Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61678)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ข้อ2(1) เป็นการโต้เถียงดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐาน จึงเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54 ไม่รับอุทธรณ์ในข้อนี้ ส่วน (2) มีปัญหาว่าจำเลยมีสิทธิหักค่าชดเชยออกจากเงินบำเหน็จหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย และ (3)มีปัญหาว่าโจทก์มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยเมื่อใดเป็นปัญหาข้อกฎหมาย จึงให้รับอุทธรณ์ข้อกฎหมายเฉพาะ (2) และ (3) ดังกล่าวโจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ข้อ 2(1) เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายว่า การรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93,124โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ข้อ 2(1) ไว้พิจารณาพิพากษาด้วยหมายเหตุ ทนายจำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 97)ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์84,090 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้ชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 8,876 บาท เงินบำเหน็จ 436,520 บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้จำเลยมีสิทธิหักค่าชดเชยพร้อมทั้งดอกเบี้ยออกจากเงินบำเหน็จในวันชำระเงินด้วยคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกฟ้องและให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยโจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 81)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 93)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว โจทก์อุทธรณ์ข้อ 2(1) เป็นใจความว่านายสุรพล พยานจำเลยเบิกความถึงวิธีการลักน้ำมันอย่างลอย ๆไม่น่าเชื่อ รับฟังไม่ได้และเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข 1 และ 2ที่สนับสนุนการเลิกจ้างโดยมีเหตุอันสมควรและการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมก็ไม่ปรากฏที่มาที่แน่นอนน่าจะเป็นเอกสารที่จำเลยทำขึ้นเพื่อกลั่นแกล้งโจทก์ เพื่อที่จะไม่จ่ายค่าชดเชยและเงินผลประโยชน์ต่าง ๆ แก่โจทก์เป็นการรับฟังเอกสารที่ไม่ได้นำต้นฉบับเข้ามาในคดี และไม่นำสืบ จึงเป็นการรับฟังพยานหลักฐานที่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 93 และ 124 นั้นศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วในปัญหาที่ว่าโจทก์ได้กระทำความผิดตามที่จำเลยต่อสู้หรือไม่ ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีประจักษ์พยาน เพียงแต่นำสืบถึงวิธีการลักน้ำมันและคำซัดทอดของผู้ถูกจับกุมตามเอกสารท้ายคำให้การซึ่งพันตำรวจโทอัมพรพยานศาลก็เบิกความว่าเอกสารดังกล่าวมิใช่เอกสารในสำนวนคดีอาญาถึงหากจะฟังว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงพยานในเอกสารนั้นก็ไม่ได้ให้การพาดพิงถึงโจทก์ ทั้งพนักงานอัยการก็ได้มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องโจทก์แล้วจึงยังฟังไม่ได้ว่าโจทก์ได้ร่วมกระทำความผิดดังจำเลยต่อสู้ อันเป็นการเลิกจ้างโดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิด แต่มีเหตุสมควรที่จะไม่ไว้ใจโจทก์ในการที่จะให้ทำงานต่อไปจึงเลิกจ้างโจทก์ได้มิใช่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม เช่นนี้เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวข้างต้นเป็นอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานถึงเหตุแห่งการเลิกจ้างที่ศาลแรงงานกลางฟังเป็นยุติแล้วอันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง แต่เลี่ยงกล่าวให้เป็นข้อกฎหมายเท่านั้น จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามอุทธรณ์ ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ข้อนี้ชอบแล้วให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 906/2531นายชัยรัตน์ เชยสอาดโจทก์บริษัทน้ำมันคาลเท็กซ์ (ไทย) จำกัดจำเลยนายชัยรัตน์ เชยสอาด โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ข้อ2(1) เป็นการโต้เถียงดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐาน จึงเป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54 ไม่รับอุทธรณ์ในข้อนี้ ส่วน (2) มีปัญหาว่าจำเลยมีสิทธิหักค่าชดเชยออกจากเงินบำเหน็จหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย และ (3)มีปัญหาว่าโจทก์มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยเมื่อใดเป็นปัญหาข้อกฎหมาย จึงให้รับอุทธรณ์ข้อกฎหมายเฉพาะ (2) และ (3) ดังกล่าวโจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ข้อ 2(1) เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายว่า การรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93,124โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ข้อ 2(1) ไว้พิจารณาพิพากษาด้วยหมายเหตุ ทนายจำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 97)

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์84,090 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้ชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 8,876 บาท เงินบำเหน็จ 436,520 บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้จำเลยมีสิทธิหักค่าชดเชยพร้อมทั้งดอกเบี้ยออกจากเงินบำเหน็จในวันชำระเงินด้วยคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกฟ้องและให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยโจทก์อุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 81)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 93)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

โจทก์อุทธรณ์ข้อ 2(1) เป็นใจความว่านายสุรพล พยานจำเลยเบิกความถึงวิธีการลักน้ำมันอย่างลอย ๆไม่น่าเชื่อ รับฟังไม่ได้และเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข 1 และ 2ที่สนับสนุนการเลิกจ้างโดยมีเหตุอันสมควรและการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมก็ไม่ปรากฏที่มาที่แน่นอนน่าจะเป็นเอกสารที่จำเลยทำขึ้นเพื่อกลั่นแกล้งโจทก์ เพื่อที่จะไม่จ่ายค่าชดเชยและเงินผลประโยชน์ต่าง ๆ แก่โจทก์เป็นการรับฟังเอกสารที่ไม่ได้นำต้นฉบับเข้ามาในคดี และไม่นำสืบ จึงเป็นการรับฟังพยานหลักฐานที่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 93 และ 124 นั้นศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วในปัญหาที่ว่าโจทก์ได้กระทำความผิดตามที่จำเลยต่อสู้หรือไม่

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีประจักษ์พยาน เพียงแต่นำสืบถึงวิธีการลักน้ำมันและคำซัดทอดของผู้ถูกจับกุมตามเอกสารท้ายคำให้การซึ่งพันตำรวจโทอัมพรพยานศาลก็เบิกความว่าเอกสารดังกล่าวมิใช่เอกสารในสำนวนคดีอาญาถึงหากจะฟังว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงพยานในเอกสารนั้นก็ไม่ได้ให้การพาดพิงถึงโจทก์ ทั้งพนักงานอัยการก็ได้มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องโจทก์แล้วจึงยังฟังไม่ได้ว่าโจทก์ได้ร่วมกระทำความผิดดังจำเลยต่อสู้ อันเป็นการเลิกจ้างโดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิด แต่มีเหตุสมควรที่จะไม่ไว้ใจโจทก์ในการที่จะให้ทำงานต่อไปจึงเลิกจ้างโจทก์ได้มิใช่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม เช่นนี้เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวข้างต้นเป็นอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานถึงเหตุแห่งการเลิกจ้างที่ศาลแรงงานกลางฟังเป็นยุติแล้วอันเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง แต่เลี่ยงกล่าวให้เป็นข้อกฎหมายเท่านั้น จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามอุทธรณ์ ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ข้อนี้ชอบแล้วให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สีนวล คงลาภ · จุนท์ จันทรวงศ์ · จำนง นิยมวิภาต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้