Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6243/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ก่อนที่ผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้จำเลยถูกพนักงานอัยการฟ้องต่อศาลแขวง ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 และพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4),157ซึ่งเป็นการกระทำผิดกรรมเดียวกันกับการกระทำผิดที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ และศาลแขวงได้มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยตามคำฟ้องแล้วถือได้ว่ามีคำพิพากษาวินิจฉัยเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องในกรรมที่ได้ก่อให้เกิดความผิดนั้นแล้ว มิใช่หมายถึงฐานความผิดสิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ในคดีนี้ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 จึงระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2542 เวลากลางคืนก่อนเที่ยงจำเลยขับรถยนต์รับจ้างส่งผู้โดยสาร (รถแท็กซี่) หมายเลขทะเบียน 1 ม - 1517 กรุงเทพมหานคร ไปตามถนนวิภาวดีรังสิตขาออกมุ่งหน้าไปทางท่าอากาศยานกรุงเทพมีโจทก์เป็นผู้โดยสารนั่งอยู่เบาะด้านหลัง เมื่อถึงบริเวณตรงข้ามท่าอากาศยานกรุงเทพ จำเลยขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูงและเปลี่ยนช่องเดินรถไปทางขวามือ ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง เมื่อจำเลยเห็นว่ามีรถแล่นมาในระยะกระชั้นชิดจึงบังคับรถให้มาอยู่ในช่องทางเดิมซึ่งมีเสาตอม่อขนาดใหญ่ขวางอยู่ เป็นเหตุให้รถที่จำเลยขับชนกับเสาตอม่อศีรษะและลำตัวของโจทก์กระแทกกับห้องโดยสารภายในรถได้รับบาดเจ็บจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน

โจทก์ได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้แล้วแต่พนักงานสอบสวนสรุปเรื่องส่งพนักงานอัยการฟ้องจำเลยในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริงขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39(4) พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังยุติว่า เมื่อวันที่ 6 มีนาคม2542 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยขับรถยนต์รับจ้างส่วนบุคคลด้วยความประมาทชนเสาตอม่อซึ่งกำลังก่อสร้างกลางถนนบริเวณตรงข้ามท่าอากาศยานกรุงเทพเป็นเหตุให้โจทก์ซึ่งโดยสารมากับรถของจำเลยได้รับอันตรายสาหัส

โจทก์แจ้งความร้องทุกข์แล้วต่อมาพนักงานอัยการประจำศาลแขวงพระนครเหนือ สำนักงานอัยการสูงสุดฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงพระนครเหนือ ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 และพระราชบัญญัติการจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4), 157

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแขวงพระนครเหนือมีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง คดีถึงที่สุด ตามเอกสารหมาย จ.18 โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) หรือไม่พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ก่อนที่โจทก์จะฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้จำเลยถูกพนักงานอัยการประจำศาลแขวงพระนครเหนือฟ้องต่อศาลแขวงพระนครเหนือ ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 และพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4), 157ซึ่งการกระทำของจำเลยตามที่ถูกฟ้องดังกล่าวเป็นการกระทำผิดกรรมเดียวกันกับการกระทำผิดที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ และศาลแขวงพระนครเหนือได้มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยตามคำฟ้องของพนักงานอัยการโจทก์แล้ว

ถือได้ว่ามีการพิพากษาคำฟ้องของโจทก์(พนักงานอัยการ) และมีคำพิพากษาวินิจฉัยเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องในกรรมที่ได้ก่อให้เกิดความผิดนั้น มิใช่หมายถึงฐานความผิดดังความเข้าใจของโจทก์ เมื่อจำเลยในคดีก่อนและคดีนี้เป็นบุคคลคนเดียวกัน สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ในคดีนี้ จึงระงับไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39(4) คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัธยา ดิษยบุตร · ปรีดี รุ่งวิสัย · สมศักดิ์ เนตรมัย
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้