Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 620/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เงินค่าก่อสร้างที่จำเลยลูกหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิเบิกตามงวดจากกรมทางหลวงแผ่นดิน เป็นเพียงสิทธิเรียกร้องที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะขอให้อายัดไว้ ฉะนั้น เจ้าหนี้ผู้ขอเฉลี่ยทรัพย์ต้องยื่นคำขอภายในบังคับตามมาตรา 290 วรรคสี่ มิใช่กรณียึดเงินซึ่งเจ้าหนี้จะอ้างว่ายังอยู่ภายในกำหนดเวลาตามมาตรา 290 วรรคห้า โดยนับแต่วันที่กรมทางหลวงส่งเงินมาให้กองบังคับคดีแพ่งดังที่อ้าง

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ สืบเนื่องมาจากศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินตามเช็คให้โจทก์เป็นเงิน 70,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย ครบกำหนดเวลาตามคำบังคับ จำเลยไม่ใช้ โจทก์ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดียึดอายัดทรัพย์สินของจำเลยลูกหนี้ตามคำพิพากษา ต่อมาโจทก์แถลงต่อกองบังคับคดีแพ่งว่า จำเลยที่ 2 มีสิทธิได้รับเงินค่าสร้างสะพานในจังหวัดภาคใต้จากกรมทางหลวงเป็นเงินประมาณสามแสนบาท ขอให้กองบังคับคดีแพ่งอายัดไว้ จำนวน 77,223.86 บาท กองบังคับคดีแพ่งมีหนังสืออายัดไปยังกรมทางหลวง กรมทางหลวงได้รับหนังสืออายัดเงินดังกล่าวเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2512 ต่อมาวันที่ 3 มีนาคม 2513หัวหน้ากองบังคับคดีแพ่งได้มีหนังสือแจ้งให้ศาลแพ่งทราบว่ากรมทางหลวงได้นำเงินของจำเลยที่ 2 ตามจำนวนที่อายัดส่งต่อกองบังคับคดีแพ่งแล้ววันที่ 6 มีนาคม 2513

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยที่ 2 ตามคดีของศาลแพ่งหมายเลขแดงที่ 1195/2513 จำนวน 217,500 บาทและหมายเลขแดงที่ 1211/2513จำนวน 311,250 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปี และร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตามลำดับ จนกว่าจะชำระเสร็จ ครบกำหนดเวลาตามคำบังคับจำเลยไม่ชำระ และไม่มีทรัพย์สินอย่างใดที่ผู้ร้องจะยึดได้ จึงขอเฉลี่ยเงินที่โจทก์อายัดไว้โจทก์คัดค้านว่า หนี้ระหว่างผู้ร้องกับจำเลยที่ 2 เกิดขึ้นโดยทุจริตเพราะสมยอมกัน และจำเลยที่ 2 ยังมีงานต่อเนื่องกับกรมทางฯซึ่งจะขอรับเงินได้ต่อไปอีกผู้ร้องชอบที่จะอายัดเงินงวดต่อ ๆ ไปได้และผู้ร้องมิได้ขอเฉลี่ยภายในสามเดือนนับแต่วันอายัด จึงไม่มีสิทธิขอเฉลี่ย

ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้องวันนัดพร้อมโจทก์และผู้ร้องรับกันว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีกองบังคับคดีแพ่งมีหนังสืออายัดไปยังกรมทางฯ เมื่อวันที่ 22 กันยายน2512 และกรมทางฯ ได้ส่งเงินตามหนังสืออายัดของเจ้าพนักงานกองบังคับคดีแพ่งมายังกองบังคับคดีแพ่งเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์2513 โจทก์และผู้ร้องรับกันอีกว่าคดีแพ่งแดงที่ 1195/2513 และ1211/2513 นั้น

ผู้ร้องฟ้องคดีที่ศาลแพ่งเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2513และได้ทำยอมกันที่ศาลแพ่งเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2513 จริงตามภาพถ่ายสัญญาประนีประนอมยอมความ และคำพิพากษาตามยอมที่ผู้ร้องยื่นมาพร้อมคำร้องขอเฉลี่ย แล้วคู่ความขอให้ศาลวินิจฉัยตามข้อเท็จจริงที่รับกันโดยไม่สืบพยานบุคคลศาลแพ่งมีคำสั่งว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้มีหนังสืออายัดเงินไปยังกรมทางหลวง เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2512 ผู้ร้องมาขอเฉลี่ยเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2513 หลังจากเจ้าพนักงานบังคับคดีกองบังคับคดีแพ่งมีหนังสืออายัดไปกว่าสามเดือนแล้ว ผู้ร้องไม่มีสิทธิขอเฉลี่ยหนี้ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรค 4ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง โดยไม่จำต้องวินิจฉัยถึงเรื่องที่โจทก์คัดค้านว่าผู้ร้องทำยอมโดยทุจริตและสมยอมกันผู้ร้องอุทธรณ์ว่า

ผู้ร้องมีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรค 5ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาว่า เมื่อกรมทางหลวงส่งเงินมาให้กองบังคับคดีแพ่งตามที่โจทก์ขออายัด เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2513 จำเลยทำงานเสร็จตามงวดแล้ว มีสิทธิรับเงินจำนวนนั้น ถือว่าเป็นการยึดเงิน ผู้ร้องจึงมีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรค 5ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยที่ 2 จะทำงานเสร็จตามงวด และมีสิทธิรับเงินจำนวนนี้ก็ดี แต่กรมทางหลวงยังมิได้ชำระให้แก่จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 มีแต่เพียงสิทธิเรียกร้องในเงินจำนวนนี้เท่านั้น โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจที่จะขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดเงินจำนวนนี้แต่ก็มีสิทธิที่จะขอให้อายัดเงินดังกล่าวได้ ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสืออายัดเงินดังกล่าวไปยังกรมทางหลวง และกรมทางหลวงส่งเงินดังกล่าวมายังกองบังคับคดีแพ่งนั้น จึงหาใช่การยึดเงินดังที่ผู้ร้องฎีกามาไม่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้นจึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้ยกฎีกาของผู้ร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กฤษณ์ โสภิตกุล · ศริ มลิลา · วิกรม เมาลานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้