Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6171/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยต่อเติมอาคารตึกแถวของจำเลยมีการตอกเสาเข็มโดยใช้เครื่องจักรกลขนาดใหญ่แรงสั่นสะเทือนทำให้เสาอาคารของโจทก์หัก ผนังและพื้นแตกร้าว ก่อนจำเลยได้ก่อสร้างเพิ่มเติมอาคารตึกแถวดังกล่าว จำเลยได้ลงเสาเข็มก่อนทำการก่อสร้างโดยใช้วิธีเจาะเสาเข็มห่างจากแนวรั้วบ้านโจทก์ประมาณ 50 ถึง 100 เซนติเมตร เพื่อรองรับอาคาร ส่วนที่ต่อเติมจำนวนถึง 3 ชั้นซึ่งจะต้องมีการขุดเจาะลงเสาเข็มจำนวนหลายต้น แม้วิธีการขุดเจาะลงเสาเข็มจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดเพียงใดก็ตาม แต่ต้องมีการตอกปลอกเหล็กลงไปในดินก่อนจนถึงดินแข็งซึ่งมีความลึกพอสมควรต่อจากนั้นจึงจะมีการปั๊มลมเพื่อนำดินออกจากปลอกเหล็กแล้ว จึงตอกอัดเสาเข็มลงไป จึงย่อมจะต้องมีแรงสั่นสะเทือน กระทบต่อบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงอยู่บ้างไม่มากก็น้อย มิใช่ว่าวิธีการของจำเลยเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้ ไม่มีแรงสั่นสะเทือนเกิดขึ้นเลย ดังนี้ เมื่อความเสียหาย ของอาคารตึกแถวโจทก์เกิดจากการกระทำของจำเลย จำเลยจึงต้องรับผิดในความเสียหายดังกล่าวต่อโจทก์ แม้ทางนำสืบของโจทก์จะฟังไม่ได้ว่าโจทก์เสียหายตามจำนวนที่ขอมาในฟ้องเป็นค่าเสียหายที่แท้จริงก็ตาม แต่เมื่อเห็นได้ว่าความเสียหายของโจทก์ยังคงมีอยู่ศาลย่อมมีอำนาจใช้ดุลพินิจกำหนดค่าเสียหายให้แก่โจทก์ได้ตามความเหมาะสมและพฤติการณ์แห่งรูปคดี

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยว่าจ้างช่างก่อสร้างตอกเสาเข็มลงในที่ดินของจำเลยเพื่อก่อสร้างต่อเติมอาคารบ้านซึ่งที่ดินและอาคารของจำเลยอยู่ติดกับที่ดินและอาคารบ้านของโจทก์ดังกล่าวจำเลยเป็นผู้ควบคุมดูแลการก่อสร้างด้วยตนเอง จำเลยและช่างใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ ตอกเสาเข็มลงในบริเวณที่จำเลยก่อสร้างด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังเป็นผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เป็นเหตุให้ผนังและเสาหินบ้านของโจทก์แตกร้าวและหักการกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดต่อโจทก์ขอให้จำเลยชำระเงิน 325,549 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 304,925 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 150,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี

นับแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2535 จนกว่าจะชำระเสร็จ คำขอนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์จำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 57185 พร้อมสิ่งปลูกสร้างตึกแถวเลขที่ 329 จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตึกแถวเลขที่ 328 ติดกับที่ดินของโจทก์เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2535 จำเลยว่าจ้างช่างต่อเติมด้านหลังตึกแถวของจำเลยและลงเสาเข็มในส่วนที่ต่อเติมขึ้นใหม่ในปัญหาว่า จำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ตามฟ้องหรือไม่โจทก์มีตัวโจทก์ สามีโจทก์ นายเสกสรร ปี่เงิน และนายภูษิตเมฆนิติกุล

นายช่างโยธาประจำส่วนอำเภอเมืองสมุทรปราการนายสำเริง จิตต์อาจหาญ ผู้ใหญ่บ้านในท้องที่เกิดเหตุเบิกความเป็นพยานโจทก์ว่า อาคารตึกแถวของโจทก์เดิมไม่แตกร้าวเมื่อจำเลยต่อเติมอาคารตึกแถวของจำเลยมีการตอกเสาเข็มโดยใช้เครื่องจักรกลขนาดใหญ่ แรงสั่นสะเทือนทำให้เสาอาคารของโจทก์หัก ผนังและพื้นแตกร้าวโจทก์จึงไปแจ้งต่อทางอำเภอเมืองสมุทรปราการ นายเสกสรร จึงออกไปตรวจสอบพบว่าอาคารตึกแถวของโจทก์มีรอยแตกร้าวจึงมีคำสั่งด้วยวาจาห้ามจำเลยตอกเสาเข็ม แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามและยังคงตอกเสาเข็มอยู่ต่อมานายภูษิตได้ออกไปตรวจสอบตามคำร้องเรียนของโจทก์และพบว่าอาคารตึกแถวของโจทก์แตกร้าว จึงแนะนำจำเลยให้หยุดการก่อสร้างและเจรจาเรื่องค่าเสียหายกับโจทก์นายสำราญพยานโจทก์เบิกความว่า

ได้รับคำสั่งจากปลัดอำเภอและได้รับการขอร้องจากพยานจำเลยให้ช่วยไกล่เกลี่ยกรณีโจทก์ร้องเรียนว่า จำเลยตอกเสาเข็มทำให้อาคารตึกแถวของโจทก์เสียหาย จึงไปพบโจทก์และพบว่าอาคารตึกแถวของโจทก์มีรอยแตกร้าวจริง ได้มีการพูดคุยกัน แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ เนื่องจากจำเลยไม่ยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์จึงไม่มีเหตุระแวงสงสัยว่าพยานโจทก์ดังกล่าวแล้วจะเบิกความเข้าข้างหรือให้เป็นประโยชน์แก่โจทก์และทำให้จำเลยเสียหายได้เชื่อว่าพยานโจทก์เบิกความไปตามที่รู้เห็นและมีส่วนเกี่ยวข้องแท้จริง คำเบิกความของพยานโจทก์ข้างต้นสอดคล้องตรงกัน ลำดับเหตุการณ์ต่อเนื่องตามลำดับ จึงมีน้ำหนักและมีเหตุผลที่จะเชื่อถือรับฟัง เมื่อพิเคราะห์ประกอบกับข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยได้ก่อสร้างเพิ่มเติมอาคารตึกแถวของจำเลยและได้ลงเสาเข็มก่อนทำการก่อสร้างดังกล่าว ซึ่งจำเลยอ้างว่าจำเลยลงเสาเข็มโดยใช้วิธีเจาะเสาเข็มและไม่มีผลกระทบต่อพื้นที่ใกล้เคียงแต่ก็ปรากฏว่าการขุดเจาะเสาเข็มดังกล่าวห่างจากแนวรั้วบ้านโจทก์ประมาณ 50 ถึง 100 เซนติเมตร

เท่านั้น และเป็นการขุดเจาะลงเสาเข็มเพื่อรองรับอาคารส่วนที่ต่อเติมจำนวนถึง 3 ชั้นจึงเชื่อว่าจะต้องมีการขุดเจาะลงเสาเข็มจำนวนหลายต้นแม้วิธีการขุดเจาะลงเสาเข็มจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดเพียงใดก็ตาม แต่ก็ได้ความว่าจะต้องมีการตอกปลอกเหล็กลงไปในดินก่อนจนถึงดินแข็งซึ่งน่าจะต้องมีความลึกพอสมควรกว่าจะพบดินแข็งดังกล่าว ต่อจากนั้นจึงจะมีการปั๊มลมเพื่อนำดินออกจากปลอกเหล็กแล้วจึงตอกอัดเสาเข็มลงไป จึงย่อมจะต้องมีแรงสั่นสะเทือนกระทบต่อบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงอยู่บ้างไม่มากก็น้อย มิใช่ว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้วจะไม่มีแรงสั่นสะเทือนเกิดขึ้นเลยซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดปกติวิสัยเป็นอย่างยิ่งและจากคำเบิกความของนายสำราญพยานโจทก์ซึ่งจำเลยไม่ได้โต้แย้งเป็นอย่างอื่นจึงเชื่อว่าพยานจำเลยรู้ดีว่าความเสียหายของอาคารตึกแถวของโจทก์มีสาเหตุมาจากการขุดเจาะเสาเข็มภายในบริเวณบ้านจำเลยดังกล่าว จึงได้ขอร้องให้นายสำราญไปเจรจาไกล่เกลี่ยพฤติการณ์ของภรรยาจำเลยข้างต้นจึงขัดแย้งกับทางนำสืบของจำเลยที่ว่า

อาคารตึกแถวของโจทก์เสียหายมีรอยแตกร้าวอยู่ก่อนแล้วอันเนื่องมาจากเสาเข็มที่ต่อเติมใหม่ ไม่สามารถรับน้ำหนักของตัวอาคารส่วนที่ต่อเติมได้ เพราะหากความเสียหายเกิดจากสาเหตุดังกล่าวแล้วก็ไม่จำเป็นที่ภรรยาจำเลยจะต้องไปขอร้องให้นายสำราญพยานโจทก์ไปเจรจาไกล่เกลี่ยอีก ทั้งข้ออ้างดังกล่าวก็เป็นเพียงคำเบิกความกล่าวอ้างเพียงลอย ๆ เท่านั้นมิได้มีพยานหลักฐานอื่นสนับสนุนพอที่จะมีน้ำหนักให้เชื่อถือรับฟังพยานหลักฐานของโจทก์จึงมีน้ำหนักและมีเหตุผลรับฟังได้มั่นคงมากกว่าพยานหลักฐานของจำเลย ฟังได้ว่า ความเสียหายของอาคารตึกแถวโจทก์เกิดจากการกระทำของจำเลย จำเลยจึงต้องรับผิดในความเสียหายดังกล่าวต่อโจทก์ ในปัญหาที่ว่าค่าเสียหายสมควรเป็นจำนวนเท่าใดนั้นจำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่สามารถนำสืบถึงความเสียหายได้

ค่าเสียหายที่ศาลชั้นต้นกำหนดจึงสูงเกินกว่าความเป็นจริงนั้น เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายจากการกระทำละเมิดของจำเลยและโจทก์เรียกร้องค่าเสียหายมาตามจำนวนที่ฟ้อง แม้ทางนำสืบของโจทก์จะฟังไม่ได้ว่าโจทก์เสียหายตามจำนวนที่ขอมาดังกล่าวแท้จริงก็ตาม แต่ก็เห็นได้ว่าความเสียหายของโจทก์ยังคงมีอยู่และศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจกำหนดค่าเสียหายให้แก่โจทก์ได้ตามความเหมาะสมและพฤติการณ์แห่งรูปคดี ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่าจำนวนค่าเสียหายที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้นั้นพอเหมาะสมดีแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัธยา ดิษยบุตร · สมคิด ไตรโสรัส · เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้