Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 618/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยตกลงขายที่ดินพิพาทให้โจทก์ ได้ทำสัญญากู้กันไว้เท่าราคาที่ดิน จำเลยรับเงินไปจากโจทก์ครบถ้วนแล้ว โดยจำเลยทำหนังสือมอบอำนาจให้ ส. โอนที่พิพาทให้โจทก์ ต่อมาจำเลยกลับมีหนังสือถึงเจ้าพนักงานที่ดินบอกเลิกใบมอบอำนาจดังกล่าว ดังนี้ ข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยจึงเป็นสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน ซึ่งโจทก์มีสิทธิฟ้องร้องบังคับได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่า เมื่อปลายเดือนธันวาคม ๒๕๑๒ โจทก์ตกลงซื้อที่ดินโฉนดที่ ๗๔๗ เนื้อที่ ๔๘ ไร่ ๓ งาน ซึ่งจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าของ ราคา ๓๖๕,๖๒๕ บาท และที่ดินโฉนดเลขที่ ๙๘๑ เนื้อที่ ๘ ไร่ ๒ งาน ๖๐ ตารางวา ซึ่งจำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของ ราคา ๖๔,๘๗๕ บาท โดยคิดราคาไร่ละ ๗,๕๐๐ บาท แต่โฉนดที่ดินทั้งสองแปลงจำเลยเอาไปประกันเงินกู้ไว้ จำเลยจึงทำสัญญากู้เงินโจทก์ ๔๓๐,๕๐๐ บาท จำเลยรับเงินกู้ส่วนหนึ่งเป็นเงิน ๒๔๐,๐๐๐ บาทไปชำระหนี้เพื่อเอาโฉนดที่ดิน ๒ ฉบับคืนมา ต่อมาประมาณเดือนกรกฎาคม ๒๕๑๓ จำเลยขอรับเงินกู้ที่ยังเหลืออยู่อีก ๑๙๐,๕๐๐ บาท ไปชำระหนี้อีกโดยทำหนังสือมอบอำนาจให้จ่าสิบตำรวจสท้านเป็นผู้มีอำนาจโอนโฉนดที่ดินทั้งสองแปลงให้แก่โจทก์เป็นการหักหนี้เงินกู้เดิม

โจทก์ตกลงชำระหนี้เงินกู้ที่เหลือและคืนสัญญากู้ให้จำเลย จำเลยทำหนังสือมอบอำนาจ ๒ ฉบับ ให้โจทก์ยึดถือไว้พร้อมกับโฉนดที่ดิน แต่ใบมอบอำนาจที่จำเลยทำให้โจทก์ไว้ข้อความไม่สมบูรณ์ โจทก์จึงให้จำเลยลงข้อความให้สมบูรณ์ และให้โอนที่ดินทั้งสองแปลงให้โจทก์วันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๑๔ เมื่อถึงกำหนด โจทก์กับผู้รับมอบอำนาจไปที่สำนักงานที่ดินเพื่อทำการโอน จึงทราบจากเจ้าพนักงานว่าจำเลยที่ ๑ มีหนังสือถึงเจ้าพนักงานบอกเลิกใบมอบอำนาจที่มอบให้จ่าสิบตำรวจสท้านทั้งสองฉบับ โดยจำเลยจะเป็นผู้โอนด้วยตนเอง เจ้าพนักงานที่ดินไม่อาจโอนที่ดินให้โจทก์ จำเลยจึงผิดสัญญา ที่ดินทั้งสองแปลงมีราคาสูงขึ้นเป็นไร่ละ ๒๐,๐๐๐ บาท เพราะทางราชการกำหนดทำทางหลวงผ่าน

เมื่อจำเลยไม่ยอมโอน โจทก์จึงขาดประโยชน์จากราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นไร่ละ ๑๒,๕๐๐ บาท คิดเป็นค่าเสียหาย ๗๑๗,๕๐๐ บาท และจำเลยเอาสัญญากู้เงินซึ่งกู้โจทก์ไป ๔๓๐,๕๐๐ บาท ทำให้โจทก์ขาดหลักฐานฟ้องร้อง จำเลยจึงต้องคืนเงินและใช้ดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ขอให้พิพากษาบังคับจำเลยทั้งสองโอนที่ดินตามฟ้องทั้งสองแปลงให้โจทก์ ถ้าโอนไม่ได้ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินทั้งสองแปลง ถ้าไม่อาจบังคับได้ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินกู้ ๔๓๐,๕๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และใช้ค่าเสียหาย ๗๑๗,๕๐๐ บาท

จำเลยทั้งสองให้การว่า เมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๕๑๒ จำเลยที่ ๑ ตกลงให้จ่าสิบตำรวจสะท้านเป็นนายหน้าขายที่ดินพิพาทโฉนดที่ ๗๔๗ และ ๙๕๑ ตามฟ้อง ราคาไร่ละ ๖,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ทำหนังสือมอบอำนาจให้จ่าสิบตำรวจสะท้าน ๒ ฉบับ โดยจำเลยที่ ๑ เขียนกรอกข้อความลงในแบบพิมพ์หนังสือมอบอำนาจ แต่ในช่องวันเดือนปีไม่ได้กรอกข้อความไว้ เพราะมิได้มีเจตนามอบอำนาจให้จ่าสิบตำรวจสท้านเป็นผู้มีอำนาจโอนกรรมสิทธิ์ ในช่องพยานมีพยานลงชื่อไว้คนเดียว ในช่องเรื่องและวันเดือนปี ไม่ใช่ลายมือของจำเลยที่ ๑ โจทก์เพิ่มเติมเอาเอง จำเลยไม่เคยทำหนังสือมอบอำนาจให้จ่าสิบตำรวจสท้านโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งสองแปลงให้โจทก์ จำเลยไม่เคยกู้เงินโจทก์ และไม่เคยรับเงิน ๒๔๐,๐๐๐ บาท

จากโจทก์ไปชำระเงินกู้ ไม่เคยรับเงิน ๑๙๐,๕๐๐ บาทจากโจทก์ การกู้เงินและการตกลงซื้อขายที่โจทก์อ้างมิได้ทำเป็นหนังสือ เป็นโมฆะ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องบังคับให้ขายที่ดินให้โจทก์ จำเลยสงสัยพฤติการณ์ของจ่าสิบตำรวจสะท้าน จึงได้มีหนังสือถึงเจ้าพนักงานที่ดินบอกเลิกหนังสือมอบอำนาจ ค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องเป็นเพียงคาดคะเน ราคาที่ดินไม่สูงเท่าที่โจทก์ฟ้อง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม โจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินกัน ส่วนค่าเสียหายโจทก์เพียงคาดคะเนเอาเท่านั้น จึงไม่เสียหาย พิพากษาให้จำเลยทั้งสองโอนที่ดินพิพาททั้งสองแปลงให้โจทก์ หากจำเลยไม่โอนให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย ถ้าการโอนมีเหตุขัดข้อง ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงิน ๔๓๐,๕๐๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยก

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองตกลงขายที่พิพาททั้งสองแปลงให้โจทก์เป็นเงิน ๔๓๐,๕๐๐ บาท ได้ทำสัญญากู้กันไว้เท่าราคาที่ดิน จำเลยรับเงินไปจากโจทก์ครบถ้วนแล้ว โดยจำเลยทั้งสองทำหนังสือมอบอำนาจให้จ่าสิบตำรวจสะท้านโอนที่ดินให้โจทก์ทั้งสองแปลง ดังนั้น เมื่อโจทก์ชำระค่าที่ดินให้จำเลยแล้ว ข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยจึงเป็นสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน โจทก์มีสิทธิฟ้องร้องให้บังคับคดีได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุธี ชอบธรรม · สนับ คัมภีรยส · ขจร หะวานนท์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดราชบุรี - นายเธียร ยูงทอง
ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ เพียรรู้จบ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1994/2566

คณะอนุญาโตตุลาการมีคำวินิจฉัยสรุปได้ความว่า ข้อเสนอที่จะขายที่ดินพิพาทในราคาพิเศษให้ผู้คัดค้านนั้นไม่ถือว่าเป็นสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาดตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 และไม่ขัดต่อ ป.พ.พ. มาตรา 152 ทั้งประเด็นเรื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4741/2565

แม้ที่ดินพิพาทมีข้อกำหนดห้ามโอนภายในสิบปี ตามมาตรา 58 ทวิ แห่ง ป.ที่ดิน นับแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2553 และโจทก์จำเลยทำสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2556 ภายในเวลาสิบปีตามข้อกำหนดห้ามโอนก็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1457/2563

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในเคหสถานที่อยู่อาศัยของผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร โดยไม่ได้บรรยายฟ้องถึงองค์ประกอบความผิดว่าจำเลยกระทำโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1433/2563

โจทก์ไม่ได้ตกลงโอนสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดพิพาทให้แก่จำเลยร่วมเนื่องจากจำเลยที่ 2 ปลอมหนังสือโอนสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จะขายจึงมีหน้าท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5721/2562

การที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองว่าร่วมกันค้าขายพืชไร่โดยใช้ชื่อทางการค้าว่า "ท่าข้าว ก." สั่งซื้อข้าวโพดจากโจทก์แล้วไม่ชำระราคา ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ย แล้วจำเลยทั้งสองให้การว่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้