Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 627/2508

พ.ศ. 2508 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำต่อหน้าศาลว่าโจทก์ยอมยกที่ดินให้จำเลยเป็นเจ้าของครอบครองทำกินและเลี้ยงดูโจทก์ถ้าไม่เลี้ยงดูจำเลยยอมคืนที่ดินให้โจทก์นั้นเป็นสัญญาที่ก่อให้เกิดหนี้โดยมีเงื่อนไขและเป็นสัญญาต่างตอบแทนฉะนั้น เมื่อจำเลยนำที่ดินที่ได้รับยกให้ซึ่งโจทก์ปลูกบ้านอยู่ไปขายฝากผู้อื่นจนหลุดเป็นสิทธิแล้วย่อมถือว่าเป็นสภาพการณ์ที่แสดงในตัวว่า จำเลยไม่เลี้ยงดูโจทก์และผิดตามสัญญาดังกล่าว โจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกที่ดินคืนได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ไม่เลี้ยงดูโจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ และได้สมคบกับจำเลยที่ 2 ลอบนำที่ดินของโจทก์ไปขายฝากบุคคลอื่นไว้ เป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์และผิดสัญญาขอให้บังคับจำเลยที่ 1 คืนที่ดินและแบ่งที่นาส่วนของโจทก์ให้โจทก์มิฉะนั้นก็ให้ใช้เงิน 16,000 บาทให้โจทก์จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์ตกลงให้จำเลยที่ 1 ใช้หนี้แทนโจทก์และยอมให้จำเลยที่ 1 ขายที่ส่วนของโจทก์เพื่อเอาใช้หนี้แทน โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกที่ดินหรือให้ใช้ราคาที่ดิน พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาได้พิจารณาข้อความในสัญญาประนีประนอมยอมความแล้วมีข้อระบุว่าโจทก์ยกที่ดินให้จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของครอบครองทำกินและเลี้ยงดูโจทก์

ถ้าไม่เลี้ยงดูโจทก์ จำเลยที่ 1 ยอมคืนที่ดินให้โจทก์เห็นว่าข้อความนี้เป็นสัญญาที่ก่อให้เกิดหนี้โดยมีเงื่อนไขและเป็นสัญญาต่างตอบแทนกัน ผลจึงเป็นว่า จำเลยที่ 1 มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ยกให้นั้นอย่างจำกัด โดยมีหนี้ที่จะต้องคืนให้แก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่เลี้ยงดูโจทก์โดยเหตุนี้เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้นำที่ดินที่ได้รับยกให้ไปขายฝากกับผู้อื่นและหลุดเป็นสิทธิตามสัญญาขายฝากไปแล้ว ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ละเมิดสิทธิของโจทก์ที่โจทก์มีอยู่ในทรัพย์สินที่ทำยอมนั้น ฉะนั้น โจทก์ย่อมนำคดีมาฟ้องจำเลยในคดีนี้ได้การที่จำเลยที่ 1 เอาที่ดินไปขายฝากและหลุดเป็นสิทธิเช่นนี้ถือว่าจำเลยที่ 1 ไม่ให้ที่อยู่ที่อาศัยแก่โจทก์ เป็นสภาพการณ์ที่แสดงในตัวว่าไม่เลี้ยงดูโจทก์และผิดต่อสัญญาประนีประนอมยอมความด้วยอีกประการหนึ่ง ซึ่งโจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกที่ดินคืนได้พิพากษาแก้ ให้จำเลยที่ 1 คืนที่ดินปลูกบ้านและที่นาที่เป็นส่วนของโจทก์ให้แก่โจทก์ แต่ขณะนี้ที่บ้านจำเลยที่ 1 ได้ขายไปแล้วไม่สามารถคืนให้โจทก์ได้ จึงให้จำเลยที่ 1 ใช้เงิน 16,000 บาทให้โจทก์แทน ส่วนที่นาถ้าไม่สามารถตกลงคืนกันได้ ก็ให้ประมูลราคาระหว่างกัน หากประมูลราคาไม่ได้ ก็ให้ขายทอดตลาดแล้วแบ่งเงินให้โจทก์ตามส่วน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยุ้ย อาตมียะนันทน์ · สนิท สุมาวงศ์ · บุศย์ ขันธวิทย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้