Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6246/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลและเป็นผู้ครอบครองทรัพย์มรดกเงินจำนวน 216,250 บาทก่อนที่จะแบ่งปันให้ทายาทต้องถือว่า ผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์มรดกนั้นแทนทายาททุกคน โจทก์และจำเลยที่ 1 จึงเป็นเจ้าของทรัพย์มรดกดังกล่าวร่วมกันแล้ว และจำเลยที่ 1ครอบครองทรัพย์มรดกนั้นในฐานะเจ้าของรวม การที่โจทก์มาฟ้องขอแบ่งทรัพย์ดังกล่าวจากจำเลยที่ 1 จึงเป็นการฟ้องขอแบ่งทรัพย์ซึ่งโจทก์เป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1363 โดยไม่มีอายุความมิใช่เป็นการเรียกร้องเอาทรัพย์มรดก จะนำอายุความตามมาตรา 1754 วรรคหนึ่ง มาใช้บังคับไม่ได้ การที่จำเลยที่ 1 รับเงินส่วนแบ่งมรดกไว้ ถือว่าจำเลยที่ 1 รับไว้แทนโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไม่ถือว่ามีการผิดนัดจำเลยที่ 1 ย่อมไม่ต้องรับผิดใช้ดอกเบี้ยให้โจทก์จนกว่ามีการบอกกล่าวทวงถามเงินส่วนแบ่ง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นพี่น้องร่วมมารดาเดียวกัน มารดาของโจทก์เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกับนางสมใจ ประพัธน์สงคราม มารดาของโจทก์ถึงแก่กรรมแล้วต่อมาวันที่ 14 มีนาคม 2533 นางสมใจถึงแก่กรรม มีทายาทที่มีสิทธิรับมรดกคือ พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันที่ยังมีชีวิตอยู่กับทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกแทนที่พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันที่ถึงแก่กรรมไปก่อน โจทก์และจำเลยที่ 1 เป็นผู้มีสิทธิรับมรดกของนางสมใจแทนที่มารดาของโจทก์คนละครึ่ง ศาลแพ่งธนบุรีมีคำสั่งตั้งจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นผู้จัดการมรดกนางสมใจต่อมาวันที่ 18 กรกฎาคม 2533 จำเลยที่ 2 และที่ 3 จัดการแบ่งปันทรัพย์มรดกที่เป็นเงินในธนาคารกรุงศรีอยุธยา

จำกัด และธนาคารกรุงเทพ จำกัด ของนางสมใจจำนวน 1,730,000 บาทให้โจทก์และจำเลยที่ 1 ซึ่งจะได้เงินคนละ 108,125 บาทแต่จำเลยที่ 2 และที่ 3 กลับซื้อแคชเชียร์เช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยาสาขาบางแค จำนวนเงิน 216,250 บาท สั่งจ่ายให้จำเลยที่ 1ผู้เดียวโดยมิชอบและประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเพราะจำเลยที่ 1เรียกเก็บเงินตามเช็คแล้วไม่นำเงินมรดกจำนวน 108,125 บาทแบ่งให้โจทก์ ต่อมาโจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสองส่งมอบทรัพย์มรดกดังกล่าวแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 เพิกเฉย จำเลยที่ 2 และที่ 3อ้างว่าแบ่งปันให้โจทก์แล้ว ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันและแทนกันใช้หรือส่งมอบเงินมรดกจำนวน 108,125 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำนวน 8,028.28 บาท รวมเป็นเงิน 116,153.28 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 108,125 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การว่า

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 เกิน 1 ปีนับแต่วันที่เจ้ามรดกถึงแก่กรรม คดีโจทก์จึงขาดอายุความขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การว่า มารดาของโจทก์และจำเลยที่ 1เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 และเจ้ามรดกโจทก์และจำเลยที่ 1 ต่างเป็นบุตรของนางวารีมีสิทธิรับมรดกแทนที่นางวารี จำเลยที่ 2 และที่ 3 จัดการแบ่งปันทรัพย์มรดกของนางสมใจโดยชอบด้วยความตกลงระหว่างทายาทและผู้จัดการมรดกจึงสั่งจ่ายเช็คชื่อตัวแทนของทายาทแต่ละสายเพื่อแบ่งกันเองความเสียหายของโจทก์เกิดจากการกระทำของจำเลยที่ 1 โจทก์ชอบที่จะเรียกร้องทรัพย์มรดกจากจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 และที่ 3จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 108,125 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่าโจทก์เป็นบุตรของนางวารีและมีสิทธิรับมรดกแทนที่นางวารีเช่นเดียวกับจำเลยที่ 1 วันที่ 18 กรกฎาคม 2533 จำเลยที่ 2และที่ 3 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของนางสมใจ ได้แบ่งทรัพย์มรดกของนางสมใจให้แก่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้มีสิทธิรับมรดกแทนที่นางวารีเป็นเงิน 216,250 บาท ต่อมาเดือนตุลาคม 2533โจทก์ขอให้จำเลยที่ 1 แบ่งทรัพย์สินดังกล่าวแก่โจทก์ครึ่งหนึ่งจำเลยที่ 1 ไม่ยินยอมมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ในปัญหาข้อกฎหมายเพียงว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ จำเลยที่ 1ฎีกาว่า คดีนี้เป็นคดีมรดก

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 เกิน 1 ปี นับแต่เจ้ามรดกถึงแก่กรรม จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1754 วรรคหนึ่ง นั้น เห็นว่า คดีนี้มีการตั้งจำเลยที่ 2และที่ 3 เป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล และเป็นผู้ครอบครองทรัพย์มรดกเงินจำนวน 216,250 บาท ก่อนที่จะแบ่งปันให้ทายาทต้องถือว่า ผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์มรดกนั้นแทนทายาททุกคนโจทก์และจำเลยที่ 1 จึงเป็นเจ้าของทรัพย์มรดกดังกล่าวร่วมกันแล้วและจำเลยที่ 1 ครอบครองทรัพย์มรดกนั้นในฐานะเจ้าของรวมการที่โจทก์มาฟ้องขอแบ่งทรัพย์ดังกล่าวจากจำเลยที่ 1 จึงเป็นการฟ้องขอแบ่งทรัพย์ซึ่งโจทก์เป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1363 โดยไม่มีอายุความหาใช่เป็นการเรียกร้องเอาทรัพย์มรดกไม่

จำเลยที่ 1 จะนำอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 154 วรรคหนึ่งมาใช้บังคับไม่ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยที่ 1ฟังไม่ขึ้นอนึ่ง ตามคำร้องและคำแก้ฎีกาของโจทก์ที่ขอให้ศาลฎีกาแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้น ในส่วนที่ให้คิดดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2534 ซึ่งเป็นวันฟ้องเป็นให้นับตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2533 ซึ่งเป็นวันที่จำเลยที่ 1 รับเงินไว้เพื่อให้ตรงกับคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า การที่จำเลยที่ 1 รับเงินส่วนแบ่งมรดกไว้ ถือว่าจำเลยที่ 1 รับไว้แทนโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย ไม่ถือว่ามีการผิดนัด จำเลยที่ 1ย่อมไม่ต้องรับผิดใช้ดอกเบี้ยให้โจทก์จนกว่ามีการบอกกล่าวทวงถามเงินส่วนแบ่ง ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยให้จำเลยที่ 1 ใช้ดอกเบี้ยในจำนวนเงินส่วนแบ่งนับแต่วันที่จำเลยที่ 1 รับเงินไว้ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 วรรคหนึ่งศาลฎีกาจึงไม่อาจแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนนี้ให้ตามที่โจทก์ขอได้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพฑูรย์ แสงจันทร์เทศ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · ธวัชชัย พิทักษ์ผล
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้