Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6241/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทฯ มาตรา 4บัญญัตินิยามคำว่า "ขาย" ให้หมายความรวมถึงการมีไว้เพื่อขายด้วย การขายหรือมีไว้เพื่อขายในวาระเดียวกันตามพระราชบัญญัติดังกล่าวจึงเป็นความผิดอย่างเดียวกัน แม้ความผิดฐานมีวัตถุออกฤทธิ์ไว้ในครอบครองเพื่อขายอันเป็นความผิดตามมาตรา 62 วรรคหนึ่ง,106 วรรคหนึ่งส่วนการขายเป็นความผิดตามมาตรา 13 วรรคหนึ่ง,89 ก็ตาม ก็หาทำให้ความผิดดังกล่าวกลับเป็นความผิดต่างกรรมกันไม่ ดังนั้น ผู้ที่มีวัตถุออกฤทธิ์เอ็มดีอีไว้เพื่อขายแล้วขายไปบางส่วนจึงคงมีความผิดฐานขายเพียงสถานเดียว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันกล่าวคือ จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อขายซึ่งเอ็มดีอี อันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 จำนวน 21 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์หนัก 1.716 กรัมอันเป็นจำนวนเกินปริมาณที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดไว้ โดยไม่ได้รับอนุญาต และจำเลยขายเอ็มดีอีดังกล่าว 1 เม็ดไม่ปรากฏน้ำหนักให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยได้พร้อมเอ็มดีอี 21 เม็ด และธนบัตรฉบับละ 500 บาท1 ฉบับ ฉบับละ 100 บาท 1 ฉบับ เป็นของกลาง เอ็มดีอีของกลางหมดไปในการตรวจวิเคราะห์ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4, 6, 13, 62, 89, 106 ทวิจำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่ามีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทไว้ในครอบครองเพื่อเสพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 วรรคหนึ่ง,89, 106 ทวิ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานมีเอ็มดีอีไว้ในครอบครองเพื่อขาย ลงโทษจำคุก 5 ปีฐานขายเอ็มดีอี ลงโทษจำคุก 5 ปี รวมลงโทษจำคุก 10 ปี

จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษจำคุก 6 ปี 8 เดือนจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานขายวัตถุที่ออกฤทธิ์ชนิดเอ็มดีอีตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 วรรคหนึ่ง, 89 เพียงกระทงเดียวลงโทษจำคุก 5 ปี

จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษจำคุก 3 ปี 4 เดือนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาเฉพาะข้อกฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมหรือไม่ การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนว่า สายลับไปล่อซื้อวัตถุออกฤทธิ์เอ็มดีอี 1 เม็ด ราคา 600 บาทจากจำเลยที่ห้องพัก จำเลยนำวัตถุออกฤทธิ์เอ็มดีอี 1 เม็ด มาขายให้แก่สายลับที่หน้าประตูห้อง เจ้าพนักงานตำรวจจึงเข้าจับกุมจำเลยได้พร้อมวัตถุออกฤทธิ์เอ็มดีอีอีก 20 เม็ด ในกระเป๋ากางเกงของจำเลย เห็นว่าตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท

พ.ศ. 2518 มาตรา 4 บัญญัตินิยามคำว่า "ขาย" ให้หมายความรวมถึงการมีไว้เพื่อขายด้วย การขายหรือมีไว้เพื่อขายในวาระเดียวกันตามพระราชบัญญัติดังกล่าวจึงเป็นความผิดอย่างเดียวกัน ผู้ที่มีวัตถุออกฤทธิ์เอ็มดีอีไว้เพื่อขายแล้วขายไปบางส่วนยังคงมีความผิดฐานขายเพียงสถานเดียว แม้ความผิดฐานมีวัตถุออกฤทธิ์ไว้ในครอบครองเพื่อขายอันเป็นความผิดตามมาตรา 62 วรรคหนึ่ง, 106 วรรคหนึ่ง ส่วนการขายเป็นความผิดตามมาตรา 13 วรรคหนึ่ง, 89 ก็ตาม ก็หาทำให้ความผิดดังกล่าวกลับเป็นความผิดต่างกรรมกันดังที่โจทก์ฎีกาไม่ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น แต่เมื่อได้ความว่า เอ็มดีอีของกลางคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 1.716 กรัมการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานมีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1ไว้ในครอบครองเกินปริมาณ ตามมาตรา 106 ทวิ อีกมาตราหนึ่งต่างหากจากฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อขายและฐานขาย การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 มิได้ปรับบทว่าจำเลยมีความผิดตามมาตราดังกล่าวด้วยจึงเป็นการไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียใหม่ให้ถูกต้อง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 วรรคหนึ่ง,62 วรรคหนึ่ง, 89, 106 ทวิ การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ซึ่งแต่ละบทมีระวางโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานขายวัตถุออกฤทธิ์เอ็มดีอีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพันธ์ ทรัพย์แสง · พันธาวุธ ปาณิกบุตร · ดลจรัส รัตนโศภิต
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้