Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6196/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องในฐานความผิดฉ้อโกงมีใจความว่าจำเลยกับพวกรับสมัครคนหางานเพื่อส่งไปทำงานที่ประเทศไต้หวัน หากบุคคลใดต้องการไปทำงาน และเมื่อเสียค่าบริการให้แก่จำเลยกับพวกแล้วจำเลยกับพวกจะส่งบุคคลนั้นไปทำงานยังประเทศไต้หวันตามที่ต้องการซึ่งเป็นความเท็จ ความจริงจำเลยกับพวก มิได้รับอนุญาตให้จัดหางานเพื่อไปทำงานต่างประเทศจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย จำเลยกับพวกไม่มีความสามารถจัดส่งคนงานไปทำงานที่ประเทศไต้หวัน และไม่มีเจตนาที่จะส่งคนงานไปทำงานที่ประเทศไต้หวันดังที่จำเลยกับพวกกล่าวอ้าง เช่นนี้คำฟ้องของโจทก์ได้ความโดยชัดแจ้งว่าจำเลยมิได้มีเจตนาจัดหางานให้แก่โจทก์ร่วมกับผู้เสียหาย จำเลยหลอกลวงโจทก์ร่วมและผู้เสียหายว่าจะส่งโจทก์ร่วมและผู้เสียหายไปทำงานที่ประเทศไต้หวันก็เพื่อที่จะได้รับเงินค่าบริการจากโจทก์ร่วมกับผู้เสียหายเท่านั้น การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานจัดหางานโดยมิได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 341 พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน มาตรา 30 พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน มาตรา 82

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์บรรยายฟ้องในฐานความผิดฉ้อโกงมีใจความว่าจำเลยกับพวกรับสมัครคนหางานเพื่อส่งไปทำงานที่ประเทศไต้หวัน หากบุคคลใดต้องการไปทำงาน และเมื่อเสียค่าบริการให้แก่จำเลยกับพวกแล้ว จำเลยกับพวกจะส่งบุคคลนั้นไปทำงานยังประเทศไต้หวันตามที่ต้องการซึ่งเป็นความเท็จ ความจริงจำเลยกับพวกมิได้รับอนุญาตให้จัดหางานเพื่อไปทำงานต่างประเทศจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย จำเลยกับพวกไม่มีความสามารถจัดส่งคนงานไปทำงานที่ประเทศไต้หวัน และไม่มีเจตนาที่จะส่งคนงานไปทำงานที่ประเทศไต้หวันดังที่จำเลยกับพวกกล่าวอ้างเช่นนี้คำฟ้องของโจทก์ได้ความโดยชัดแจ้งว่าจำเลยมิได้มีเจตนาจัดหางานให้แก่โจทก์ร่วมกับผู้เสียหายจำเลยหลอกลวงโจทก์ร่วมและผู้เสียหายว่าจะส่งโจทก์ร่วมและผู้เสียหายไปทำงานที่ประเทศไต้หวันก็เพื่อที่จะได้รับเงินค่าบริการจากโจทก์ร่วมกับผู้เสียหายเท่านั้น

การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานจัดหางานโดยมิได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 ที่โจทก์อ้างว่าการที่โจทก์บรรยายฟ้องดังกล่าวมาข้างต้นเพื่อให้เข้าองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงอีกกระทงหนึ่งเท่านั้นฟังไม่ขึ้น ปัญหาต่อไปที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมมีว่า จำเลยกระทำความผิดฐานฉ้อโกงหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ร่วมและผู้เสียหายเบิกความมีเหตุผลสอดคล้องต้องกัน โจทก์ร่วมและผู้เสียหายรู้จักจำเลยและนายบุญยงค์สามีจำเลยมาก่อนเพราะอยู่หมู่บ้านเดียวกัน ไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน จึงไม่มีเหตุระแวงสงสัยว่าจะเบิกความปรักปรำจำเลยเชื่อได้ว่าโจทก์ร่วมและผู้เสียหายได้เบิกความไปตามความจริงข้อเท็จจริงจากคำเบิกความของโจทก์ร่วมและผู้เสียหายรับฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้ไปชักชวน

โจทก์ร่วมและผู้เสียหายไปทำงานที่ประเทศไต้หวันโดยอ้างว่าเคยส่งคนไปทำงานมาแล้ว และเรียกค่าบริการจากโจทก์ร่วมและผู้เสียหาย เมื่อถึงวันนัดชำระเงินค่าบริการที่บ้านของจำเลย จำเลยและนายบุญยงค์สามีอยู่ที่บ้านช่วยกันรับเงินค่าบริการและทำบัญชีรายชื่อคนงานไว้ นายบุญยงค์รับช่วยทำพาสปอร์ตให้โจทก์ร่วมบางคน และรับพาสปอร์ตจากโจทก์ร่วมและผู้เสียหายไปเพื่อนำไปให้บริษัทสหบูรพา จำกัด ติดต่อขอออกวีซ่าให้ จำเลยเป็นผู้นัดหมายโจทก์ร่วมและผู้เสียหายไปพบนายบุญยงค์ที่กรุงเทพมหานครเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปประเทศไต้หวันหลายครั้ง เป็นผู้จัดหายานพาหนะพาโจทก์ร่วมกับผู้เสียหายไปส่งที่กรุงเทพมหานครเพื่อเดินทางไปทำงานและจัดที่พักให้จำเลยกับนายบุญยงค์ร่วมกันบอกเลื่อนการเดินทาง

จำเลยเป็นผู้ประสานงานระหว่างโจทก์ร่วมและผู้เสียหายกับนายบุญยงค์ในการที่นายบุญยงค์จะให้โจทก์ร่วมกับผู้เสียหายเดินทางไปประเทศไต้หวันในวันเวลาใด เมื่อบริษัทสหบูรพา จำกัดขอออกวีซ่าให้โจทก์ร่วมและผู้เสียหายไม่ได้ และได้คืนเงินค่าขอออกวีซ่าให้นายบุญยงค์ นายบุญยงค์ได้เงินแล้วหลบหนีไปไม่นำเงินมาคืนให้โจทก์ร่วมและผู้เสียหาย จำเลยได้ตกลงว่าจะจ่ายเงินคืนให้แก่โจทก์ร่วมและผู้เสียหายคนละ 17,000 บาท แต่จำเลยก็ไม่คืนให้ตามข้อตกลง พฤติการณ์ที่จำเลยกับนายบุญยงค์รับเงินจากโจทก์ร่วมกับผู้เสียหายไปแล้วไม่ดำเนินการให้โจทก์ร่วมและผู้เสียหายได้เดินทางไปทำงานตามที่จำเลยกับนายบุญยงค์พูดรับรองไว้ ทั้งไม่ยอมคืนเงินให้แก่โจทก์ร่วมและผู้เสียหายเช่นนี้

แสดงให้เห็นว่าจำเลยร่วมหลอกลวงโจทก์ร่วมและผู้เสียหายโดยไม่มีเจตนาที่จะจัดหางานให้แก่โจทก์ร่วมและผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า หลังจากที่จำเลยและนายบุญยงค์รับเงินค่าบริการจัดหางานจากโจทก์ร่วมและผู้เสียหายนายบุญยงค์ได้ดำเนินการจัดทำวีซ่าให้แก่โจทก์ร่วมกับผู้เสียหายอันเป็นขั้นตอนในการที่จะให้โจทก์ร่วมและผู้เสียหายได้เดินทางไปทำงานที่ประเทศไต้หวันแล้ว แม้จำเลยและนายบุญยงค์จะมิได้เป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้จัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศแต่จำเลยและนายบุญยงค์อาจสามารถจัดหางานให้โจทก์ร่วมและผู้เสียหายไปทำงานที่ประเทศไต้หวันโดยวิธีอื่นได้ เพราะได้ความว่านายบุญยงค์เคยจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศมาแล้วก่อนเกิดเหตุ การกระทำของจำเลยกับนายบุญยงค์ไม่ใช่เป็นการหลอกลวงไม่มีความผิดฐานฉ้อโกงนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมข้อนี้ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341, 83 จำคุก 6 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 477,000 บาทแก่โจทก์ร่วมและผู้เสียหายด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญศรี กอบบุญ · เสียง ตรีวิมล · สมศักดิ์ วิธุรัติ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2955/2546

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานฯ มาตรา 30,82,91 ตรี ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานฯมาตร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4752/2545

แม้โจทก์จะฟ้องจำเลยในข้อหาฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 และข้อหาจัดหางานให้คนหางานไปทำงานที่ต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานฯ มาตรา 30,82 ซึ่งเป็นความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 879/2534

โจทก์บรรยายฟ้องในความผิดฐานฉ้อโกงว่า จำเลยหลอกลวงผู้เสียหายว่าจำเลยสามารถจัดหาคนไปทำงานในประเทศสิงคโปร์ซึ่งเป็นความเท็จเพราะความจริงจำเลยไม่สามารถจัดหางานให้แก่คนงานในต่างประเทศได้ แสดงว่าจำเลยไม่ประส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1197/2533

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันจัดหางานให้ผู้เสียหายซึ่ง เป็นคนหางานไปทำงานในประเทศ สิงคโปร์ โดย เรียกและรับค่าบริการ แต่ ในความผิดฐาน ฉ้อโกงโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองโดย ทุจริตร่วมกันหลอกลวงผู้เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 814/2532

เมื่อตาม คำฟ้องโจทก์มิได้บรรยายรายละเอียดการกระทำของจำเลยให้ปรากฏพอที่จะให้เห็นว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมศาลจะพิพากษาลงโทษจำเลยเป็นแต่ละกรรมแยกตาม จำนวนผู้เสียหายนอกเหนือไปจากคำฟ้องหาได้ไม่.

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้