Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6264/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้การได้มาซึ่งสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทของจำเลยที่ 1 จะตกอยู่ในบังคับตามเงื่อนไขห้ามโอนตาม พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครอบชีพ พ.ศ. 2511 ก็ตาม แต่จำเลยที่ 1 ก็ได้โอนขายโดยส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาท ให้โจทก์ที่ 1 ก่อนจำเลยที่ 1 จะได้รับอนุญาตจาก อธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ให้ทำกินถึง 3 ปี โจทก์ทั้งสอง ซึ่งได้ยึดถือครอบครองที่ดินพิพาทเพื่อตนตามความเป็นจริง นับแต่ซื้อตลอดมาย่อมมีสิทธิขอให้ปลดเปลื้องการรบกวน การครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1374 ได้เมื่อจำเลยที่ 1 ร่วมกับพวกทำละเมิดเป็นเหตุให้ต้นข้าวที่โจทก์ทั้งสองร่วมกันปลูกไว้ในที่ดินพิพาทต้องเสียหายนับได้ว่าโจทก์ทั้งสองถูกรบกวนสิทธิแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์ที่ 2เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่า 1 แปลง จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์ที่ 2 โดยใช้รถไถนาไถทำลายต้นข้าวที่โจทก์ทั้งสองปลูกไว้เป็นเนื้อที่ประมาณ 9 ไร่ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายจำนวน 53,260 บาทแก่โจทก์ทั้งสองพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จจำเลยทั้งสามให้การและฟ้องแย้งว่า ที่ดินพิพาทเป็นของรัฐที่จัดสรรให้แก่ประชาชนและอยู่ในอำนาจปกครองของนิคมสร้างตนเองตากฟ้า ที่อธิบดีกรมประชาสงเคราะห์อนุญาตให้จำเลยที่ 1ซึ่งเป็นสมาชิกนิคมเป็นผู้เข้าทำประโยชน์ จำเลยที่ 1 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 ทำประโยชน์ในที่ดินตลอดมา

โจทก์ทั้งสองบุกรุกไถนาของจำเลยที่ 1 เสียหาย ขอให้ยกฟ้องและบังคับให้โจทก์ทั้งสองออกจากที่ดินพิพาท ห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไปและให้โจทก์ทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่จำเลยที่ 1 เป็นเงิน 42,000 บาทโจทก์ทั้งสองให้การและแก้ไขคำให้การแก้ฟ้องแย้งว่าที่ดินพิพาทอยู่ในเขตนิคมสร้างตนเองตากฟ้าจริง แต่ไม่สามารถจัดสรรได้เนื่องจากมีราษฎรเข้าทำประโยชน์อยู่ก่อนแล้วจึงให้ราษฎรครอบครองทำประโยชน์เรื่อยมาและสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนมือกันได้ ที่ดินพิพาทเดิมเป็นของนางสมศรี พรมมล ต่อมา นางสมศรีขายให้แก่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ขายและส่งมอบที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ที่ 1 ต่อมา ปี 2536 โจทก์ที่ 1 ยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ที่ 2 แล้วโจทก์ทั้งสองเข้าครอบครองทำประโยชน์จนถึงปัจจุบัน

ขอให้ยกฟ้องแย้งจำเลยทั้งสามขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 13,500 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จากต้นเงินดังกล่าว นับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ ยกฟ้องแย้งจำเลยทั้งสามจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยที่ 1 เพียงว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ซึ่งศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247 ประกอบมาตรา 238 คดีได้ความว่า ที่ดินพิพาทอยู่ในเขตนิคมสร้างตนเองตากฟ้า โจทก์ที่ 2 มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทและโจทก์ทั้งสองร่วมกันครอบครองปลูกข้าวในที่ดินพิพาท จำเลยทั้งสามร่วมกันทำละเมิดเป็นเหตุให้ต้นข้าวที่โจทก์ทั้งสองร่วมกันปลูกไว้ต้องเสียหาย ปัญหาดังกล่าว จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าเดิมจำเลยที่ 1 ขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ที่ 2 (ที่ถูกเป็นโจทก์ที่ 1) แล้วจำเลยที่ 1 เช่าทำนาต่อมานั้น สัญญาซื้อขายและสัญญาเช่าดังกล่าวย่อมเป็นโมฆะเพราะขัดต่อกฎหมาย และไม่อาจถือว่าผู้ครอบครองอยู่มีสิทธิดีกว่าดังเช่นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 เพราะที่ดินพิพาทตกอยู่ในบังคับตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ

พ.ศ. 2511 มาตรา 12 และ 15 ดังนั้น ที่ดินพิพาทยังคงเป็นของจำเลยที่ 1 การที่โจทก์ทั้งสองครอบครองอยู่ ถือว่าเป็นการครอบครองแทนจำเลยที่ 1 จนกว่าจะมีการบอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือซึ่งจะกระทำได้ต่อเมื่อพ้นกำหนดเวลาห้ามโอนแล้ว กรณีเช่นนี้ไม่อยู่ในบังคับต้องฟ้องเพื่อปลดเปลื้องการรบกวนภายใน 1 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1374 ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า แม้การได้มาซึ่งสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทของจำเลยที่ 1จะตกอยู่ในบังคับตามเงื่อนไขห้ามโอนตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 ก็ตาม แต่จำเลยที่ 1ก็ได้โอนขายโดยส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้โจทก์ที่ 1ตั้งแต่ปี 2529 ก่อนจำเลยที่ 1 จะได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ให้ทำกินถึง 3 ปี

โจทก์ทั้งสองซึ่งได้ยึดถือครอบครองที่ดินพิพาทเพื่อตนตามความเป็นจริงนับแต่ซื้อตลอดมาย่อมมีสิทธิขอให้ปลดเปลื้องการรบกวนการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1374 ได้ เมื่อได้ความว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกับพวกทำละเมิดเป็นเหตุให้ต้นข้าวที่โจทก์ทั้งสองร่วมกันปลูกไว้ในที่ดินพิพาทต้องเสียหาย นับได้ว่าโจทก์ทั้งสองถูกรบกวนสิทธิแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2พิพากษามานั้นชอบแล้ว คำพิพากษาศาลฎีกาที่จำเลยที่ 1 อ้างไม่ตรงกับรูปเรื่องในคดีนี้ ฎีกาจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวัตร์ สุขเกษม · จรัญ หัตถกรรม · อรุณ น้าประเสริฐ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้