Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61887)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 118)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปจัดการรังวัดแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 9953 ตำบลในเมือง (โพธิ์กลาง) อำเภอเมืองนครราชสีมาจังหวัดนครราชสีมา ให้แก่โจทก์จำนวน 72 ตารางวา ซึ่งโจทก์ครอบครองอยู่ตามสำเนาแผนที่เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3 และจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมาหากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 140,000 บาท กับค่าเสียหายเดือนละ 7,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะรังวัดแบ่งแยกโฉนดและโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ ฯลฯฟ้องแย้งของจำเลยให้ยกเสียศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 114,115)จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยจำเลยได้นำพันธบัตรเงินกู้มูลค่า 300,000 บาท มาวางเป็นหลักประกันต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 90,92)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่ให้จำเลยจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์นั้น อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา ห้ามจำเลยทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาท ให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินทราบ ส่วนที่ให้ใช้ค่าเสียหายถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จนถึงวันทราบคำสั่งนี้และต่อไปเป็นเวลาอีก 2 ปี มาวางศาลจนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกามิฉะนั้นให้ยกคำร้องในส่วนนี้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1475/2531นายอัครเดช จงขวัญยืนโจทก์นางสุชาดา กุสุมภ์จำเลยนางสุชาดา กุสุมภ์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231, ม. 247ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 118)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปจัดการรังวัดแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 9953 ตำบลในเมือง (โพธิ์กลาง) อำเภอเมืองนครราชสีมาจังหวัดนครราชสีมา ให้แก่โจทก์จำนวน 72 ตารางวา ซึ่งโจทก์ครอบครองอยู่ตามสำเนาแผนที่เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3 และจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมาหากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 140,000 บาท กับค่าเสียหายเดือนละ 7,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะรังวัดแบ่งแยกโฉนดและโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์

ฯลฯฟ้องแย้งของจำเลยให้ยกเสียศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 114,115)จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์โดยจำเลยได้นำพันธบัตรเงินกู้มูลค่า 300,000 บาท มาวางเป็นหลักประกันต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 90,92)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่ให้จำเลยจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์นั้น อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา ห้ามจำเลยทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาท ให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินทราบ ส่วนที่ให้ใช้ค่าเสียหายถ้าจำเลยหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จนถึงวันทราบคำสั่งนี้และต่อไปเป็นเวลาอีก 2 ปี มาวางศาลจนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกามิฉะนั้นให้ยกคำร้องในส่วนนี้

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวัสดิ์ รอดเจริญ · ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · เดชา สุวรรณโณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12104/2553

ค่าทนายความที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้โจทก์ชำระแก่จำเลยที่ 1 เป็นความรับผิดในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมที่โจทก์ผู้ฎีกาจะต้องปฏิบัติตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 หาใช่หนี้ตามคำพิพากษาในเนื้อหาคดี อันโจทก์จะพึงมีสิทธิยื่น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6745/2539

ตามคำร้องของจำเลยทั้งสองที่ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้งดการบังคับคดีและรวบรวมทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองไว้ก่อนจนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งเกี่ยวกับการขอให้พิจารณาใหม่นั้น แท้จริงแล้วเนื้อหาของคำร้องเป็นเรื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8228/2538

หนังสือสัญญาค้ำประกันที่จำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันการชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นทำขึ้นเพื่อขอทุเลาการบังคับคดีระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ไม่มีผลเป็นหลักประกันในการทุเลาการบังคับคดีในชั้นฎีกาเป็นกา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56261)

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีต้องห้ามอุทธรณ์ (น่าจะเป็นฎีกา) ในปัญหาข้อเท็จจริง ไม่รับอุทธรณ์ (น่าจะเป็นฎีกา)จำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า นิติกรรมระหว่างจำเลยทั้งสองไม่เป็นโ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56110)

ความว่า ผู้ร้องฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่า เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับแล้วผู้ร้องจะฎีกาคำสั่งไม่ได้จึงไม่รับฎีกาของผู้ร้อง ผู้ร้องเห็นว่า เมื่อศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งประการใดแล้วค…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้