คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2238/2531นางศิวาพร มัณฑุกานนท์โจทก์นางประทุมวรรณ อุดมสุวรรณกุลจำเลยนางศิวาพร มัณฑุกานนท์ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 220, ม. 224ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่ากรณีเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกา ไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์เห็นว่า ฎีกาโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329(3)และศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ตามมาตรา 329(2) จึงเป็นการวินิจฉัยโดยอาศัยข้อกฎหมายที่แตกต่างกัน และการกระทำของจำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองทั้งไม่ต้องตามมาตรา 329(2)(3) แต่การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรา 326,328 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 48)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,328ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยกระทำโดยสุจริตติชมด้วยความเป็นธรรม อันเป็นวิสัยของประชาชนที่อยู่ในฐานะเช่นจำเลยย่อมกระทำได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329(3) ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท คดีโจทก์ไม่มีมูล
ผลคำพิพากษา
พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 43)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 46)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว โจทก์ฎีกาว่า จำเลยมีเจตนาที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ หาใช่กล่าวโดยสุจริตหรือแสดงความเห็นโดยสุจริตเพื่อความเป็นธรรมป้องกันส่วนได้เสียของจำเลย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท เช่นนี้เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เพราะโต้แย้งข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์รับฟังมา ฎีกาของโจทก์หาใช่ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายดังที่โจทก์กล่าวอ้างไม่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง