Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 627/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยและผู้เสียหายมีอาชีพขายเนื้อโคกระบือ วันเกิดเหตุผู้เสียหายไม่ได้รับอนุญาตให้ฆ่ากระบือ จำเลยแจ้งตำรวจว่าเนื้อบนเขียงผู้เสียหายเป็นเนื้อกระบือ ให้จับผู้เสียหายถ้าไม่จับจะไปเอาตำรวจที่อื่นมาจับเพื่อให้ผู้เสียหายต้องรับโทษ โดยจำเลยรู้ว่าเนื้อดังกล่าวเป็นเนื้อโคซึ่งผู้เสียหายได้รับอนุญาตให้จำหน่าย เช่นนี้ เป็นที่เข้าใจได้ว่าจำเลยประสงค์จะให้เจ้าพนักงานดำเนินคดีกับผู้เสียหายฐานฆ่ากระบือและจำหน่ายเนื้อกระบือโดยไม่ได้รับอนุญาต การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173 ซึ่งเป็นบทเฉพาะ ประกอบด้วยเหตุฉกรรจ์ตามมาตรา 174 แต่มิได้เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ซึ่งจะต้องลงโทษตามบทหนัก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาต่อเจ้าพนักงานตำรวจผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่า นายสมชายนำเนื้อกระบือที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฆ่ามาจำหน่ายให้จับนายสมชายไปโรงพัก อันเป็นความเท็จ โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่ามิได้มีการกระทำผิดฐานฆ่ากระบือและจำหน่ายเนื้อกระบือโดยมิได้รับอนุญาตเกิดขึ้น และจำเลยมีเจตนาแกล้งให้นายสมชายต้องรับโทษทำให้เจ้าพนักงานตำรวจดังกล่าวและนายสมชายเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172, 173, 174 และนับโทษต่อกับคดีอื่นจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 172, 173, 174 ให้ลงโทษตามมาตรา 172, 174 อันเป็นบทหนักที่สุดตามมาตรา 90 จำคุกจำเลย 6 เดือน

ปรับ 1,500 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามมาตรา 29, 30 โทษจำคุกให้รอไว้ 2 ปีตามมาตรา 56 ที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ คดีดังกล่าวยังมิได้พิพากษา จึงไม่นับโทษต่อจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ข้อความที่จำเลยกล่าวมิใช่เป็นการแจ้งความ และไม่มีข้อความใดยืนยันว่านายสมชายฆ่ากระบือและจำหน่ายเนื้อกระบือโดยไม่รับอนุญาต พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยและนายสมชายผู้เสียหายมีอาชีพขายเนื้อโคกระบือชำแหละอยู่ในตลาดเทศบาลเมืองชัยภูมิ วันเกิดเหตุผู้เสียหายไม่ได้ขออนุญาตฆ่ากระบือ จำเลยมาที่เขียงขายเนื้อของผู้เสียหาย และแจ้งกับสิบตำรวจเอกเหรียญใจความว่า เนื้อบนเขียงของผู้เสียหายเป็นเนื้อกระบือให้จับผู้เสียหาย

ถ้าไม่จับ จะไปเอาตำรวจที่อื่นมาจับ สิบตำรวจเอกเหรียญจึงจับผู้เสียหายพร้อมเนื้อของกลางส่งสถานีตำรวจ เมื่อตรวจพิสูจน์แล้วปรากฏว่าเนื้อของกลางเป็นเนื้อโค จึงวินิจฉัยว่า จำเลยมีอาชีพขายเนื้อโคกระบือชำแหละ การแจ้งของจำเลยจึงเป็นการแจ้งความเท็จโดยรู้อยู่แก่ใจว่าเนื้อของกลางเป็นเนื้อโคที่ผู้เสียหายได้รับอนุญาตแล้วเพื่อให้ผู้เสียหายต้องรับโทษ แม้ตามคำเบิกความของสิบตำรวจเอกเหรียญจะไม่ปรากฏว่าจำเลยแจ้งให้จับผู้เสียหายฐานฆ่ากระบือและจำหน่ายเนื้อกระบือโดยไม่ได้รับอนุญาตเหมือนที่โจทก์บรรยายฟ้อง แต่ก็เป็นที่เข้าใจได้ว่าเมื่อสิบตำรวจเอกเหรียญจับผู้เสียหายตามที่จำเลยแจ้งว่าเนื้อของกลางที่ผู้เสียหายวางขายเป็นเนื้อกระบือ

เจ้าพนักงานก็ต้องดำเนินคดีกับผู้เสียหายฐานฆ่ากระบือและจำหน่ายเนื้อกระบือโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่การกระทำของจำเลยไม่ใช่เรื่องกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามบทหนักที่สุดดังคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น แต่ต้องลงโทษตามบทเฉพาะ ซึ่งคดีนี้ได้แก่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173 เพราะเป็นการแจ้งว่าได้มีการกระทำผิดเกิดขึ้น และประกอบด้วยเหตุฉกรรจ์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 174พิพากษากลับเป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 173 ประกอบด้วยมาตรา 174 ส่วนเรื่องโทษคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถนอม ครูไพศาล · ประสม เภกะสุต · รัตน์ ศรีไกรวิน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12091/2558

ก่อนจับกุมโจทก์ทั้งสองได้มีการจับกุม ช. กับพวกในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ช. ให้การว่าโจทก์ทั้งสองเป็นผู้ใช้จ้างวาน จึงมีการสอบสวน ขยายผลและจับกุมโจทก์ทั้งสองมาลงบันทึกประจำวันไว้ และตามสำเนารายงานป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14588/2558

ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ทั้งสองมีพฤติการณ์ประวิงคดีและคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงให้งดไต่สวนมูลฟ้อง คำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา และในวันเดียวกันศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง ซึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11108/2557

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำละเมิดโดยแจ้งความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับคดีอาญาแก่พนักงานสอบสวนว่า โจทก์กับพวกร่วมกันปลอมเอกสารราชการหนังสือรับรองการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด บ. และใช้เอกสารราชการปลอม อันเป็นความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13537/2553

จำเลยที่ 3 เป็นเจ้าพนักงานตำรวจย่อมมีอำนาจหน้าที่ทำการสืบสวนคดีอาญา เมื่อสืบสวนแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานจนทราบรายละเอียดแห่งความผิดแล้วว่าโจทก์อยู่ในฐานะผู้ต้องสงสัยหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าน้ำม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13536/2553

จำเลยที่ 3 เป็นเจ้าพนักงานตำรวจย่อมมีอำนาจหน้าที่ทำการสืบสวนคดีอาญา เมื่อสืบสวนแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานจนทราบรายละเอียดแห่งความผิดแล้วว่าโจทก์อยู่ในฐานะผู้ต้องสงสัยหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าน้ำม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้