Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61985)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาข้อ 3 และข้อ 4ส่วนฎีกาข้อ 5 และข้อ 6 ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 จึงไม่รับโจทก์ร่วมเห็นว่า ตามฎีกาข้อ 5 โจทก์ร่วมขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานรับของโจรหรือลักทรัพย์ อันเป็นปัญหาข้อกฎหมายส่วนฎีกาข้อ 6 โจทก์ร่วมฎีกาว่าศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษาในส่วนที่โจทก์มีคำขอให้จำเลยทั้งสองคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน 767,500 บาท แก่โจทก์ร่วมซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายอีกเช่นกัน โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ร่วมไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ทนายจำเลยที่ 1 ได้รับสำเนาคำร้องแล้วโดยวิธีปิดหมายส่วนจำเลยที่ 2 แถลงข้างคำร้องว่าได้รับสำเนาแล้ว(อันดับ 213 แผ่นที่ 2 และอันดับ 211)ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น นางนิตยาประยูรรัตน์ ผู้เสียหายร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357,83 จำคุกคนละ 4 ปี จำเลยที่ 1ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 2 ปี โจทก์ขอให้ศาลสั่งให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน 767,500 บาท นั้นทรัพย์ดังกล่าวไม่ใช่ทรัพย์ในความผิดฐานรับของโจรโจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาบางข้อดังกล่าว(อันดับ 207 แผ่นที่ 2)โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 211)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาโจทก์ร่วมข้อ 5 โต้แย้งคัดค้านดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ เป็นปัญหาข้อเท็จจริงและฎีกาข้อ 6 ก็เป็นเรื่องต่อเนื่องกับข้อ 5 และศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาในส่วนที่เกี่ยวกับคำขอให้คืนและใช้ราคาทรัพย์แล้วแต่ไม่เป็นที่พอใจของโจทก์ร่วม จึงได้ฎีกาในข้อนี้ขึ้นมานับว่าเป็นปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกัน ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาข้อ 5 และ 6 นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1759/2531พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นางนิตยา ประยูรรัตน์โจทก์นางสาวจันทร์ทิพย์หรือภัธรภรณ์หรือนพพร แสงแก้วจำเลยหรือธรรณ์วานันท์ กับพวกจำเลยนายพิพัฒน์ ศรีธนสกุลชัย ทนายโจทก์ร่วมผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 224ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาข้อ 3 และข้อ 4ส่วนฎีกาข้อ 5 และข้อ 6 ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 จึงไม่รับโจทก์ร่วมเห็นว่า ตามฎีกาข้อ 5 โจทก์ร่วมขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานรับของโจรหรือลักทรัพย์ อันเป็นปัญหาข้อกฎหมายส่วนฎีกาข้อ 6 โจทก์ร่วมฎีกาว่าศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษาในส่วนที่โจทก์มีคำขอให้จำเลยทั้งสองคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน 767,500 บาท แก่โจทก์ร่วมซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายอีกเช่นกัน โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ร่วมไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ทนายจำเลยที่ 1 ได้รับสำเนาคำร้องแล้วโดยวิธีปิดหมายส่วนจำเลยที่ 2 แถลงข้างคำร้องว่าได้รับสำเนาแล้ว(อันดับ 213 แผ่นที่ 2 และอันดับ 211)ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น

นางนิตยาประยูรรัตน์ ผู้เสียหายร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357,83 จำคุกคนละ 4 ปี จำเลยที่ 1ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 2 ปี โจทก์ขอให้ศาลสั่งให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน 767,500 บาท นั้นทรัพย์ดังกล่าวไม่ใช่ทรัพย์ในความผิดฐานรับของโจรโจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาบางข้อดังกล่าว(อันดับ 207 แผ่นที่ 2)โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 211)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาโจทก์ร่วมข้อ 5 โต้แย้งคัดค้านดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ เป็นปัญหาข้อเท็จจริงและฎีกาข้อ 6 ก็เป็นเรื่องต่อเนื่องกับข้อ 5 และศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาในส่วนที่เกี่ยวกับคำขอให้คืนและใช้ราคาทรัพย์แล้วแต่ไม่เป็นที่พอใจของโจทก์ร่วม จึงได้ฎีกาในข้อนี้ขึ้นมานับว่าเป็นปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกัน ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาข้อ 5 และ 6 นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้