Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 62006)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์อุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขออนุญาตอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลแรงงานกลางสั่งอุทธรณ์ว่า อุทธรณ์ของโจทก์ข้อ 2.1,2.2,2.3 และ 2.4 โต้แย้งคัดค้านดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐานของศาล เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54 ส่วนข้อ 2.5 นั้นไม่มีลักษณะเป็นอุทธรณ์หรือไม่ได้โต้แย้งคัดค้านคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาล ไม่รับอุทธรณ์ และสั่งคำร้องว่าตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 หมวดอุทธรณ์บัญญัติให้คู่ความอุทธรณ์ได้เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมาย ไม่มีบทบัญญัติให้คู่ความขอให้รับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่อาจรับรองได้ ยกคำร้องโจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ข้อ 2.1 ถึงข้อ 2.4 โต้แย้งว่าศาลไม่รับฟังพยานของโจทก์เพื่อหักล้างพยานจำเลยให้เห็นว่าพยานจำเลยไม่น่าเชื่อถือ จึงเป็นการรับฟังพยานหลักฐานที่ขัดต่อกฎหมายวิธีพิจารณาความ อันเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โดยเฉพาะอุทธรณ์ข้อ 2.3 มีปัญหาว่าโจทก์ขาดงานเกิน 7 วัน โดยมีเหตุสมควรหรือไม่และข้อ 2.4 มีปัญหาว่าการสอบสวนลงโทษโจทก์ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบหรือไม่ ส่วนอุทธรณ์ข้อ 2.5 นั้นก็เป็นเรื่องคัดค้านการตัดพยานโจทก์ ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายเช่นกัน สำหรับการขออนุญาตอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงนั้น เห็นว่า มาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับได้โดยอนุโลม โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 66)โจทก์ฟ้องขอให้ศาลยกเลิกคำสั่งที่ 679/2528 ให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งเดิม อัตราค่าจ้างเดิม และสภาพการจ้างเดิม โดยนับอายุงานต่อ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ในระหว่างไม่ได้ทำงานเป็นเงินเดือนละ 2,860 บาท พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันเลิกจ้างถึงวันฟ้องรวมเป็นเงินทั้งสิ้น107,878.60 บาทกับดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 97,240 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย เดือนละ 2,860 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะรับโจทก์กลับเข้าทำงานพร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจนกว่าจะชำระเสร็จศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขออนุญาตอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ และให้ยกคำร้องดังกล่าว (อันดับ 61,62)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 63)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว อุทธรณ์ข้อ 2.1 ได้อ้างอิงคำเบิกความของพยานโจทก์จำเลยและอ้างถึงพยานเอกสารว่าไม่น่าเชื่อแล้วขอให้ฟังว่าโจทก์มิได้ลักทรัพย์ของจำเลย เป็นเรื่องโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางที่ฟังว่าโจทก์ลักทรัพย์ของจำเลย อุทธรณ์ข้อ 2.2อ้างว่าจากพยานหลักฐานต้องฟังว่าโจทก์มิได้ขาดงานหรือละทิ้งหน้าที่อุทธรณ์ข้อ 2.3 อ้างว่าโจทก์ป่วยตามใบรับรองแพทย์ หลังจากเดือนเมษายน 2528 โจทก์ไปทำงานตามปกติแต่มีการกลั่นแกล้งมิให้โจทก์ลงชื่อในสมุดเวลาทำงานกับนายสุเทพไม่ให้โจทก์ทำงานเป็นเรื่องโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางที่ฟังว่า โจทก์ไม่ไปทำงานอันเป็นการขาดงานหรือละทิ้งหน้าที่ กับอุทธรณ์ข้อ 2.5 ที่ว่าศาลแรงงานกลางมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์เป็นการไม่ชอบเป็นเรื่องโต้แย้งดุลพินิจของศาลแรงงานกลาง อุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวล้วนแล้วแต่เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงทั้งสิ้น สำหรับอุทธรณ์ข้อ 2.4 ที่อ้างว่า กรรมการสอบสวนของจำเลยไม่ให้ความเป็นธรรมต่อโจทก์ การสอบสวนจึงไม่ชอบ และคำสั่งไล่โจทก์ออกจากงานน่าจะมีคนกลั่นแกล้งโดยแก้ไขคำสั่งให้ออกตามมติของคณะกรรมการสอบสวนเป็นให้ไล่ออกนั้น เป็นข้อที่โจทก์มิได้กล่าวไว้ในคำฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้จึงเป็นเรื่องนอกประเด็น ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ชอบแล้ว ส่วนที่โจทก์อุทธรณ์คำสั่งของศาลแรงงานกลางที่ไม่รับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงนั้นพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54 บัญญัติไว้ชัดแจ้งว่า คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลแรงงานให้อุทธรณ์ได้เฉพาะข้อกฎหมายไปยังศาลฎีกา กรณีจึงไม่อาจรับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงเพื่อไปสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาได้ที่ศาลแรงงานกลางไม่รับรองให้โจทก์อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงจึงชอบแล้วให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1780/2531นายพรหมาสตร์หรือพลรบ อาษากิจโจทก์การประปาส่วนภูมิภาคจำเลยนายพรหมาสตร์หรือพลรบ อาษากิจ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 230 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขออนุญาตอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลแรงงานกลางสั่งอุทธรณ์ว่า อุทธรณ์ของโจทก์ข้อ 2.1,2.2,2.3 และ 2.4 โต้แย้งคัดค้านดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐานของศาล เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54 ส่วนข้อ 2.5 นั้นไม่มีลักษณะเป็นอุทธรณ์หรือไม่ได้โต้แย้งคัดค้านคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาล ไม่รับอุทธรณ์ และสั่งคำร้องว่าตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 หมวดอุทธรณ์บัญญัติให้คู่ความอุทธรณ์ได้เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมาย ไม่มีบทบัญญัติให้คู่ความขอให้รับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่อาจรับรองได้

ยกคำร้องโจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ข้อ 2.1 ถึงข้อ 2.4 โต้แย้งว่าศาลไม่รับฟังพยานของโจทก์เพื่อหักล้างพยานจำเลยให้เห็นว่าพยานจำเลยไม่น่าเชื่อถือ จึงเป็นการรับฟังพยานหลักฐานที่ขัดต่อกฎหมายวิธีพิจารณาความ อันเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โดยเฉพาะอุทธรณ์ข้อ 2.3 มีปัญหาว่าโจทก์ขาดงานเกิน 7 วัน โดยมีเหตุสมควรหรือไม่และข้อ 2.4 มีปัญหาว่าการสอบสวนลงโทษโจทก์ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบหรือไม่ ส่วนอุทธรณ์ข้อ 2.5 นั้นก็เป็นเรื่องคัดค้านการตัดพยานโจทก์ ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายเช่นกัน สำหรับการขออนุญาตอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงนั้น เห็นว่า มาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับได้โดยอนุโลม

โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 66)โจทก์ฟ้องขอให้ศาลยกเลิกคำสั่งที่ 679/2528 ให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งเดิม อัตราค่าจ้างเดิม และสภาพการจ้างเดิม โดยนับอายุงานต่อ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ในระหว่างไม่ได้ทำงานเป็นเงินเดือนละ 2,860 บาท พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันเลิกจ้างถึงวันฟ้องรวมเป็นเงินทั้งสิ้น107,878.60 บาทกับดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 97,240 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย เดือนละ 2,860 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะรับโจทก์กลับเข้าทำงานพร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจนกว่าจะชำระเสร็จศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขออนุญาตอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ และให้ยกคำร้องดังกล่าว (อันดับ 61,62)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 63)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว อุทธรณ์ข้อ 2.1 ได้อ้างอิงคำเบิกความของพยานโจทก์จำเลยและอ้างถึงพยานเอกสารว่าไม่น่าเชื่อแล้วขอให้ฟังว่าโจทก์มิได้ลักทรัพย์ของจำเลย เป็นเรื่องโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางที่ฟังว่าโจทก์ลักทรัพย์ของจำเลย อุทธรณ์ข้อ 2.2อ้างว่าจากพยานหลักฐานต้องฟังว่าโจทก์มิได้ขาดงานหรือละทิ้งหน้าที่อุทธรณ์ข้อ 2.3 อ้างว่าโจทก์ป่วยตามใบรับรองแพทย์ หลังจากเดือนเมษายน 2528 โจทก์ไปทำงานตามปกติแต่มีการกลั่นแกล้งมิให้โจทก์ลงชื่อในสมุดเวลาทำงานกับนายสุเทพไม่ให้โจทก์ทำงานเป็นเรื่องโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางที่ฟังว่า

โจทก์ไม่ไปทำงานอันเป็นการขาดงานหรือละทิ้งหน้าที่ กับอุทธรณ์ข้อ 2.5 ที่ว่าศาลแรงงานกลางมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์เป็นการไม่ชอบเป็นเรื่องโต้แย้งดุลพินิจของศาลแรงงานกลาง อุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวล้วนแล้วแต่เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงทั้งสิ้น สำหรับอุทธรณ์ข้อ 2.4 ที่อ้างว่า กรรมการสอบสวนของจำเลยไม่ให้ความเป็นธรรมต่อโจทก์ การสอบสวนจึงไม่ชอบ และคำสั่งไล่โจทก์ออกจากงานน่าจะมีคนกลั่นแกล้งโดยแก้ไขคำสั่งให้ออกตามมติของคณะกรรมการสอบสวนเป็นให้ไล่ออกนั้น เป็นข้อที่โจทก์มิได้กล่าวไว้ในคำฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้จึงเป็นเรื่องนอกประเด็น ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ชอบแล้ว ส่วนที่โจทก์อุทธรณ์คำสั่งของศาลแรงงานกลางที่ไม่รับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงนั้นพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

พ.ศ. 2522มาตรา 54 บัญญัติไว้ชัดแจ้งว่า คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลแรงงานให้อุทธรณ์ได้เฉพาะข้อกฎหมายไปยังศาลฎีกา กรณีจึงไม่อาจรับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงเพื่อไปสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาได้ที่ศาลแรงงานกลางไม่รับรองให้โจทก์อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงจึงชอบแล้วให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มาโนช เพียรสนอง · สุพจน์ นาถะพินธุ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้