Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 619/2510

พ.ศ. 2510 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยขับรถยนต์ในราชการตำรวจไปตามถนนโดยใช้สัญญาณไฟแดงกระพริบและแตรไซเรนเพื่อนำคนประสพอุบัติเหตุส่งโรงพยาบาล การขับรถโดยใช้สัญญาณดังกล่าวมิได้หมายความว่าขับได้เร็วเท่าใดก็ไม่เป็นการละเมิดหากเกิดการเสียหายขึ้น แต่จะต้องขับด้วยความเร็วไม่สูงเกินกว่าที่ควรกระทำในพฤติการณ์เช่นนั้น และต้องใช้ความระมัดระวังในฐานะที่ต้องใช้ความเร็วสูงกว่าธรรมดาตามสมควรแก่พฤติการณ์เช่นนั้นด้วย จำเลยขับรถใช้อาณัติสัญญาณไฟแดงกระพริบและเปิดแตรไซเรนมาด้วยความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อจะขึ้นสะพานลดลงเหลือ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีรถบรรทุกแล่นสวนมาบนสะพานโดยไม่หยุด และมีเด็กวิ่งข้ามถนนตัดท้ายรถบรรทุกในระยะกระชั้นชิดซึ่งจำเลยไม่สามารถหยุดรถได้ทัน จึงต้องหักหลบแล้วไปชนผู้ตาย ถือได้ว่าความเร็วที่จำเลยใช้ในขณะข้ามสะพานไม่เป็นความเร็วที่เกินสมควร ตามเวลา สถานที่ และพฤติการณ์อื่น ๆ ในขณะนั้น จึงไม่เป็นกาประมาทเลินเล่อ การที่มีเด็กวิ่งตัดหลังรถบรรทุกข้ามถนนผ่านหน้ารถจำเลยในระยะใกล้เป็นเหตุบังเอิญมิอาจคาดหมายได้ และเกิดขึ้นโดยฉับพลันเป็นเหตุที่ไม่มีใครป้องกันได้ เมื่อจำเลยได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะที่ประสบเหตุเช่นั้นแล้ว เหตุที่เกิดขึ้นจึงเป็นเหตุสุดวิสัย จำเลยไม่ต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตามมาตรา 437

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ ได้ขับรถยนต์ในราชการตำรวจไปตามหน้าที่โดยปราศจากความระมัดระวังและชนนายเซี้ยงง้วนสามีโจทก์ที่ ๑ และเป็นบิดาของโจทก์อื่น ๆ ถึงแก่ความตายทำให้โจทก์กับบุตรขาดอุปการะเลี้ยงดู จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดด้วย ขอให้บังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๒ ได้ขับรถไปตามหน้าที่ราชการด้วยความระมัดระวังในอัตราความเร็วที่กฎหมายกำหนดและตามระเบียบข้อบังคับ ได้ใช้สัญญาไฟแดงกระพริบและแตรไซเรนมาตลอดทางเพื่อนำคนป่วยส่งโรงพยาบาล มีรถยนต์บรรทุกขึ้นสะพานสวนทางมา และมีเด็กหญิงคนหนึ่งวิ่งตัดออกจากหลังรถบรรทุกในระยะกระชั้นชิด ไม่อาจหยุดรถได้ทัน จึงต้องหักหลบขึ้นไปบนทางเท้าและชนนายเซี้ยงง้วนตายและเป็นเหตสุดวิสัน ซึ่งจำเลยได้ใช้ความระมัดระวังดีแล้ว จึงไม่ต้องรับผิด โจทก์มิไดเสียหายดังฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๒ ขับรถด้วยความเร็วสูงโดยประมาทปราศจากความระมัดระวัง เป็นการละเมิดให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า แม้จำเลยจะขับรถเร็วได้ไม่จำกัด แต่ก็ต้องขับด้วยความระมัดระวัง จำเลยขับรถมาด้วยความเร็วสูงและมิได้ลดความเร็วลงหรือลดลงไม่มากพอ เป็นความประมาทของจำเลย ไม่ระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้บุคคลนั้นในฐานะเช่นนั้น จึงฟังเป็นเหตุสุดวิสัยไม่ได้ จำเลยจึงต้องรับผิด พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยขับรถยนต์โดยได้รับอนุญาตให้ใช้สัญญาณไฟแดงกระพริบและแตรไซเรนเพื่อนำคนประสบอุบัติเหตุไปส่งโรงพยาบาล การขับรถโดยใช้สัญญาณดังกล่าวนี้มิได้หมายความว่าจะขับได้เร็วเท่าใดก็ไม่เป็นการละเมิดหากเกิดความเสียหายขึ้น แต่จะต้องขับด้วยความเร็วไม่สูงเกินกว่าที่ควรกระทำในพฤติการณ์เช่นนั้นด้วย จำเลยขับรถมาด้วยความเร็ว ๘๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเมื่อขึ้นสะพานลดลงเหลือ ๕๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เหตุที่ชนคนเกิดขึ้นเพราะมีรถบรรทุกสวนมาบนสะพานโดยไม่หยุด และมีเด็กวิ่งข้ามถนนตัดท้ายรถบรรทุกนั้นมาในระยะกระชั้นชิด ซึ่งจำเลยไม่สามารถหยุดรถได้ทัน จึงต้องหักหลบ ความเร็วที่จำเลยใช้ในตอนข้ามสะพานไม่เป็นความเร็วที่เกินสมควรตามเวลา

สถานที่ และพฤติการณ์อื่น ๆ ในขณะนั้น การกระทำในตอนนี้จึงไม่เป็นความประมาทเลินเล่อ เหตุที่เกิดขึ้นมิใช่เพราะมีรถสวนมา แต่เกิดขึ้นเพราะมีเด็กวิ่งตัดหลังรถบรรทุกนั้นข้ามถนนผ่านหน้ารถจำเลยในระยะใกล้ อันเป็นเหตุบังเอิญอันมิอาจคาดหมายได้เกิดขึ้นโดยฉับพลัน การที่มีเหตุการณ์ขึ้นโดยฉับพลันเช่นนั้นได้หักรถหลบไปไม่ชนเด็ก แต่จะหวังให้จำเลยหักรถกลับคืนย่อมเป็นการยากยิ่งที่จะหวัง จำเลยได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควร อันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะที่ประสบเหตุเช่นนั้น เหตุที่เกิดขึ้นจึงเป็นเหตุสุดวิสัย จำเลยไม่ต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๓๗ จำเลยไม่ต้องรับผิดฐานละเมิด

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จิตติ ติงศภัทิย์ · สุทิน เกษคุปต์ · ลออง จุลกะเศียน
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายจำเนียร บุญพละ
ศาลอุทธรณ์ - นายเสนีย์ วาทิน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้