Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 62189)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยขอฎีกาอย่างคนอนาถาเนื่องจากจำเลยเป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ อีกทั้งคดีของจำเลยมีเหตุสมควรที่จะฎีกาและมีทางชนะคดีในชั้นฎีกา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาจำนวน 40,000บาทค่าธรรมเนียมนอกจากนี้ยกเว้น ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียม ดังกล่าวมาชำระภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำเลยเห็นว่า นายผินมณฑาทิพย์ ตัวจำเลยเดิมซึ่งถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นคนยากจนมีอาชีพทำนาในที่พิพาทเพียงอย่างเดียว ไม่มีทรัพย์สินอื่นใดนอกจากที่พิพาท ส่วนตัวผู้รับมรดกความแทนที่จำเลยมีอาชีพเป็นกรรมกรรับจ้างทั่วไป มีรายได้เพียงวันละ 80 บาทบางวันก็ว่างงานและไม่มีรายได้ประจำอื่นใดอีกเลย ทั้งยังมีภาระต้องเลี้ยงดูมารดาและภรรยาซึ่งไม่มีอาชีพกับบุตรซึ่งอยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียน ประกอบกับไม่มีทรัพย์สินอื่นใดและไม่มีญาติพี่น้องที่จะหยิบยืมเงินมาเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ ส่วนเงินจำนวน40,000 บาท ที่ผู้รับมรดกความแทนที่จำเลยได้มาจากการให้เช่าที่พิพาทบางส่วนนั้น ได้ใช้จ่ายชำระหนี้ของจำเลยที่ค้างชำระและที่ยังมีชีวิตอยู่จำนวน 30,000 บาทเศษ และชำระหนี้ค่าทำศพจำเลยผู้วายชนม์อีก 10,000 บาทเศษ จึงไม่มีเงินเหลืออยู่เลยการให้เช่าที่พิพาทดังกล่าวก็เป็นการเช่าเหมากันเป็นเวลาหนึ่งปีครึ่งไม่มีค่าเช่าเป็นรายเดือนแต่อย่างใด โปรดมีคำสั่งอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาเต็มจำนวนแก่จำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 272)ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งห้าอุทธรณ์ ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์จำเลยถึงแก่กรรม นายวิเชียรมณฑาทิพย์ บุตรของจำเลย ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่จำเลยผู้มรณะ ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วส่งสำนวนให้ศาลอุทธรณ์สั่ง ศาลอุทธรณ์สั่งในคำพิพากษาอนุญาตให้นายวิเชียร มณฑาทิพย์เข้าเป็นคู่ความแทนที่จำเลยได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่11904/2535 ที่สั่งว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยนั้นไม่มีผลผูกพันโจทก์ทั้งห้า ให้จำเลยรื้อถอนบ้านออกไปจากที่พิพาทห้ามมิให้จำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องในที่พิพาทอีกต่อไปจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาบางส่วน และอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมบางส่วนดังกล่าว (อันดับ 242,241,267)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 270)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้จำเลยมีหน้าที่ต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาถึง 200,000 บาท ศาลชั้นต้นให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาเพียง 40,000 บาท นับว่าเป็นคุณแก่จำเลยมากแล้วตามทางไต่สวนน่าเชื่อว่า ผู้ร้องมีความสามารถพอที่จะหาค่าขึ้นศาลจำนวน 40,000 บาท มาชำระได้ จึงไม่มีเหตุที่จะยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาให้จำเลยทั้งหมดตามขอ ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2190/2531นายพรกิจ ลืมทรง กับพวกโจทก์นายผิน มณฑาทิพย์จำเลยนายวิเชียร มณฑาทิพย์ ผู้รับมรดกความแทนที่จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 155, ม. 156ความว่า จำเลยขอฎีกาอย่างคนอนาถาเนื่องจากจำเลยเป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ อีกทั้งคดีของจำเลยมีเหตุสมควรที่จะฎีกาและมีทางชนะคดีในชั้นฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาจำนวน 40,000บาทค่าธรรมเนียมนอกจากนี้ยกเว้น ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียม ดังกล่าวมาชำระภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำเลยเห็นว่า นายผินมณฑาทิพย์ ตัวจำเลยเดิมซึ่งถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นคนยากจนมีอาชีพทำนาในที่พิพาทเพียงอย่างเดียว ไม่มีทรัพย์สินอื่นใดนอกจากที่พิพาท ส่วนตัวผู้รับมรดกความแทนที่จำเลยมีอาชีพเป็นกรรมกรรับจ้างทั่วไป มีรายได้เพียงวันละ 80 บาทบางวันก็ว่างงานและไม่มีรายได้ประจำอื่นใดอีกเลย ทั้งยังมีภาระต้องเลี้ยงดูมารดาและภรรยาซึ่งไม่มีอาชีพกับบุตรซึ่งอยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียน ประกอบกับไม่มีทรัพย์สินอื่นใดและไม่มีญาติพี่น้องที่จะหยิบยืมเงินมาเสียค่าธรรมเนียมศาลได้

ส่วนเงินจำนวน40,000 บาท ที่ผู้รับมรดกความแทนที่จำเลยได้มาจากการให้เช่าที่พิพาทบางส่วนนั้น ได้ใช้จ่ายชำระหนี้ของจำเลยที่ค้างชำระและที่ยังมีชีวิตอยู่จำนวน 30,000 บาทเศษ และชำระหนี้ค่าทำศพจำเลยผู้วายชนม์อีก 10,000 บาทเศษ จึงไม่มีเงินเหลืออยู่เลยการให้เช่าที่พิพาทดังกล่าวก็เป็นการเช่าเหมากันเป็นเวลาหนึ่งปีครึ่งไม่มีค่าเช่าเป็นรายเดือนแต่อย่างใด โปรดมีคำสั่งอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาเต็มจำนวนแก่จำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 272)

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งห้าอุทธรณ์ ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์จำเลยถึงแก่กรรม นายวิเชียรมณฑาทิพย์ บุตรของจำเลย ร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่จำเลยผู้มรณะ

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วส่งสำนวนให้ศาลอุทธรณ์สั่ง

ศาลอุทธรณ์สั่งในคำพิพากษาอนุญาตให้นายวิเชียร มณฑาทิพย์เข้าเป็นคู่ความแทนที่จำเลยได้

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่11904/2535 ที่สั่งว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยนั้นไม่มีผลผูกพันโจทก์ทั้งห้า ให้จำเลยรื้อถอนบ้านออกไปจากที่พิพาทห้ามมิให้จำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องในที่พิพาทอีกต่อไปจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาบางส่วน และอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมบางส่วนดังกล่าว (อันดับ 242,241,267)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 270)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้จำเลยมีหน้าที่ต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาถึง 200,000 บาท ศาลชั้นต้นให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาเพียง 40,000 บาท นับว่าเป็นคุณแก่จำเลยมากแล้วตามทางไต่สวนน่าเชื่อว่า ผู้ร้องมีความสามารถพอที่จะหาค่าขึ้นศาลจำนวน 40,000 บาท มาชำระได้ จึงไม่มีเหตุที่จะยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาให้จำเลยทั้งหมดตามขอ ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ศักดา โมกขมรรคกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้