดีก่อนนั้นโดยอ้างว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ได้รับมรดกมาในในระหว่างเป็นสามีภรรยากันคือเป็นสินสมรส อย่างที่สามีโจทก์เคยให้การต่อสู้ไว้ในคดีก่อน เช่นนี้ ย่อมเป็นฟ้องซ้ำตามบทบัญญัติ ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 148 จะถือว่าโจทก์เป็นบุคคลภายนอกตามความหมายแห่งมาตรา 145(2) ไม่ได้ ต้องถือว่าโจทก์เป็นบริวารของสามี โจทก์จำเลยโต้เถียงกรรมสิทธิที่ดินกัน จำเลยได้ให้การต่อสู้คดีว่าโจทก์ฟ้องซ้ำด้วย ศาลชั้นต้นวินิจฉัยไม่เป็นฟ้องซ้ำแต่ฟังข้อเท็จจริงว่า เป็นที่ของจำเลย จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์ จำเลยจึงไม่อยู่ที่จะเป็นผู้อุทธรณ์คดี แต่จำเลยกล่าวแก้อุทธรณ์โจทก์ ได้หยิบยกปัญหาข้อนี้ขึ้นกล่าวไว้ในคำแก้อุทธรณ์ด้วย ดังนี้ ย่อมถือได้ว่าจำเลยได้อ้างอิงข้อกฎหมายนี้ให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยด้วยแล้ว ศาลอุทธรณ์จึงมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องอ้างว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์โดยได้รับมรดกแล้วปกครองตลอดมา จำเลยลอบไปประกาศรับมรดกแทนสามีจำเลยแล้วได้ยื่นฟ้องขับไล่นายบ่าย (สามีโจทก์) ออกจากที่พิพาท ศาลได้พิพากษาขับไล่นายบ่ายตามสำนวนคดีดำที่ ๒๗/๒๔๙๒ โจทก์จึงขอให้ศาลแสดงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ และให้เพิกถอนคำพิพากษาในคดีดำที่ ๒๗/๒๔๙๒ เสีย จำเลยต่อสู้กรรมสิทธิ และตัดฟ้องว่าเป็นฟ้องซ้ำกับคดีดำที่ ๒๗/๒๔๙๒

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า ไม่เป็นฟ้องซ้ำ แต่ฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินรายพิพาทเดิมเป็นของนายนิล จำเลยรับมรดกนายนิล จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นฟ้องซ้ำ จึงพิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่าไม่เป็นฟ้องซ้ำ และว่าศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจหยิบยกปัญหาข้อนี้ขึ้นวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ประเด็นข้อฟ้องซ้ำนี้ จำเลยได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้แต่ต้น แม้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าไม่เป็นฟ้องซ้ำ แต่ก็พิพากษาให้จำเลยชนะคดี จำเลยย่อมไม่อยู่ในฐานะที่จะอุทธรณ์คดีแต่ประการใด ถึงดังนั้นเมื่อจำเลยกล่าวแก้อุทธรณ์โจทก์ จำเลยก็ได้หยิบยกปัญหาข้อนี้ขึ้นกล่าวในคำแก้อุทธรณ์ด้วย ถือได้ว่าจำเลยได้อ้างอิงข้อกฎหมายนี้ให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยด้วยแล้ว ศาลอุทธรณ์จึงมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ ส่วนปัญหาเรื่องฟ้องซ้ำหรือไม่นั้น ปรากฎว่าที่พิพาทในคดีนี้เป็นที่ดินแปลงเดียวกับที่ดินในคดีดำที่ ๒๗/๒๔๙๒ ซึ่งจำเลยในคดีนี้ได้ฟ้องนายบ่ายสามีโจทก์ในคดีนี้ ขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิและขับไล่นายบ่ายกับบริวารออกไปจากที่ดินของจำเลย

นายบ่ายสามีโจทก์ต่อสู้ว่า ที่ดินแปลงนี้เป็นของโจทก์อันได้รับมรดกจากนางพิมมารดา ก่อนนางทิมตาย นายบ่ายกับโจทก์และนางทิมได้อยู่ร่วมกันตลอดมาในคดีนี้ โจทก์ก็อ้างว่าที่ดินแปลงนี้เป็นของโจทก์ซึ่งโจทก์กับนาทิมมารดาได้ร่วมกันยึดถือครอบครอง และโจทก์ได้รับมรดกนางทิมต่อมา ทำนองเดียวกับประเด็นข้อต่อสู้ของนายบ่ายซึ่งเป็นจำเลยในคดีก่อน จึงเป็นการเห็นได้ชัดว่าตามข้อกล่าวอ้างของโจทก์และนายบ่ายนั้น ที่พิพาทเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับนายบ่าย ๆ ย่อมมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมกับโจทก์ ตาม ก.ม.สามีย่อมเป็นผู้จัดการสินบริคณห์ด้วยเมื่อนายบ่ายถูกฟ้องในคดีดำที่ ๒๗/๒๔๙๒ โจทก์ก็ทราบ แต่มิได้ยื่นเมื่อเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใดคดีนั้นศาลพิพากษาขับไล่นายบ่ายกับบริวารออกจากที่ดินพิพาท โจทก์อยู่ในฐานะที่เป็นบริวารของนายบ่ายด้วย คดีจึงเข้าบทบัญญัติแห่ง ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๑๔๘ ที่ห้ามมิให้คู่ความนำคดีมารื้อฟ้องกันใหม่ โจทก์ย่อมไม่อยู่ในฐานะบุคคลภายนอกตามมาตรา ๑๔๕(๒) ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิติธรรมประกรณ์ · ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดราชบุรี - นายพูน เฉลยทัศน์
ศาลอุทธรณ์ - นายไชยเจริญ สันตศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1858/2567

คดีก่อนมีประเด็นว่า โจทก์ทั้งเจ็ดมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสิบห้าออกไปจากที่ดินพิพาทและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสิบห้าได้หรือไม่ ซึ่งที่ดินพิพาทในคดีก่อนก็คือที่ดินพิพาทแปลงเดียวกันกับคดีนี้ แม้คดีน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3402/2566

ป.พ.พ. มาตรา 1754 การฟ้องคดีพิพาทเกี่ยวด้วยทรัพย์มรดกระหว่างทายาทด้วยกัน มีอายุความ 1 ปี นับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย หรือนับแต่เมื่อทายาทโดยธรรมได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก แต่ต้องไม่เกิน 10 ปี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3956/2566

การที่โจทก์ฟ้องคดีก่อนแล้วมาฟ้องคดีนี้ แม้จำเลยที่ 2 คดีนี้และจำเลยในคดีก่อนจะเป็นนิติบุคคลแยกจากกัน แต่จำเลยในคดีก่อนและจำเลยที่ 2 คดีนี้ ต่างเป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งจะต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ พ. (จ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4726/2562

การที่โจทก์ได้สิทธิความเป็นเจ้าของรวมในที่ดินในฐานะผู้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินเฉพาะส่วนของจำเลยที่ 10 ตามคำพิพากษาตามยอมในคดีแพ่งที่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 10 โอนที่ดินส่วนของจำเลยที่ 10 แก่โจทก์ ย่อมหมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3390/2562

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองสบคบกันหลอกลวงโจทก์ โดยจำเลยที่ 2 นำที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างมาเสนอขายฝากโจทก์ โจทก์มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ไปทำสัญญาขายฝากในราคา 1,500,000 บาท แต่จำเลยทั้งสองกลับทำสัญญาแล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้