Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6198/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยประกอบกิจการเดินรถโดยสารประจำทางปรับอากาศพนักงานประจำรถซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ผู้ใช้บริการรถดังกล่าวของจำเลยเป็นเหตุให้กระเป๋าสัมภาระของโจทก์ตกหายระหว่างทางทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายจำเลยในฐานะนายจ้างจึงต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ในการที่ลูกจ้างกระทำละเมิดต่อโจทก์ด้วยเป็นฟ้องที่แสดงสภาพแห่งข้อหาว่าลูกจ้างของจำเลยได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ในทางการที่จ้างของจำเลยถูกต้องสมบูรณ์แล้วแม้ไม่ได้ระบุข้อความว่าเป็นกระทำตามทางการที่จ้างของจำเลยไปด้วยก็ไม่เป็นฟ้องที่ขาดสาระสำคัญซึ่งเป็นประเด็นแห่งคดี

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบกิจการเดินรถโดยสารประจำทางปรับอากาศรับส่งผู้โดยสารระหว่างอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลากับประเทศมาเลเซีย โดยใช้ชื่อว่า "นิวฮูเวอร์ทัวร์" เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2534 โจทก์ใช้บริการดังกล่าวของจำเลยเพื่อดินทางไปยังประเทศมาเลเซีย และมอบกระเป๋าสัมภาระที่บรรจุสิ่งของเครื่องใช้เอกสาร และทรัพย์สินที่มีค่าของโจทก์รวมราคา 49,500 บาท ให้พนักงานประจำรถซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยเก็บไว้ในที่เก็บของใต้ท้องรถที่โจทก์โดยสารแต่ด้วยความประมาทเลินเล่อปราศจากความระมัดระวังของพนักงานประจำรถลูกจ้างของจำเลยมิได้จัดการดูแลปิดประตูที่เก็บของดังกล่าวให้สนิทก่อนรถเคลื่อนออก จนเป็นเหตุให้กระเป๋าสัมภาระของโจทก์ตกหายไปในระหว่างทางที่รถแล่นทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต้องสูญเสียทรัพย์สิน

เอกสารต่าง ๆที่บรรจุในกระเป๋าสัมภาระรวมราคา 49,500 บาท และเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางค่าที่พัก ค่าอาหาร เพื่อดำเนินการจัดทำเอกสารต่าง ๆ ที่สูญหายขึ้นใหม่เป็นเงิน 23,000 บาท รวมเป็นค่าเสียหายทั้งสิ้น 72,500 บาท จำเลยในฐานะนายจ้างจึงต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ในการที่ลูกจ้างกระทำละเมิดแก่โจทก์ด้วยขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า กิจการ "นิวฮุเวอร์ทัวร์" มิใช่ของจำเลยโจทก์มิใช่ผู้โดยสารที่เดินทางไปยังประเทศมาเลเซียจึงไม่มีอำนาจฟ้องพนักงานประจำรถมิได้เป็นลูกจ้างและกระทำในทางการที่จ้าง ของจำเลย อีกทั้งไม่มีหน้าที่เก็บสัมภาระของผู้โดยสาร

ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 40,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องที่ขาดข้อสาระสำคัญที่จะทำให้จำเลยร่วมรับผิดในผลอันเกิดแต่มูลละเมิดที่ลูกจ้างของจำเลยก่อให้เกิดขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีข้อวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่าฟ้องของโจทก์ซึ่งบรรยายว่า จำเลยประกอบกิจการเดินรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ ฯลฯ พนักงานประจำรถซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ผู้ใช้บริการรถดังกล่าวของจำเลย เป็นเหตุให้กระเป๋าสัมภาระของโจทก์ตกหายระหว่างทางทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ฯลฯ จำเลยในฐานะนายจ้างจึงต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ในการที่ลูกจ้างกระทำละเมิดต่อโจทก์ด้วยเป็นฟ้องที่แสดงสภาพแห่งข้อหาว่าลูกจ้างของจำเลยได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ในทางการที่จ้างของจำเลยถูกต้องสมบูรณ์แล้วแม้ไม่ได้ระบุข้อความว่าเป็นการกระทำตามทางการที่จ้างของจำเลยลงไปด้วย ก็ไม่เป็นฟ้องที่ขาดข้อความสาระสำคัญซึ่งเป็นประเด็นแห่งคดี แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ยังไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นอื่น ๆ ตามอุทธรณ์ของจำเลย อีกทั้งคดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ซึ่งต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่งศาลฎีกาจึงเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิจารณาในประเด็นอื่น ๆ ตามอุทธรณ์ของจำเลยต่อไปพิพากษายกคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3พิจารณาในประเด็นอื่น ๆ ตามอุทธรณ์ของจำเลยแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทธิ นิชโรจน์ · สุชาติ ถาวรวงษ์ · สุประดิษฐ์ หุตะสิงห์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5323/2562

แม้จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ทำนองว่า การที่โจทก์ที่ 3 ไม่บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 6 กระทำละเมิดในทางการที่จ้างจึงขาดสาระสำคัญและศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ ทำให้การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4807/2558

ตามคำฟ้องเป็นการฟ้องคดีในมูลละเมิด แม้จำเลยที่ 2 ให้การว่าจำเลยที่ 2 ว่าจ้างให้จำเลยที่ 3 รับขนส่งช่วง จำเลยที่ 3 นำเรือไปบรรทุกโดยให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 3 เป็นผู้ควบคุมเรือ ส่วนจำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14217/2558

โจทก์ได้บรรยายให้เห็นว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัย เรือ พ. จากบริษัท อ. จำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองอู่ต่อเรือ จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการเรือ พ. มีหน้าที่ดูแลรักษาและซ่อมแซมเรือและเข้าร่วมซ่อมแซมเรือกับจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5206/2552

ตามคำฟ้องโจทก์เป็นการบรรยายให้จำเลยรับผิดอันเนื่องมาจากการกระทำละเมิดของลูกจ้างตาม ป.พ.พ. มาตรา 425 เท่านั้น มิใช่ให้รับผิดจากการกระทำละเมิดของจำเลยเองตาม ป.พ.พ. มาตรา ป.พ.พ. มาตรา 420 หากคำฟ้องโจทก์ต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1712/2551

โจทก์บรรยายฟ้องโดยแจ้งชัดแล้วว่า จำเลยทั้งสามลงพิมพ์ข้อความเป็นข่าวในหนังสือพิมพ์ของจำเลยที่ 1 อันฝ่าฝืนต่อความเป็นจริงและมิใช่เป็นการติชมด้วยความเป็นธรรมเป็นละเมิดต่อโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้